กลุ่มผู้ประกอบการ-ผู้ได้รับผลกระทบประชุมค้าน โครงการก่อสร้างทางลอดแยกนครราชสีมา ชี้กระทบหลายอย่าง เสียหายปีเป็นพันล้าน
เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 21 พฤษภาคม ที่โรงแรมชุนหลีแกรนด์ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครราชสีมา กลุ่มผู้ประกอบการค้าและกลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากการดำเนินโครงการก่อสร้างทางลอดจุดตัดทางแยกนครราชสีมา บนทางหลวงหมายเลข 2 ถ.มิตรภาพกับทางหลวงหมายเลข 224 ถ.ราชสีมา-โชคชัย
โดยนายสุวัฒน์ จึงวิวัฒนาภรณ์ ประธานกรรมการกลุ่มคิงส์ยนต์ ตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ยี่ห้อ อีซูซุรายใหญ่ในจังหวัดนครราชสีมาและจังหวัดบุรีรัมย์ พร้อมนายประยุทธ แซ่เตียว เจ้าของกิจการ ชุนหลีแบตเตอรี่ ตัวแทนจำหน่ายใหญ่ที่สุดในโคราชและประชาชนที่มีส่วนได้ส่วนเสียได้นัดพูดคุยหารือแนวทางการชะลอโครงการดังกล่าว เพื่อสื่อถึงผู้รับผิดชอบกรมทางหลวงนำมาพิจารณาทบทวนปรับรูปแบบให้สอดคล้องกับสภาพความเป็นจริงในปัจจุบัน โดยอ้างกระบวนการประชาพิจารณ์ไม่ชอบตามขั้นตอน ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียส่วนใหญ่ไม่เคยรับทราบและร่วมกิจกรรมแต่อย่างใด เสียงส่วนใหญ่ต้องการให้ขอความเป็นธรรมจากศาลปกครองนครราชสีมา
นายประยุทธเปิดเผยว่า รัศมีพื้นที่โครงการประมาณ 2 กิโลเมตร เป็นที่ตั้งของโรงพยาบาล 2 แห่ง สถานศึกษา 7 แห่ง ตลาดสด 5 แห่ง สถานประกอบการกว่า 300 ราย และผู้ที่มีที่ทำกินและที่พักอาศัยจำนวนมาก จะได้รับความเดือดร้อนในขณะก่อสร้างซึ่งใช้เวลาร่วม 3 ปี ต้องรับผลกระทบต่อเศรษฐกิจชุมชนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ สภาพจราจรติดขัด ผู้คนหลีกเลี่ยงใช้เส้นทางในเมือง การค้าขายซบเซา การสัญจรไม่สะดวกคล่องตัว โดยเฉพาะการเดินทางมาใช้บริการรักษาพยาบาลและสถานีขนส่งผู้โดยสารนครราชสีมาทั้ง 2 แห่ง ประเมินความเสียหายเฉลี่ยปีละกว่า 1 พันล้านบาท นอกจากนี้ยังมีปัญหาน้ำท่วม อุบัติเหตุการจราจร จนถึงขณะนี้ยังไม่มีผู้ใดเสนอตัวออกมารับผิดชอบ
การจราจรช่วง 3 ปีที่ผ่านมา จำนวนยานพาหนะที่ใช้เส้นทางดังกล่าวมีปริมาณลดลงเฉลี่ยกว่า 30% และมีแนวโน้มลดลงต่อเนื่อง เนื่องจากใช้ถนนวงแหวนรอบเมืองนครราชสีมาและถนนเลี่ยงเมืองแทน จะสร้างทางลอดเพื่ออะไร มีแต่ทำให้ทัศนียภาพเมืองเสียหาย ควรนำงบที่ได้จากภาษีประชาชนไปใช้ประโยชน์อย่างอื่นแทน
ด้านนายสุวัฒน์กล่าวว่า เมื่อปี 2559 กรมทางหลวงได้จัดประชาพิจารณ์ แต่มีการคัดค้านจึงได้ยุติโครงการโดยปริยาย จากนั้นได้นำมาปัดฝุ่นเมื่อปี 2562 จัดประชุมผลกระทบสิ่งแวดล้อมหรืออีไอเอและไม่ได้ยกมือโหวตชัดเจน สิ่งสำคัญไม่เคยมองเห็นผลกระทบของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียต้องการหรือไม่ แต่ตั้งธงต้องดำเนินการให้ได้และไม่เคยแจ้งบทสรุปการประชุม การคำนึงถึงความคุ้มค่าการลงทุนที่ควรจัดสรรงบแก้ไขปัญหาจราจรที่สะพานหัวทะเลจะสามารถตอบโจทย์ได้ตรงตามเป้าหมาย กรมทางหลวงต้องแก้ไขทั้งระบบ มิใช่จุดนี้แห่งเดียว เหมือนผลักคนให้ออกจากเมืองมากกว่าดึงดูดเข้าเมือง จู่ๆ อ้างมีประชาชนเห็นชอบจากนั้นก็ดำเนินโครงการจนถึงขั้นตอนประมูลหาผู้รับจ้าง ตราบใดยังไม่ลงมือขุดถนนก็ยังมีโอกาสที่จะขอให้ชะลอโครงการได้
ทั้งนี้ กรมทางหลวงได้นำเสนอโครงการก่อสร้างทางลอด เพื่อแก้ปัญหาการจราจรคับคั่งบน ถ.มิตรภาพ ช่วงผ่านเมืองโคราช บริเวณทางแยกนครราชสีมา ซึ่งมีปริมาณรถต่อวันประมาณ 1.2 แสนคัน ได้ส่งผลกระทบต่อการดำรงชีพทั้งการเดินทางไม่สะดวกและมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นบ่อยครั้ง แต่มีเสียงคัดค้านจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเป็นกลุ่มผู้ประกอบการค้าและชาวโคราชส่วนหนึ่ง จึงต้องชะลอโครงการ โดยจัดการจราจรด้วยไฟสัญญาณจราจรรวมทั้งเพิ่มช่องทางจราจรแต่ไม่สามารถรองรับปริมาณการเดินทางได้เพียงพอ จึงนำผลการศึกษามาทบทวน ปรับปรุงแก้ไขให้สอดคล้องกับบริบทปัจจุบัน ล่าสุด บริษัท รัชตินทร์ จำกัด เป็นผู้รับจ้างใช้งบ 480 ล้านบาท ระยะเวลาก่อสร้าง 960 วัน เริ่มดำเนินการประมาณปลายปี 2566 เมื่อวันที่ 19 พ.ค.ที่ผ่านมา กรมทางหลวงได้จัดประชุมชี้แจงให้ความรู้และทำความเข้าใจขั้นตอนการดำเนินโครงการรวมทั้งเปิดโอกาสให้เสนอแนวทางการบรรเทาปัญหาจราจรคับคั่งช่วงก่อสร้าง


