ลุ้นคัด ‘ดรีมทีม’ 6 กระทรวง เอกชนขอ ‘ตัวท็อป’ คุม ศก.
เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม นายธวัชชัย เศรษฐจินดา ประธานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจพื้นที่ภาคกลาง หอการค้าไทย กล่าวเมื่อวันที่ 21 พ.ค.ที่ผ่านมาว่า ในการจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่อยากฝากถึงการจัดสรรตำแหน่งในกระทรวงสำคัญ 6 กระทรวง ได้แก่ กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงพลังงาน กระทรวงคมนาคม กระทรวงการคลัง และ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หากพรรคการเมืองสามารถสรรหาผู้มีความรู้ มีประสบการณ์ มีความพร้อม และสามารถทำงานร่วมกับเอกชนได้จะสามารถแก้ปัญหาและขับเคลื่อนเศรษฐกิจได้เร็วยิ่งขึ้น
นายธวัชชัยกล่าวว่า ขณะนี้ทุกฝ่ายทราบถึงปัญหาสถานการณ์โลกมีความไม่แน่นอนและเปราะบาง และไทยมีปัญหาโครงสร้างเดิมอยู่แล้ว ทั้งเรื่องความสามารถในการแข่งขัน ต้นทุนภาคเอกชน โดยในระยะสั้น อยากเห็นรัฐบาลเข้ามาแก้ไขปัญหาด้านค่าใช้จ่าย รายจ่ายของภาคประชาชน เช่น ค่าน้ำ ค่าไฟฟ้า การกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก เศรษฐกิจชุมชน เพราะการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจไทยเป็นลักษณะรูปตัวเค (K) หรือฟื้นตัวไม่ทั่วทุกพื้นที่ จึงอยากให้มีรัฐบาล มีรัฐมนตรีที่มีความรู้ ความสามารถ พร้อมจะทำงานกับภาคเอกชนเข้ามาทำงานแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น
นายธวัชชัยกล่าวว่า กรณีมีพรรคการเมืองประกาศนโยบายปรับค่าแรงขึ้น 450 บาททันที ก็อยากให้เข้าใจว่าการขึ้นค่าแรงงานขั้นต่ำมีกลไกของคณะกรรมการค่าจ้าง (ไตรภาคี) พิจารณาตามตัวเลขทางเศรษฐกิจ เช่น เงินเฟ้อ ค่าครองชีพในแต่ละพื้นที่ที่แตกต่างกัน และนำเสนอในขั้นตอนต่อไป จึงอยากให้พิจารณาอย่างรอบคอบว่าการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 450 บาท โดยไม่ได้ยึดหลักการของไตรภาคีจะส่งผลให้แรงงานไทยไม่ได้ประโยชน์มากนัก เพราะแรงงานส่วนใหญ่ หรือแรงงานฝีมือได้รับค่าแรงสูงกว่าค่าแรงขั้นต่ำอยู่แล้ว ดังนั้น ประโยชน์จะไปตกกับแรงงานต่างด้าวที่ทำงานส่งเงินกลับประเทศ เม็ดเงินไม่ได้หมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจไทย
“การใช้นโยบายการขึ้นค่าแรงหาเสียงเป็นปัญหาต้นทุนของภาคเอกชน และแรงงานไม่ได้ประโยชน์จากส่วนต่างรายได้ที่เพิ่มขึ้น เพราะราคาสินค้าจะถูกปรับราคาขึ้นตาม ต้นทุนการใช้ชีวิตที่ค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น สุดท้ายมันไม่ใช่วิธีเพิ่มรายได้กับภาคแรงงานจริง และการขึ้นค่าแรงควรพิจารณาตามหลักการของไตรภาคี” นายธวัชชัยกล่าว
นายธวัชชัยกล่าวด้วยว่า ส่วนนโยบายกาสิโนถูกกฎหมาย หากรัฐบาลจะทำในแง่การส่งเสริมการท่องเที่ยวที่หลายประเทศได้ทำแล้วถือว่าน่าสนใจ แต่เห็นว่าขณะนี้ยังขาดการศึกษาและข้อมูลที่ชัดเจน สิ่งสำคัญจะต้องมีการกำหนดแนวทาง กฎระเบียบให้ชัดเจนว่าวัตถุประสงค์ในการทำกาสิโนมีเหตุผลเพื่ออะไร เช่น เพื่อการท่องเที่ยว และเน้นเพิ่มจำนวนคนกลุ่มใด เพราะเป็นที่ทราบกันว่าการทำกาสิโนรอบประเทศไทย ลูกค้ารายใหญ่คือคนไทย ดังนั้น รัฐบาลต้องมีแนวทาง เป้าหมายที่ชัดเจน มีกฎระเบียบครอบคลุม ทั้งในแง่การส่งเสริมการท่องเที่ยวหรือนำธุรกิจใต้ดินขึ้นมาอยู่บนดิน ดำเนินการให้ถูกต้อง มีการเก็บภาษี มีการควบคุมชัดเจน
“ตัวอย่างสิงคโปร์มีการตั้งกาสิโน มีกฎหมายชัดเจน คนที่เข้าไปเล่นจะต้องมีคุณสมบัติอย่างไร บุคคลใดสามารถเข้าไปเล่นได้บ้าง หากไทยทำได้มันจะเป็นผลดีและเป็นรายได้ที่กลับเข้ามาถึงภาครัฐ สุดท้ายประเทศไทยไม่ว่าจะทำเรื่องกฎระเบียบอย่างไร แต่อาจจะมีปัญหาเรื่องการบังคับใช้กฎหมายด้วย ดังนั้น ต้องดูให้รอบคอบและเข้มงวดมากที่สุด” นายธวัชชัยกล่าว

