ไปรษณีย์ไทย เปิดแพลตฟอร์ม Prompt Post ทำ ‘ตู้จดหมายดิจิทัล’ อำนวยความสะดวก ปชช.

ไปรษณีย์ไทย ปรับโฉมรับยุคไฮเทค เปิดแพลตฟอร์ม Prompt Post ทำ ‘ตู้จดหมายดิจิทัล’ บริการเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ครบวงจร ‘ดนันท์’ เล็งเป้าลุยไตรมาส 3 ปีนี้ สร้างอี-คอมเมิร์ชขนาดใหญ่ ‘ดาต้า คอมปานี’ ทำวิจัยสำรวจ พัฒนาศักยภาพบุรุษไปรษณีย์รับส่งออร์เดอร์สินค้า

เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม นายดนันท์ สุภัทรพันธุ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทไปรษณีย์ไทย จำกัด (ปณท) ให้สัมภาษณ์แผนพัฒนาธุรกิจและสร้างศักยภาพบริการไปรษณีย์ไทยว่า ไปรษณีย์ไทยสร้างแพลตฟอร์มใหม่ขึ้นมาให้บริการระบบจัดการด้านเอกสารอิเล็กทรอนิกส์แบบครบวงจรในระบบ Prompt Post เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน ระบบ Prompt Post จะมีรูปแบบเป็น “ตู้ไปรษณีย์ดิจิทัล” แพลตฟอร์มใหม่นี้ช่วยอำนวยความสะดวกให้ประชาชนผู้ใช้บริการได้อย่างรวดเร็ว เที่ยงตรงแม่นยำและมีประสิทธิภาพสูง

นายดนันท์กล่าวว่า ปกติไปรษณีย์ไทยให้บริการ “ตู้จดหมาย” ที่อยู่หน้าบ้านของประชาชนทั่วประเทศอยู่แล้ว เมื่อมีคนมาอยู่มากขึ้น ตู้จดหมายกลายเป็นรับจดหมายของทุกคนในบ้าน ไม่ใช่ของคนใดคนหนึ่งอีกต่อไป จริงๆ แล้วเอกสารหรือจดหมายนั้นควรจะเป็นของใครของมัน ดังนั้น มื่อไปรษณีย์ไทยเสนอเปลี่ยนตู้จดหมายที่อยู่หน้าบ้านให้เป็น “ดิจิทัลเมล์บ๊อกซ์” จะเพิ่มระดับการอำนวยสะดวกให้กับประชาชน

นายดนันท์เปิดเผยด้วยว่า ในด้านความปลอดภัยของการใช้ดิจิทัลเมล์บ๊อกซ์จะต้องผ่านระบบการยืนยันตัวตนจากบัตรประชาชน เป็นข้อมูลที่ได้รับการยืนยันจากกรมการปกครอง เพื่อตรวจสอบดูว่าบุคคลนั้นๆมีเลขบัตรประชาชนถูกต้องมีตัวตนอยู่ในประเทศไทยหรือไม่ ถ้าได้รับการยืนยันตัวตนถูกต้องสามารถใช้ ดิจิทัลเมล์บ๊อกซ์ ได้

Advertisement

“การรับ-ส่งเอกสารก็เหมือนกับการส่งจดหมายธรรมดาตามปกติ เพียงแต่เปลี่ยนรูปแบบเป็นอิเล็กทรอนิกส์ ยกตัวอย่างจดหมายลงทะเบียนที่เกี่ยวกับธุรกิจ เมื่อเขียนเสร็จต้องเซ็นชื่อหรือลายเซ็น เมื่อมาเป็นแบบอีเล็กทรอนิกส์ ก็เปลี่ยนเป็นลายเซ็นอีเล็กทรอนิกส์ หรืออี-ซิกเนเจอร์ (e-signature) กำกับความถูกต้องและการันตีว่าไม่มีการปลอมแปลง” นายดนันท์กล่าว และว่า เอกสารอิเล็กทรอนิกส์นี้สามารถใช้เป็นหลักฐานในศาลได้ และเมื่อจดหมายส่งออกไปที่ปลายทางจะมีการบันทึกอิเลคทรอนิกส์ ( e-Timestamping) กำกับเวลาไว้ด้วยว่าเป็นเวลาเท่าไหร่ เป็นเวลาที่อ้างอิงจากศูนย์มาตรวัดเวลาโดยตรง สามารถตรวจสอบกลับมาได้ นอกจากนี้เวลาปิดซองก็ยังมี ตราประทับอีเล็กทรอนิกส์ หรือ e-seal อีกด้วย เป็นเหมือนกับจดหมายกระดาษทุกประการ รวมไปถึงตู้ไปรษณีย์ของหน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจก็เข้ามาอยู่ในแพลตฟอร์มดิจิทัลเมล์บ๊อกซ์เช่นเดียวกัน

ส่วนข้อแตกต่างระหว่างดิจิทัลเมล์บ๊อกซ์และอี-เมล์ นายดนันท์ กล่าวว่าอีเมล์นั้น เวลาใครส่งอะไรเข้ามาในเมล์ของเราบางทีมีสแปม(spam)หรือข้อความที่ส่งมาผ่านอีเมล์โดยไม่ได้ร้องขอและไม่รู้ว่าใครส่งอะไรมา แต่ Prompt Post เป็นแพลตฟอร์มที่เป็นระบบปิด เพราะฉะนั้นคนส่งอะไรสักอย่างหนึ่ง หรือเป็นหน่วยงานราชการ หน่วยงานเอกชน ต้องลงทะเบียนยืนยันตัวตน และ จะต้องรู้จักลูกค้าพิสูจน์ตัวตนได้ถูกต้อง หรือ KYC( Know Your Customer) ก่อน

“คนที่ใช้ดิจิทัลเมล์บ๊อกซ์ จะรู้ตัวตนทั้งที่ต้นทาง-ปลายทางทั้งหมด ทุกอย่างคือของจริง ไม่มีสแปมโผล่มา โดยเฉพาะกับหน่วยงานภาครัฐซึ่งให้บริการสาธารณะ จะช่วยอำนวยความสะดวกอย่างมากเวลาต้องส่งเอกสาร บัตรประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน” นายดนันท์กล่าว และว่า ทุกอย่างสามารถแปลงมาเป็นอิเล็กทรอนิกส์ และเก็บไว้ในตู้เซฟ หรือกล่องเมล์บ๊อกซ์ เมื่อต้องการส่งหรือจะใช้หลักฐานเอกสารต่างๆ สามารถดึงไฟล์จากเมล์บ๊อกซ์ ส่งได้เลย ทางหน่วยงานรัฐจะรับเอกสารเป็นอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อนำเข้าสู่กระบวนการ ยกตัวอย่าง พาสปอร์ต สามารถทำเอกสารและส่งเป็นดิจิทัลเมล์บ๊อกซ์ให้กับผู้ขอพาสปอร์ต หรือสั่งพิมพ์ออกมาเป็นเล่ม ใส่ซองส่งไปที่บ้านของผู้รับก็ได้เช่นกัน

“ระบบนี้ขั้นตอนแรกจะโฟกัสที่หน่วยงานภาครัฐก่อน ฐานลูกค้าภาครัฐก็คือฐานลูกค้าคนทั่วประเทศ อาทิสรรพากร กรมการปกครอง และภาคบริการต่างๆ เช่น โรงพยาบาล โดยเฉพาะโรงพยาบาลเมื่อทุกอย่างถูกเปลี่ยนเป็นอีเล็กทรอนิกส์ ใบรับรองแพทย์ ใบเสร็จ ถูกส่งผ่านระบบดิจิทัลเข้าไปที่เมล์บ๊อกซ์ของลูกค้าที่มีเมล์บ๊อกซ์เช่นกัน ทุกอย่างสามารถใช้ได้สะดวกขึ้น หรือภาคการศึกษา จะส่ง อี-ทรานสคริปต์ในแพลตฟอร์มนี้ และส่งอี-ทรานสคริปต์นี้ไปสมัครงานได้เลย ถ้าที่ทำงานนั้นมีลงทะเบียนดิจิทัลเมล์บ๊อกซ์ไว้กับไปรษณีย์ไทย ก็ทำได้ไม่ยาก

กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทไปรษณีย์ไทย จำกัด กล่าวถึงลายเซ็นอิเลคทรอนิกส์ (e-signature)ว่า ไม่มีการปลอมแปลงแน่นอน เพราะทุกอย่างต้องผ่านระบบการยืนยันตัวตน เวลานี้ไปรษณีย์ไทยหารือกับหน่วยงานภาครัฐหลายหน่วยงานเพื่อทำโครงการนำร่อง คาดว่าในไตรมาส 3 ปีนี้ เริ่มใช้ได้เลยทันที

“ระบบเราพร้อมแล้วไม่ว่าจะเป็น e-timestamp e-signature หรือ e-seal จะมีการปรับให้เข้ากับการใช้งานของแต่ละที่” นายดนันท์กล่าว และว่า ที่ได้เริ่มไปแล้วคือ พัฒนาโปสการ์ดแบบกระดาษเป็นโปสการ์ดออนไลน์ ได้ใช้แล้วในการทายผลฟุตบอลโลก และปัจจุบันนี้ได้ร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) ทำโปสการ์ดออนไลน์ ที่ลูกค้าสามารถออกแบบได้ด้วยตัวเองทุกอย่าง เช่น เลือกวิว เลือกกรอบ เขียนข้อความเสร็จแล้วส่งมาที่เรา สามารถพิมพ์ออกมาเป็นโปสการ์ดได้เลย จะส่งเป็นกระดาษไปถึงบ้าน หรือส่งให้ใคร หรือจะส่งเป็นอิเล็กทรอนิกส์ก็ได้ทั้งนั้น

นายดนันท์ กล่าวต่อว่า เมื่อไปรษณีย์ไทยเปลี่ยนแพลตฟอร์มเป็นดิจิทัลเมล์บ๊อกซ์แล้ว ไปรษณีย์ไทยไม่มีการปรับลดพนักงาน แต่จะปรับเปลี่ยนหน้าที่พนักงานบางส่วน พัฒนาให้บุรุษไปรษณีย์ที่มีอยู่กว่า 20,000 คน แนะนำสินค้าให้กับคนในชุมชน รับออเดอร์สั่งซื้อ และนำสินค้ามาส่งได้แบบตามต้องการ หรือที่เรียกว่าธุรกิจค้าปลีก (retail)เป็นการนำจุดแข็งของบุรุษไปรษณีย์ที่มีความใกล้ชิดกับชุมชนเข้ามาใช้

นายดนันท์กล่าวว่า เมื่อการส่งจดหมายแบบเดิมๆเปลี่ยนมาเป็นเมล์บ๊อกซ์ บุรุษไปรษณีย์เราก็สามารถมาทำอี-คอมเมิร์ช ตรงนี้จะโตขึ้น เพราะต่อไปเมืองมีการขยายตัว พื้นที่ในการส่งของก็กว้างขึ้นตลอดเวลา พื้นที่กว้างขึ้นก็ต้องใช้คนมากขึ้น ไปรษณีย์ไทยบริหารจัดการทรัพยากรให้เหมาะสมกับการเปลี่ยนแปลงทางธุรกิจ และอีกหนึ่งโรดแมปของไปรษณีย์ไทย คือไม่ได้เป็นแค่ผู้ให้บริการขนส่ง แต่จะเป็น Data Company ด้วย

“ผมมองไปรษณีย์ไทยในอนาคตคือ เราเป็นอินฟอร์เมชั่น โลจิสติก ( Information Logistics) นี่คือวิชั่นที่เราจะก้าวต่อไป เพราะฉะนั้นเรื่องเดต้าที่เกิดจากการขนส่ง โลจิสติกส์ อินฟอร์เมชั่น เหล่านี้แหละคือธุรกิจในอนาคตของไปรษณีย์ไทย” นายดนันท์กล่าว

นายดนันท์กล่าวว่า ขณะนี้ไปรษณีย์ไทยใช้เครือข่ายบุรุษไปรษณีย์ซึ่งมีครอบคลุมทั่วประเทศ ร่วมกับศูนย์บริการวิจัยของจุฬา ทำเรื่องวิจัยการตลาด เช่น ใช้สำรวจสินทรัพย์ให้กับบริษัทที่ทำหน้าที่บริการสินทรัพย์ ช่วยลดค่าใช้จ่ายและตรวจสอบจริงไว้ใจได้

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image