เอกชนดัน ‘กาสิโน’ พลิกธุรกิจสีเทาเติมรายได้รัฐ ค้านหนัก! ค่าแรง 450 ย้ำต้องเป็นไปตามไตรภาคี
เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม นายธวัชชัย เศรษฐจินดา ประธานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจพื้นที่ภาคกลาง กล่าวว่า ที่ผ่านมาหอการค้าไทยได้จัดเวทีโดยให้พรรคการเมือง 10 พรรค นำเสนอนโยบาย ซึ่งจัดแล้วช่วงหาเสียงเลือกตั้ง ซึ่งหอการค้าไทยพร้อมทำงานกับทุกพรรค โดยมีเป้าหมายร่วมกัน และนำเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ
แต่เมื่อรัฐบาลจัดตั้งแล้วเสร็จ อยากฝากถึงการจัดสรรตำแหน่งในกระทรวงสำคัญ 6 กระทรวง อาทิ กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงพลังงาน กระทรวงคมนาคม กระทรวงการคลัง และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หากพรรคการเมืองสามารถหาผู้มีความรู้ มีประสบการณ์ มีความพร้อม และสามารถทำงานร่วมกับเอกชนได้เลย จะสามารถแก้ปัญหาและขับเคลื่อนเศรษฐกิจได้เร็วยิ่งขึ้น
ขณะนี้ทราบว่าทุกฝ่ายทราบถึงปัญหาว่า เหตุการณ์ในโลกมีความไม่แน่นอนและเปราะบาง และไทยมีปัญหาโครงสร้างเดิมอยู่แล้ว ทั้งเรื่องความสามารถในการแข่งขัน ต้นทุนภาคเอกชน รวมถึงในระยะสั้นอยากเห็นรัฐบาลที่เข้ามาแก้ไขปัญหาเรื่องค่าใช้จ่าย รายจ่ายของภาคประชาชน
เช่น ค่าน้ำ ค่าไฟฟ้า อีกทั้งการเข้ามาเพื่อทำนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก เศรษฐกิจชุมชน เพราะการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจไทยเป็นลักษณะรูปตัวเค (K) หรือฟื้นฟูได้ไม่ทั่วทุกพื้นที่ ในกลุ่มกลาง-ล่าง รายได้ลด และรายได้น้อยลง ขณะที่ค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น
“จึงอยากให้มีรัฐบาล มีรัฐมนตรีที่มีความรู้ ความสามารถที่พร้อมจะทำงานกับภาคเอกชนเข้ามาทำงานแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น” นายธวัชชัยกล่าว
นายธวัชชัยกล่าวว่า นโยบายกาสิโนถูกกฎหมาย มองว่าถ้ารัฐบาลจะทำในแง่การส่งเสริมการท่องเที่ยวที่หลายประเทศได้ทำแล้ว แต่การที่ไทยจะทำยังขาดการศึกษาและข้อมูลที่ชัดเจน ซึ่งสิ่งสำคัญจะต้องมีการกำหนดแนวทาง กฎระเบียบว่าวัตถุประสงค์ในการทำกาสิโนมีเหตุผลเพื่ออะไร
เช่น เพื่อการท่องเที่ยว และเน้นเพิ่มจำนวนคนกลุ่มใด เพราะเป็นที่ยอมรับว่าการทำกาสิโนที่อยู่รอบประเทศไทย ลูกค้ารายใหญ่คือคนไทย แต่ถ้ารัฐบาลสามารถมีแนวทาง เป้าหมายที่ชัดเจน และมีกฎระเบียบการทำครอบคลุม ทั้งในแง่การส่งเสริมการท่องเที่ยว หรือนำธุรกิจใต้ดินขึ้นมาอยู่บนดิน ซึ่งดำเนินการให้ถูกต้อง มีการเก็บภาษี มีการควบคุม เช่น ควบคุมคุณสมบัติกลุ่มเป้าหมายโดยกำหนดอายุให้ชัดเจน
“ตัวอย่างประเทศสิงคโปร์มีการตั้งกาสิโน แต่มีกฎหมายชัดเจนว่าคนที่เข้าไปเล่นจะต้องมีคุณสมบัติอย่างไร บุคคลใดสามารถเข้าไปเล่นได้ หากไทยทำได้มันจะเป็นผลดีและเป็นรายได้ที่กลับเข้ามาถึงภาครัฐ สุดท้ายประเทศไทยไม่ว่าจะทำเรื่องกฎระเบียบอย่างไรแต่อาจจะมีปัญหาเรื่องการบังคับใช้กฎหมายด้วย ดังนั้น ต้องดูให้รอบคอบและเข้มงวดมากที่สุด” นายธวัชชัยกล่าว
นายธวัชชัยกล่าวว่า ด้านนโยบายที่จะปรับค่าแรงขึ้นถึง 450 บาททันทีนั้น ส่วนของเอกชนอยากให้รัฐบาลได้คำนึงถึงความเข้าใจว่าการขึ้นค่าแรงงานขั้นต่ำจะมีกลไกของคณะกรรมการค่าจ้าง (ไตรภาคี) ซึ่งหลักการจะมีการปรับค่าแรงขึ้นจะพิจารณาตามตัวเลขทางเศรษฐกิจ เช่น เงินเฟ้อ และต้องพิจารณารายจ่ายเรื่องค่าครองชีพในแต่ละพื้นที่ที่แตกต่างกัน และนำเสนอในขั้นตอนต่อไป
แต่ปัญหาที่อยากให้พิจารณาให้รอบคอบ ว่าการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำถึง 450 บาท โดยที่ไม่ได้ยึดหลักการของไตรภาคี ส่งผลให้แรงงานคนไทยไม่ได้ประโยชน์มากนัก เพราะแรงงานส่วนใหญ่ หรือที่เป็นแรงงานฝีมือได้รับค่าแรงสูงกว่าค่าแรงขั้นต่ำ ซึ่งประโยชน์จริงๆ จะไปตกที่แรงงานต่างด้าวที่ทำงานแล้วส่งเงินกลับประเทศ โดยที่เม็ดเงินไม่หมุนเวียนในเศรษฐกิจจริง
“การที่รัฐบาลใช้นโยบายการขึ้นค่าแรงเป็นนโยบายหาเสียง กลับกันเป็นปัญหาเรื่องต้นทุนของภาคเอกชน และแรงงานไม่ได้ส่วนต่างจากรายได้ที่เพิ่มขึ้น เพราะราคาสินค้าจะถูกปรับราคาขึ้นตามต้นทุนการใช้ชีวิตที่ค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น สุดท้ายมันไม่ใช่วิธีเพิ่มรายได้กับภาคแรงงานจริง และการขึ้นค่าแรงควรพิจารณาตามหลักการของไตรภาคี” นายธวัชชัยกล่าว

