หน้าแรก เศรษฐกิจ เงินบาทยังผัน...

เงินบาทยังผันผวน หลังนักลงทุนต่างชาติเทขายสินทรัพย์ไทย หวั่นปัญหาการเมือง

23.05.23 | 09:54 น.
แฟ้มภาพ

ค่าเงินบาทเคลื่อนไหวผันผวน หลังนักลงทุนต่างชาติเทขายสินทรัพย์ไทย หวั่นปัญหาการเมือง

เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ที่ระดับ 34.45 บาทต่อเหรียญสหรัฐ อ่อนค่าลงเล็กน้อยจากระดับปิดวันก่อนหน้าที่ระดับ 34.43 บาทต่อเหรียญสหรัฐ มองกรอบเงินบาทวันนี้คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 34.30-34.55 บาทต่อเหรียญสหรัฐ

สำหรับแนวโน้มค่าเงินบาทในช่วงคืนที่ผ่านมาค่าเงินบาทได้ปรับตัวอ่อนค่าลงต่อเนื่อง ทดสอบโซนแนวต้านสำคัญ 34.50 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ตามจังหวะการแข็งค่าขึ้นของเงินเหรียญสหรัฐ รวมถึงโฟลว์ซื้อทองคำในจังหวะย่อตัว

ในระยะสั้นโมเมนตัมการอ่อนค่าของเงินบาทยังคงมีอยู่ ท่ามกลางปัจจัยกดดันทั้งจากภายในประเทศอย่างความไม่แน่นอนของการจัดตั้งรัฐบาล ซึ่งส่งผลให้นักลงทุนต่างชาติยังไม่เพิ่มสถานะถือครองสินทรัพย์ไทย (ล่าสุดนักลงทุนต่างชาติยังคงเทขายทั้งหุ้นและบอนด์รวมกันราว 1 หมื่นล้านบาทในวันก่อน)

อย่างไรก็ดี ปัจจัยภายนอกอย่างทิศทางเงินดอลลาร์ก็เริ่มเคลื่อนไหวกรอบแคบจนกว่าจะมีความชัดเจนของการเจรจาขยายเพดานหนี้ หากตลาดยังคงกังวลปัญหาการเจรจาขยายเพดานหนี้ก็อาจกดดันให้เงินเหรียญสหรัฐอ่อนค่าลงได้บ้าง ทว่าหากการเจรจาขยายเพดานหนี้ประสบความสำเร็จทำให้ตลาดกลับมาเปิดรับความเสี่ยงมากขึ้น เงินเหรียญสหรัฐก็มีโอกาสแข็งค่าขึ้นได้บ้าง

Advertisement

ทั้งนี้ ควรระวังความผันผวนในตลาดค่าเงิน โดยเฉพาะในช่วงที่ตลาดทยอยรับรู้รายงานดัชนีภาคผลิตและบริการ (PMI) ของบรรดาเศรษฐกิจหลัก หากรายงานดัชนี PMI ของประเทศอื่นๆ ออกมาดีกว่าคาดและมีทิศทางที่ดีกว่าของฝั่งสหรัฐ ก็อาจเป็นปัจจัยที่ช่วยชะลอการแข็งค่าของเงินเหรียญสหรัฐ กลับกันรายงานดัชนี PMI ของสหรัฐที่ออกมาดีกว่าคาด และโดยรวมดีกว่าบรรดาประเทศเศรษฐกิจหลักอาจยังคงหนุนการแข็งค่าต่อเนื่องของเงินเหรียญสหรัฐได้

อนึ่ง ประเมินโซนแนวต้านของเงินบาทไม่น่าจะเกิน 34.50-34.60 บาทต่อเหรียญสหรัฐในระยะสั้นนี้เพราะผู้เล่นในตลาดก็ต่างรอทยอยขายเงินเหรียญสหรัฐในช่วงดังกล่าว หรือบางส่วนก็รอจังหวะเพิ่มสถานะ Long THB เช่นกัน ส่วนแนวรับค่าเงินบาทในช่วงนี้อาจอยู่ในโซน 34.20-34.30 บาทต่อเหรียญสหรัฐ จนกว่าจะเริ่มเห็นสัญญาณการกลับเข้ามาลงทุนในสินทรัพย์ไทยของนักลงทุนต่างชาติที่ชัดเจน

“ช่วงที่ตลาดการเงินยังมีความผันผวนสูงจากทั้งปัจจัยการเมืองสหรัฐ (ประเด็นขยายเพดานหนี้) และการเมืองไทย ผู้ประกอบการควรใช้เครื่องมือป้องกันความเสี่ยงที่หลากหลาย อาทิ Option เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน” นายพูนกล่าว

นายพูนกล่าวว่า ในฝั่งตลาดค่าเงิน เงินเหรียญสหรัฐโดยรวมแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ตอบรับมุมมองของเจ้าหน้าที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) บางส่วนที่ออกมาสนับสนุนการเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ย

อย่างไรก็ดี จะเห็นได้ว่าการปรับตัวขึ้นของเงินเหรียญสหรัฐเริ่มถูกจำกัดลง เนื่องจากผู้เล่นในตลาดยังคงมีความกังวลต่อแนวโน้มการเจรจาขยายเพดานหนี้ ทำให้ผู้เล่นในตลาดอาจเน้นขายทำกำไร ในจังหวะที่เงินเหรียญสหรัฐแข็งค่าขึ้น ทั้งนี้ ล่าสุดดัชนีเงินเหรียญสหรัฐ (DXY) ได้ปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 103.2 จุด

นายพูนกล่าวด้วยว่า สำหรับวันนี้รายงานข้อมูลเศรษฐกิจพบว่าผู้เล่นในตลาดจะรอประเมินแนวโน้มเศรษฐกิจหลักผ่านรายงานดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการผลิตอุตสาหกรรมและภาคการบริการ (S&P Manufacturing & Services PMIs) ในเดือนพฤษภาคม โดยในฝั่งสหรัฐบรรดานักวิเคราะห์ต่างคาดว่าเศรษฐกิจสหรัฐจะยังคงได้แรงหนุนจากการขยายตัวต่อเนื่องของภาคการบริการ โดยดัชนี PMI ภาคการบริการอาจอยู่ที่ระดับ 52.5 จุด (ดัชนีสูงกว่า 50 จุด หมายถึง ภาวะขยายตัว) ซึ่งภาคการบริการของสหรัฐก็ยังคงได้รับอานิสงส์จากตลาดแรงงานที่แข็งแกร่งและตึงตัวอยู่

“นอกเหนือจากรายงานข้อมูลดัชนี PMI ของบรรดาเศรษฐกิจหลัก ผู้เล่นในตลาดจะรอจับตาความคืบหน้าของการเจรจาขยายเพดานหนี้สหรัฐ รวมถึงถ้อยแถลงของบรรดาเจ้าหน้าที่ธนาคารกลางหลัก ทั้งเฟด ธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) และธนาคารกลางอังกฤษ (บีโออี)” นายพูนกล่าว