ที่โรงแรมโนโวเทล กรุงเทพฯ คณะกรรมาธิการการเศรษฐกิจ การเงินและการคลัง สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) สัมมนาเรื่องเส้นทางสู่เศรษฐกิจ 4.0 โดยนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช. กล่าวว่า ประเทศไทยมีการพัฒนาเศรษฐกิจมาต่อเนื่อง ตั้งแต่ประเทศไทย 1.0 เน้นการเกษตร 2.0 เน้นอุตสาหกรรมเบา 3.0 เน้นอุตสาหกรรมหนัก และรายได้ระดับปานกลาง หากไทยต้องการหลุดพ้นจากประเทศกำลังพัฒนาและมีรายได้ระดับสูงสู่ประเทศพัฒนาแล้ว ต้องพัฒนาสู่ไทยแลนด์ 4.0 ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม และประสานความร่วมมือทุกภาคส่วนตามแนวทางประชารัฐ
“ผมในฐานะผู้นำฝ่ายนิติบัญญัติยืนยันว่ากระบวนการสร้างกฎหมายของฝ่ายนิติบัญญัติเป็นไปเพื่อการสร้างความมั่นคงประเทศ ยึดถือประโยชน์ประชาชนเป็นสำคัญ ขอให้เชื่อมั่นว่ากฎหมายที่ สนช.พิจารณาหรือรับรองเป็นไปเพื่อความมั่นคงประเทศ ความมั่นคงทางเศรษฐกิจ ความมั่นคงทางการเมือง สำคัญสุดเพื่อประโยชน์ประชาชน สิ่งเหล่านี้ สนช.นำมาพิจารณาในการทำงานเพื่อความก้าวหน้าของประเทศ” นายพรเพชร กล่าว
นายเจน นำชัยศิริ สมาชิก สนช.และประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กล่าวว่า อุตสาหกรรมไทยส่วนมากอยู่ยุค 2.0 ผลิตปริมาณมากๆ แต่ 3.0 จะเห็นในอุตสาหกรรมยานยนต์ ซึ่งช่วง 4 ปีที่ผ่านมา การส่งออกไทยลดลง จุดน่าห่วงคือการเสียความสามารถแข่งขันลงไป ต้องรู้ความต้องการลูกค้าและพันธมิตรแล้วจับจุดมาทำให้โมเดลธุรกิจไปทางนั้น ทำสินค้าให้หลากหลายและตอบโจทย์ลูกค้าเฉพาะคน แต่ตอนนี้ติดขัดเรื่องคนและทักษะ ซึ่งต้องอาศัยทั้งหลายภาคส่วนรวมกันยกระดับ ภาคเอกชนเป็นผู้ชี้เป้าไปยังสาขาที่ต้องการพัฒนา ภาครัฐระดมสรรพกำลังมาช่วยส่วนที่เอกชนต้องการ
นายปรีดี ดาวฉาย สมาชิก สนช.และประธานสมาคมธนาคารไทย กล่าวว่า ธนาคารเป็นหน่วยธุรกิจในระบบเศรษฐกิจที่ถูกควบคุมมากที่สุด เพราะมีระเบียบรับฝากเงินประชาชนและคืนให้ครบ ทุกวันนี้ธนาคารในประเทศเกือบทั้งหมดเป็นบริษัทมหาชน วันไหนที่ธนาคารไม่แข็งแรงระบบเศรษฐกิจจะอ่อนแอทันที ระบบธนาคารจะนำเงินให้ใครกู้ ต้องมีเงินกองทุนอยู่ส่วนหนึ่ง ซึ่งธนาคารพาณิชย์ของไทยวันนี้มีความแข็งแกร่งระดับภูมิภาค โดยทุกวันนี้ลูกค้าทำธุรกรรมมากสุดบนมือถือ โตปีละ 50% เมื่อเทคโนโลยีทางการเงิน (ฟินเทค) เข้ามามากขึ้น ธนาคารพาณิชย์ต้องพัฒนาพร้อมเพย์ เชื่อว่าจะเป็นตัวเปลี่ยนพฤติกรรมลูกค้า
นายอิสระ ว่องกุศลกิจ สมาชิก สนช. และประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ปัจจุบันไทยใช้แรงงานเปลืองมาก แต่มีเครื่องจักรน้อยและไม่มีประสิทธิภาพ ดังนั้นต้องนำภาควิชาการมาช่วยให้ความรู้ และกระจายความรู้สู่ท้องถิ่น รวมถึงเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่สานต่อธุรกิจ โดยเฉพาะร้านค้าโชห่วย ซึ่งเป็นอนาคตไทยแลนด์ 4.0 หรือช่วงเปลี่ยนจากรุ่นเก่าสู่รุ่นใหม่ ไม่ใช่ปลาใหญ่กินปลาเล็ก แต่เป็นยุคของปลาว่ายน้ำเร็ว
นายพรชัย ฐีระเวช รองผู้อำนวยการสำนักงาน เศรษฐกิจการคลัง กล่าวว่า ยุค 4.0 กำลังส่งเสริมให้มีการกระจายรายได้ เช่น งบแสนล้านใน 18 กลุ่มจังหวัด ในอนาคตได้ทำมาตรการภาษีรองรับยุคแห่งเทคโนโลยีและนวัตกรรม เช่น สิทธิพิเศษทางภาษีแก่สตาร์ตอัพ ผู้ร่วมลงทุน (วีซี) ที่ลงทุนในเทคโนโลยีได้รับการเว้นภาษีนิติบุคคล การหักค่าใช้จ่ายจากงานวิจัยและพัฒนาได้ 3 เท่า จะส่งผลให้ภาคอุตสาหกรรมให้ความสำคัญเน้นเรื่องการวิจัยและมีเทคโนโลยีของตัวเอง และก้าวสู่ไทยแลนด์ 4.0 ได้สะดวก
นายวิชญายุทธ บุญชิต ที่ปรึกษาด้านนโยบายและแผนงาน สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ กล่าวว่า ระยะยาวเศรษฐกิจไทยจะโต 5% ต่อปีได้ ต้องมาจากการขยายตัวประชากร การลงทุน และเทคโนโลยีและนวัตกรรม ความคิดสร้างสรรค์ และปรับการผลิต ตอนนี้มองกันถึงการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี และคนต้องปรับตัว รวมถึงเตรียมตัวรับผลกระทบด้านลบด้วย

