นางดวงพร รอดพยาธิ์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กระทรวงฯตั้งเป้าระบายข้าวในสต็อกของรัฐบาลที่เหลือประมาณ 8 ล้านตันให้แล้วเสร็จภายในปี 2560 โดยจะเสนอแผนการระบายข้าวทั้งหมดต่อที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าว( นบข.)ที่มีนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน พิจารณาเห็นชอบต้นเดือนมกราคม 2560 ทั้งนี้ ข้าวในสต็อกส่วนใหญ่เป็นข้าวขาว ซึ่งรัฐแบกภาระค่าจัดเก็บเดือนละ 510 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นข้าวเสื่อมคุณภาพไม่เหมาะกับการบริโภค 5 ล้านตัน และอีก 3 ล้านตันยังสามารถบริโภคได้
ก่อนคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)เข้ามาบริหารประเทศ มีข้าวในสต็อกรัฐบาลกว่า 17 ล้านตัน รัฐบาลชุดนี้ได้เริ่มระบายข้าวในสต็อกรัฐ ตั้งแต่เดือนสิงหาคม ปี 2557 โดยเปิดประมูลแล้ว 23 ครั้ง จนปัจจุบันเหลือปริมาณ 8.68 ล้านตัน คิดเป็นมูลค่า 89,181 ล้านบาท
นางดวงพร กล่าวว่า สำหรับแผนการระบายข้าวเสื่อมคุณภาพ 5 ล้านตัน กำลังหารือกระทรวงพลังงานและกระทรวงอุตสาหกรรม เพื่อกำหนดแนวทางดูแลที่เหมาะสมในการนำข้าวเสื่อมไปเป็นวัตถุดิบในการผลิตเป็นพลังงาน และไม่ส่งผลกระทบต่อมันสำปะหลัง และข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ รวมถึงหารือให้กระทรวงพลังงานรับซื้อทั้งหมด ในรูปแบบซื้อระหว่างหน่วยงานของรัฐกันเอง ส่วนข้าวอีก 3 ล้านตันจะใช้วิธีการเปิดประมูลขายเป็นการทั่วไป
“หากระบายข้าวในสต็อกได้หมดในปีหน้า จะส่งผลดีต่อตลาดข้าวโดยรวม เนื่องจากซัพพลายลดลง ส่งผลต่อกลไกตลาดและราคาในตลาดโลก โดยทำไปพร้อมกับการระบายข้าวผลผลิตใหม่ ซึ่งกำลังหารือกับรัฐบาลจีนส่งมอบข้าวแสนตันที่ 2 เดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ ตามสัญญาซื้อขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐที่ได้ลงนามเอ็มโอยูไทย-จีนซื้อข้าวไทย 1 ล้านตันก่อนหน้านี้ ”
ส่วนสถานการณ์การส่งออกข้าวไทย มีแนวโน้มดีขึ้น ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคมถึง14 ธันวาคม 2559 ส่งออกข้าวแล้ว 9.3 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 2% มีมูลค่า 4,173 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 146,191 ล้านบาท คาดส่งออกทั้งปีได้ตามเป้า 9.5 ล้านตัน ด้านราคามีแนวโน้มปรับตัวขึ้น ราคาข้าวไทยขยับตัวสูงขึ้นแต่ยังแข่งขันได้ โดยราคาข้าวเปลือกหอมมะลิสูงขึ้นมาอยู่ที่เฉลี่ย 11,000 บาทต่อตัน ข้าวเปลือกเหนียว 13,000 บาทต่อตัน ข้าวเปลือกเจ้ากว่า 8,000 บาทต่อตัน

