หน้าแรก เศรษฐกิจ ‘แอตต้า’ โอดอ...

‘แอตต้า’ โอดอยากเห็นรัฐบาลใหม่แล้ว ย้ำแก้ปมวีซ่าได้จีนถึงเป้า 5 ล้านคนแน่

26.05.23 | 05:22 น.

‘แอตต้า’ โอดอยากเห็นรัฐบาลใหม่แล้ว ย้ำแก้ปมวีซ่าได้จีนถึงเป้า 5 ล้านคนแน่

นายศิษฎิวัชร ชีวรัตนพร นายกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า) เปิดเผยว่า ขณะนี้อยากให้เกิดการจัดตั้งรัฐบาลได้ลุล่วงเร็วที่สุด เนื่องจากจะมีผลดีกับภาพรวมของเศรษฐกิจไทย เพราะอย่างน้อยประชาชนและภาคเอกชนก็จะรู้ว่ารัฐบาลใหม่เป็นใครอย่างชัดเจน แต่ขณะนี้ตามไทม์ไลน์ต้องรอจนถึงเดือนสิงหาคม 2566 ซึ่งถือเป็นการรอแบบทรมานกว่าจะถึงช่วงเวลาที่กำหนดไว้ แต่หากรอแล้วได้รับข่าวดี การรอแบบทรมานก็อาจไม่เป็นไร กลัวว่าจะเป็นข่าวดีและไม่ดีบ้างสลับกันมากกว่า ซึ่งส่วนนี้จะส่งผลกระทบกับแผนการดำเนินงานของภาคเอกชน เพราะรอจนเหนื่อยไปแล้ว โดยประเมินทิศทางการจัดตั้งรัฐบาล ภาพที่ออกมาจนถึงขณะนี้นั้น วิเคราะห์แล้วพบว่า พรรคก้าวไกล น่าจะเหนื่อย สิ่งที่ก้าวไกลอยากได้อาจไม่ได้ ต้องยอมไปก่อนเพื่อให้ภาพรวมไปได้ เนื่องจากเสียงที่ได้มามีความก่ำกึ่งกันมากในระหว่าง 2 พรรคที่ได้คะแนนเสียงมากที่สุดเป็นอันดับแรก เป็นเรื่องของพวกเดียวคนละพรรค พรรคเดียวกันแต่คนละพวก

นายศิษฎิวัชร กล่าวว่า ขณะนี้ภาคเอกชนท่องเที่ยวไทยในทุกสภาหรือสมาคม ได้หารือร่วมกันแล้ว โดยหากรู้ว่าใครจะเข้ามาเป็นรัฐมนตรีท่องเที่ยว ก็พร้อมเสนอแนะนโยบายทันที เพื่อส่งเสริมภาคการท่องเที่ยว ขับเคลื่อนเดินหน้าไปด้วยกัน โดยจากนี้จะมีการทำเวิร์คช็อปร่วมกันระหว่างผู้ประกอบการในภาคเอกชน เพื่อหารือในเรื่องต่างๆ อาทิ วิธีการส่งเสริม การแก้ไขปัญหาต่างๆ จัดทำเป็นข้อเสนอแนะถึงรัฐบาลใหม่เพิ่มเติม เพื่อวางรากฐานของภาคการท่องเที่ยวไทยต่อไป

นายศิษฎิวัชร กล่าวว่า สำหรับแนวโน้มนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยเฉพาะตลาดจีนนั้น สถานกงสุลจะต้องปรับตัว จุดที่นักท่องเที่ยวจีนหรือผู้ประกอบการจีนต้องการอะไร หรือติดขัดอะไร รวมถึงสื่อสารไม่เข้าใจในส่วนใด กงสุลจะต้องทำตามนโยบายของรัฐบาล ในการส่งเสริมภาคการท่องเที่ยวอย่างเต็มที่ อะไรที่ไม่สะดวกหรือไม่เข้าใจก็ต้องทำให้เข้าใจและอำนวยความสะดวกมากขึ้น โดยเป้าหมายจำนวนนักท่องเที่ยวจีนของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ที่ตั้งไว้ 5 ล้านคน ในช่วงเกือบ 5 เดือนแรกของปีนี้ มีจีนเที่ยวไทยสะสมอยู่ที่ 1 ล้านคนกว่าๆ หากรวมทั้งไตรมาส 1 และไตรมาส 2 ของปีนี้ น่าจะได้ไม่ถึง 2 ล้านคนแน่นอน แต่ในช่วง 6 เดือนหลังของปีนี้ อาจสามารถดันให้ถึง 4-5 ล้านคนตามเป้าได้ แต่ภาคเอกชนไม่ได้หวังว่าจะมีจีนเข้ามาเที่ยวไทยแค่ 5 ล้านคนเท่านั้น แต่หวังไปถึง 7 ล้านคน เพราะขณะนี้ชาวจีนที่เข้ามาเที่ยวไทย มาแบบเที่ยวด้วยตัวเอง (เอฟไอที) เป็นหลัก มีกลุ่มนักธุรกิจเข้ามาบ้าง แต่ในกรุ๊บทัวร์จีนยังไม่มีเข้ามาเที่ยวไทยมากนัก เพราะติดข้อจำกัดในการยื่นเอกสารบางรายการในระบบอีวีซ่าที่ไม่คุ้นเคยเหมือนในอดีตที่ผ่านมา

“ข้อจำกัดของระบบอีวีซ่าในการพิจารณาอนุมัตินักท่องเที่ยวต่างชาติ ตลาดกรุ๊ปทัวร์จีน จะใช้เวลาพิจารณาไม่เกิน 15 วัน เทียบกับในอดีตที่ใช้เวลาเพียง 3-5 วัน เท่านั้น จึงถือว่าช้ากว่าเดิม ซึ่งที่ผ่านมาก็ได้หารือกับททท. ว่าขอปรับเป็นพิจารณาไม่เกิน 10 วันได้หรือไม่ แต่ยังไม่มีความชัดเจนในส่วนนี้ ซึ่งหากสามารถลดระยะเวลาในการพิจารณาวีซ่า บวกกับสร้างความเข้าใจกับทั้งนักท่องเที่ยวจีน ผู้ประกอบการจีนได้ สถานการณ์น่าจะดีขึ้น เพราะขณะนี้นักท่องเที่ยวบางส่วนมีความรู้สึกหงุดหงิดกับเงื่อนไขในการเข้าประเทศของไทย ที่เหมือนมือหนึ่งจะเรียกให้เข้ามาเที่ยว แต่อีกมือกลับห้ามไว้ อาจส่งผลกระทบให้เปลี่ยนใจไปเที่ยวประเทศอื่นได้ เพราะการทำวีซ่าง่ายกว่าไทย” นายศิษฎิวัชร กล่าว

ทั้งนี้ หากสามารถประชาสัมพันธ์และสื่อสารให้นักท่องเที่ยวจีน รวมถึงผู้ประกอบการจีนเข้าใจและลดอารมณ์ความรู้สึกย้อนแยงในเงื่อนไขการเข้ามาเที่ยวไทยลงได้ คาดว่า 6 เดือนที่เหลือของปี 2566 จะมีชาวจีนเข้ามาเที่ยวไทยได้ประมาณ 6 แสนคนต่อเดือน ซึ่งเท่ากับ 3.6 ล้านคนแล้ว จึงน่าจะถึงเป้าหมายที่ตั้งไว้ 5 ล้านคนได้

Advertisement