หน้าแรก เศรษฐกิจ งวดสุดท้ายแล้...

งวดสุดท้ายแล้ว! ประกันรายได้ข้าวเปลือกของรัฐบาลปัจจุบัน ชาวนารับเงิน 31 พ.ค.นี้

26.05.23 | 17:55 น.

งวดสุดท้ายแล้ว! ประกันรายได้ข้าวเปลือกของรัฐบาลปัจจุบัน ชาวนารับเงิน 31 พ.ค.นี้

นายอุดม ศรีสมทรง รองอธิบดีกรมการค้าภายในกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ในวันที่ 26 พฤษภาคม คณะอนุกรรมการกำกับดูแลและกำหนดเกณฑ์กลางอ้างอิงโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว ได้พิจารณาราคาเกณฑ์กลางอ้างอิงและการชดเชยส่วนต่างราคาตามโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปี 2565/66 ซึ่งเป็นการดำเนินการตามนโยบายของนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ โดยเป็นการประกาศราคาเกณฑ์กลางอ้างอิงงวดสุดท้าย งวดที่ 33 สำหรับเกษตรกรที่แจ้งวันคาดว่าจะเก็บเกี่ยวระหว่างวันที่ 20 พฤษภาคม-31 กรกฎาคม 2566 โดยจะจ่ายเงินให้เกษตรกรที่ได้รับสิทธิภายในวันที่ 31 พฤษภาคม 2566

นายอุดม กล่าวว่า ในงวดที่ 33 ปรากฏว่า ข้าวเปลือกหอมมะลินอกพื้นที่ มีราคาเกณฑ์กลางตันละ 13,671.28 บาท เกษตรกรจะได้รับชดเชยส่วนต่างตันละ 328.72 บาท ได้รับชดเชยสูงสุดครัวเรือนละ 5,259.52 บาท โดยข้าวเปลือกปทุมธานี ข้าวเปลือกเจ้า และข้าวเปลือกเหนียว มีราคาเกณฑ์กลางสูงกว่าราคาประกัน จึงไม่มีส่วนต่างชดเชยในงวดนี้ ซึ่งข้าวเปลือกปทุมธานี มีราคาเกณฑ์กลางตันละ 11,252.18 บาท ข้าวเปลือกเจ้า มีราคาเกณฑ์กลางตันละ 10,216.69 บาท ข้าวเปลือกเหนียว มีราคาเกณฑ์กลางตันละ 12,734.33 บาท

สำหรับข้าวเปลือกหอมมะลิ ไม่มีราคาเกณฑ์กลางอ้างอิง เนื่องจากสิ้นสุดฤดูเก็บเกี่ยวแล้ว ทั้งนี้ การที่ราคาข้าวอยู่ในเกณฑ์ดี ในระดับที่สูงกว่าราคาประกัน จนไม่มีส่วนต่างชดเชย ส่งผลให้รัฐบาลจ่ายชดเชยส่วนต่างน้อยลง ช่วยให้ประหยัดงบประมาณที่ใช้ในการดำเนินโครงการได้อีกทางหนึ่งด้วย ซึ่งการจ่ายชดเชย 32 งวด ให้เกษตรกรกว่า 2.636 ล้านครัวเรือน รวมเป็นงบ 7,867 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 42.90% ของงบประมาณที่ได้รับอนุมัติไว้

นายอุดม กล่าวว่า สถานการณ์การซื้อขายข้าวในตลาดช่วงนี้ ผู้แทนสมาคมโรงสีข้าวไทย และผู้แทนสมาคมค้าข้าวไทย ยืนยัน ผู้ส่งออกมีความต้องการข้าวเจ้าอย่างต่อเนื่อง ทำให้ราคาปรับตัวสูงขึ้น โดยเฉพาะจากอิรัก และอินโดนีเซีย โดยปริมาณการส่งออกสะสมตั้งแต่ 1 มกราคมถึง 24 พฤษภาคม 2566 ส่งออกข้าวแล้วกว่า 3.27 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 15% ผลจากน่าจะเพิ่มขึ้นเนื่องจากปรากฎการณ์เอลนีโญ ทำให้เกิดภัยแล้ง ส่งผลให้ปริมาณผลผลิตในหลายประเทศลดลง ทำให้มีความต้องการข้าวเพิ่มมากขึ้น

Advertisement

ขณะที่ผู้แทนสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ราคาข้าวในภาพรวมค่อนข้างทรงตัว มีขยับขึ้นลงบ้าง ตามค่าเงินบาทที่อ่อนตัวลงเล็กน้อย สถานการณ์การส่งออกของไทยเป็นไปได้ด้วยดี เนื่องจากมีคำสั่งซื้อเข้ามาอย่างต่อเนื่องในทุกชนิดข้าว โดยภาพรวมแล้ว คาดการณ์ทั้งปีนี้มีโอกาสจะส่งออกข้าวได้มากกว่าปีที่แล้ว โดยคาดว่าจะส่งออกได้ถึง 8 ล้านตัน