รถเก๋งเล็กกำลังมาแรงขณะนี้ต้องยกให้ โตโยต้า ยาริส เอทีฟ รถเก๋งเล็ก 4 ประตู ยอดจองถล่มทลาย แต่ในขณะเดียวกัน โตโยต้าก็มีให้เลือกแบบ แฮตช์แบ๊ก หรือ 5 ประตู คือ โตโยต้า ยาริส โกยยอดขายรวมในประเทศไทยกว่า 418,000 คัน นับตั้งแต่เปิดตัว ตั้งแต่เดือนธันวาคม 2548-เดือนธันวาคม พ.ศ.2565
นอกจากนี้ยังได้รับความนิยมด้วยยอดขายอันดับ 1 ในตลาดอีโคคาร์แฮตช์แบ๊กในปี พ.ศ.2565 ที่ผ่านมาอีกด้วย
ล่าสุดแนะนำ โตโยต้า ยาริส รุ่นปรับปรุงใหม่ หรือไมเนอร์เชนจ์ เมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2566 ที่ผ่านมา

โตโยต้า ยาริส 2023 เป็นรถยนต์อีโคคาร์ 5 ประตู 5 ที่นั่งจากการใช้เครื่องยนต์ 3 สูบ 1.2 ลิตร อัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ย 23.3 กิโลเมตร/ลิตร แต่ยังความอเนกประสงค์เรื่องพื้นที่ใช้สอย สามารถพับเบาะหลัง เพื่อขนของขนาดใหญ่ได้ เอกลักษณ์ด้านหน้า แฮมเมอร์เฮด (Hammerhead) คล้ายฉลามหัวค้อนคู่กับชุดไฟหน้าโคมโปรเจ็กเตอร์ หลอดแอลอีดี กันชนหน้าพื้นที่ส่วนใหญ่ตกแต่งด้วยสีดำ และใช้ล้ออัลลอยลาย 6 ก้าน ปัดเงาด้านหน้า ขนาด 15 นิ้ว เหมือนกันตั้งแต่รุ่นย่อยบนสุดจนถึงรุ่นพื้นฐาน มีความยาว 4,160 มม. กว้าง 1,730 มม. สูง 1,500 มม. ระยะฐานล้อ 2,550 มม. และความสูงใต้ท้องรถ 135 มม.
ภายในห้องโดยสาร ปรับเปลี่ยนหน้าจอเครื่องเสียงแบบสัมผัสให้เป็นแบบลอยตัว รุ่น สปอร์ต ได้ขนาด 7 นิ้ว รุ่น สมาร์ท ขนาด 8 นิ้ว และรุ่น พรีเมียม/ พรีเมียม เอส ขนาด 9 นิ้ว รองรับการเชื่อมต่อ แอปเปิล คาร์เพลย์ และแอนดรอยด์ ออโต้ ยกเว้น รุ่น สปอร์ต มาตรวัดเป็นแบบอนาล็อกพร้อมจอสี TFT แสดงข้อมูลขับขี่ขนาด 4.2 นิ้ว เฉพาะรุ่น พรีเมียม/พรีเมียม เอส ขณะที่ระบบแอร์อัตโนมัติมีให้ทุกรุ่น ยกเว้นรุ่น สปอร์ต
เพิ่มอุปกรณ์มาตรฐานตั้งแต่รุ่นเริ่มต้น ได้แก่ ไฟหน้าแบบ โปรเจ็กเตอร์ แอลอีดี ล้ออัลลอยขนาด 15 นิ้ว เสาอากาศแบบครีบฉลาม ช่องต่ออุปกรณ์ไฟฟ้าแบบ ยูเอสบี ไทป์ ซี สำหรับผู้โดยสารด้านหลัง แตร ทรัมเป็ต ฮอร์น (Trumpet Horn) หน้าจอแบบสัมผัส

การตกแต่ง แบ่งออกเป็น 4 แบบ ต่างกันในทุกรุ่นย่อย โดยเฉพาะเบาะนั่ง ได้แก่ รุ่นพรีเมียม เอส ใช้คู่สีทูโทน เบาะหุ้มหนังและหนังสังเคราะห์สีแดง–ดำ ตกแต่งด้วยด้ายสีเทา รุ่นพรีเมียม ใช้คู่สีทูโทน เบาะหุ้มหนังสังเคราะห์สีน้ำตาล–ดำ ตกแต่งด้วยด้ายสีน้ำตาลอ่อน รุ่น สมาร์ท ใช้สีโมโนโทน เบาะหุ้มหนังสังเคราะห์สีดำ ตกแต่งด้วยด้ายสีเทา รุ่นสปอร์ต ใช้สีโมโนโทน เบาะหุ้มด้วยผ้าสีดำ ตกแต่งด้วยด้ายสีเทา
เครื่องยนต์เบนซินแบบ 4 สูบ ขนาด 1.2 ลิตร กำลังสูงสุด 92 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที และแรงบิดสูงสุด 109 นิวตันเมตร ที่ 4,400 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ CVT-i ขับเคลื่อนล้อหน้า อัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ยประมาณ 23.3 กิโลเมตร/ลิตร
ติดตั้งระบบความปลอดภัยเชิงป้องกัน (Toyota Safety Sense) ประกอบด้วย ระบบความปลอดภัยก่อนการชน, ระบบเตือนเมื่อออกนอกเลน, ระบบช่วยเตือนขณะถอย และระบบเตือนมุมอับสายตา รวมถึงมีกล้องมองภาพรอบคันกับกล้องบันทึกภาพหน้ารถ ในรุ่นพรีเมียม และพรีเมียม เอส

ถุงลมนิรภัย 7 ตำแหน่ง, เบรก ABS, ระบบควบคุมการทรงตัว, ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี, ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน, จุดยึดเบาะเด็กเล็ก ISOFIX จะเป็นอุปกรณ์มาตรฐานสำหรับทุกรุ่นย่อย และเพิ่มกล้องมองหลังในรุ่น สมาร์ท
มีให้เลือก 8 สี แบ่งเป็นทูโทนและโมโนโทน ได้แก่ สีเทา–หลังคาดำ Cement Gray Metallic-Black เพิ่มเงิน 12,000 บาท (มีเฉพาะรุ่น พรีเมียม/พรีเมียม เอส) สีส้ม–หลังคาดำ Spicy Scarlet-Black เพิ่มเงิน 12,000 บาท (มีเฉพาะรุ่นพรีเมียม/พรีเมียม เอส) สีขาวมุก–หลังคาดำ Platinum White Pearl-Black เพิ่มเงิน 12,000 บาท (มีเฉพาะรุ่นพรีเมียม/พรีเมียม เอส) สีแดงหลังคาดำ Red Mica Metallic-Black เพิ่มเงิน 5,000 บาท (มีเฉพาะรุ่นพรีเมียม/พรีเมียม เอส) สีเทา Cement Gray Metallic เพิ่มเงิน 7,000 บาท (มีเฉพาะรุ่น สปอร์ต/สมาร์ท) สีส้ม Spicy Scarlet เพิ่มเงิน 7,000 บาท (มีเฉพาะรุ่นสมาร์ท) สีขาวมุก Platinum White Pearl เพิ่มเงิน 7,000 บาท (มีเฉพาะรุ่นพรีเมียม/พรีเมียม เอส) สีแดง Red Mica Metallic (มีเฉพาะรุ่นสปอร์ต/สมาร์ท) สีขาว Super White II (เฉพาะรุ่น สปอร์ต) สีเทา Urban Metal สีเงิน Metal Stream Metallic สีดำ Attitude Black Mica ราคาจำหน่าย รุ่นสปอร์ตราคา 559,000 บาท รุ่นสมาร์ท ราคา 619,000 บาท รุ่นพรีเมียม ราคา 679,000 บาท รุ่นพรีเมียม เอส ราคา 694,000 บาท
ถือว่าเป็นรถเก๋งเล็กออกแนวอเนกประสงค์ คล่องตัว ขับง่าย ดูแลง่าย ค่าบำรุงรักษาต่ำ
นายพล

