หน้าแรก เศรษฐกิจ Upskill วันสุ...

Upskill วันสุดท้าย ‘เจ๊ฝน’ เผยเคล็ดแซ่บ ใช้ตัวเองเป็นจุดขาย ‘โกโก้ไอ้ต้น’ เล่าจากทุน 4 พันสู่ 230 สาขา

28.05.23 | 12:57 น.

เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม ที่ศูนย์อาชีพและธุรกิจมติชน หรือ ‘มติชนอคาเดมี’ เครือมติชน โดย เส้นทางเศรษฐี, นิตยสารศิลปวัฒนธรรม และมติชนอคาเดมี จัดงาน ‘Upskill Thailand 2023 ถึงรส ถึงชาติ’ เพื่อเสริมทักษะ ต่อยอดความรู้ให้ประชาชนที่สนใจด้านธุรกิจอาหาร ประกอบด้วยงานเสวนา กิจกรรมเวิร์กช็อป และจำหน่ายอาหารจาก 20 ร้านชื่อดัง ระหว่าง 26-28 พฤษภาคม เวลา 10.00-18.00 น. (อ่าน Upskill Thailand 2023 ‘เล่าเรื่อง-เรียนรู้-รับรส’ ชวนฝึกทักษะอาหารรอบด้าน! 26-28 พ.ค. นี้ ที่มติชนอคาเดมี)

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ซึ่งเป็นวันที่ 3 โดยเป็นวันสุดท้ายของการจัดงาน ยังคงมีผู้สนใจทยอยเดินทางมาร่วมงานอย่างต่อเนื่อง

นายศิวนาลถ โพธิสาราช อายุ 28 ปี น้องชายเจ้าของร้าน โกโก้ไอ้ต้น เผยว่า เดิมทีขายกาแฟอยู่ที่ริมรถไฟตลาดพลู มีทั้งกาแฟและโกโก้ ซึ่งลูกค้าหลายคนชอบรสชาติโกโก้ จากนั้นจึงเริ่มมาทำโกโก้ขายจริงจังโดยมีงบเริ่มต้น 3,000-4,000 บาทเท่านั้น เริ่มขาย 50 แก้ว แล้วขายหมด จากวันละ 50 แก้ว เป็นวันละ 150 แก้ว ต่อมาก็เริ่มมีลูกค้ามารอหน้าร้านตั้งแต่ยังไม่เปิดร้าน ส่วนความแตกต่างของ ‘โกโก้ไอต้น’ คือ ใช้โกโก้ที่เข้มข้นลูกค้าสามารถเลือกได้ว่าจะรับประทานแบบหวานน้อย หรือหวานมาก

เมื่อถามถึงที่มาของชื่อ ‘โกโก้ร้านไอ้ต้น’ ? นายศิวนาลถเล่าว่า พี่ชายขับรถแล้วไปพบเจอชื่อร้านอาหารตามทาง ชื่อร้านว่า อร่อย สุดท้ายก็ตกตะกอนได้ว่า อยากตั้งชื่อร้านที่คนจำง่ายๆ เห็นชื่อร้านแล้วรู้ว่าเป็นร้านเราเหมือนร้านที่ขับผ่าน เลยตั้งว่า โกโก้ ส่วนคำว่า ไอ้ต้น เป็นชื่อเจ้าของร้านนั่นเอง

“โกโก้รสละอ่อน โกโก้รสเข้ม โกโก้รสโคตรเข้ม เป็นสามเมนูที่ขายดีที่สุด ซึ่งจะสามารถเลือกระดับความเข้มข้นของโกโก้ได้ และเลือกความหวานของโกโก้ได้ “ นายศิวนาลถ กล่าวก่อนเผยว่า ปัจจุบันมีถึง 230 สาขาโดยสาขาหลักคือ สาขาตลาดพลู  ถ้าใครสนใจธุรกิจแฟรนไชส์สามารถเข้ามาสอบถามทางเพจ เฟซบุ๊ก ‘โกโก้ไอ้ต้น’ ได้

Advertisement

ด้าน ‘เจ๊ฝน’ คณิน สีสาวแห เจ้าของ ร้านเจ๊ฝน แซ่บซิ่ง ชลบุรี เผยว่า เมื่อก่อนเคยเปิดร้านอาหาร มีตำ มียำ มีทุกอย่าง พอโควิดเข้ามา ก็ดาวน์ลง ร้านค้าก็ต้องมีการปรับตัว เพราะกำลังของผู้บริโภคก็น้อยลง กลุ่มบริโภคกำลังน้อยก็มีมากขึ้น

“เราคิดว่าถ้าเราจะอยู่ในประเภทร้านอาหารแบบใหญ่ในปัจจุบันนี้คงไม่รอดแน่ เราต้องปรับตัวให้เข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคในปัจจุบัน เลยย่อมาตรฐานขนาดใหญ่มาอยู่ในขนาดเล็ก และเป็นเล็กที่ยังคงความมาตรฐานและดีที่สุดที่เราควบคุมได้ ส่วนเคล็ดลับความแซ่บ คือ ร้านเราจะยังมีตำ มียำ ที่สำคัญคือ ความเป็นตัวเอง การเข้าถึงลูกค้า เราเป็นคนอีสาน 100% เราจะทำส้มตำ ทำยำกินกันปกติอยู่แล้ว ในแต่ละภาค ในแต่ละพื้นที่ แต่ละจังหวัดจะทานรสชาติไม่เหมือนกัน อีสานอีกแบบหนึ่ง ภาคกลางอีกแบบหนึ่ง อย่างภาคอีสานจะไม่มีอาหารทะเลแต่เราก็เอารสชาติมามิกซ์กับวัตถุดิบของภาคตะวันออกก็ถือว่าลงตัว” เจ๊ฝนกล่าว

เจ๊ฝนกล่าวว่า เมนูขายดีที่สุด คือ ‘ยำยกรถ’ ประกอบด้วย ปูม้า หอยแครง กุ้งสด ปลาแซลมอน ไข่แมงดา ไข่ปู ไข่ปลา ไข่แดงเค็ม ไข่ปลาหมึก ในราคา 400 บาทเท่านั้น โดยเป็นเมนูที่ขายมาตั้งแต่เปิดร้านจนถึงตอนนี้

“ค้นหาความเป็นตัวเอง มองคนอื่นเป็นต้นแบบ มองตัวเองว่าไหวในระดับไหน ใช้ตัวเองเป็นจุดขาย อย่างที่บอกด้วยความที่เป็นตัวเองชัดเจนของฝน ใช้ตัวเองเป็นจุดขาย นอกจากอาหารแล้วคนก็อยากมาเจอพี่ฝนเรื่อยๆ พอเข้าถึงและใกล้ชิด ก็ทำให้เรามีโอกาสเติบโตด้วยความเป็นตัวเอง” เจ๊ฝนกล่าว