‘ศึกตั้ง รบ.-งบฐานศูนย์’ 2ตัวแปรแช่แข็งงบปี’67!!

29.05.23 | 12:17 น.
‘ศึกตั้ง รบ.-งบฐานศูนย์’ 2ตัวแปรแช่แข็งงบปี’67!! อีเวนต์ประวัติศาสตร์ของประเทศไทย

อีเวนต์ประวัติศาสตร์ของประเทศไทยผ่านไปแล้ว สำหรับการเลือกตั้งและผลที่เหนือความคาดหมาย


ไทม์ไลน์นับจากนี้ สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (สำนักงาน กกต.)จะประกาศรับรองผลการเลือกตั้งภายใน 60 วันนับแต่วันเลือกตั้ง คาดภายในช่วงเดือนกรกฎาคม จากนั้นจะต้องเปิดประชุมรัฐสภาและเลือกนายกรัฐมนตรีคนที่ 30 เพื่อตั้งคณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดใหม่ ทั้งหมดจะเสร็จภายในเดือนสิงหาคม 2566

ทั้งนี้ นับตั้งแต่ 20 มีนาคม 2566 ที่มีการประกาศยุบสภา ครม.ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ทำหน้าที่เพียงรัฐบาลรักษาการ เกิดสุญญากาศทางการเมือง

ทำให้การพิจารณามติต่างๆ เกี่ยวกับงบประมาณหยุดชะงักลง รวมถึงร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณประจำปี 2567 ก็ถูกแช่แข็ง ค้างไว้เพียงร่างที่ผ่านความเห็นชอบจาก ครม.ก่อนยุบสภา ไม่สามารถไปสู่กระบวนการพิจารณาของรัฐสภาและประกาศให้มีผลบังคับใช้ได้ทันก่อนเริ่มปีงบ 2567 หรือวันที่ 1 ตุลาคม 2566

Advertisement

⦁ย้อนรอยออกร่างงบปี’63ล่าช้า
ตามปกติของการทำร่างงบประมาณประจำปีนั้น มีกำหนดกรอบเวลา โดยอ้างอิงจากปีงบ 2566 ดังนี้ ช่วงเดือนมกราคม ครม.ได้อนุมัติโครงสร้างงบประมาณ และให้หน่วยงานต่างๆ ทำเอกสารคำของบประมาณ ซึ่งมีเวลาปรับปรุงแก้ไขถึงเดือนเมษายน จากนั้นเมื่อได้ร่างที่สมบูรณ์แล้ว ช่วงเดือนมิถุนายน ครม.จึงนำร่าง พ.ร.บ.งบ เสนอสภาผู้แทนราษฎร ต่อมาเดือนสิงหาคมจึงเสนอให้วุฒิสภาพิจารณา และสุดท้ายเดือนกันยายน จะเป็นขั้นตอนการทูลเกล้าฯร่าง พ.ร.บ.งบ เพื่อประกาศบังคับใช้ พอดีก่อนวนเริ่มปีงบใหม่ หรือ 1 ตุลาคมของทุกปี

กรณีการออกร่างงบประจำปีล่าช้า เคยเกิดขึ้นแล้วในปีงบ 2563 เป็นผลจากการมีการเลือกตั้งรัฐบาลในช่วงปี 2562 กอปรกับปัญหาการใช้สิทธิเสียบบัตรโหวตร่างงบแทนกันจนถูกตรวจสอบ ทำให้ร่างงบปี 2563 เกือบเป็นโมฆะ ล่าช้าออกไปประมาณ 4 เดือน หรือผลบังคับใช้วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2563 อย่างไรก็ตาม ช่วงก่อนออกร่างงบปี 2563 รัฐบาล โดยสำนักงบประมาณได้ออกประกาศหลักเกณฑ์การใช้งบปี 2562 ไปพลางก่อน

ผลจากการออกร่างงบประมาณ ทำให้ผลการเบิกจ่ายงบปี 2563 ช่วงสองไตรมาสแรก (ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2562-31 มีนาคม 2563) ในภาพรวมต่ำกว่าเป้าหมายที่กำหนดไว้ทุกประเภทรายจ่าย โดยเฉพาะรายจ่ายลงทุนมีการเบิกจ่ายงบประมาณได้เพียง 9.04 หมื่นล้านบาท คิดเป็นต่ำกว่า 15.15% จากเป้าหมายที่กำหนดไว้ที่ 40%

ประกอบกับปัจจัยภายนอก ทั้งวิกฤตโควิด เศรษฐกิจโลกเริ่มถดถอย ภัยพิบัติเข้ามาแทรกซ้อนพอดี ส่งผลให้ตัวเลขเศรษฐกิจ (จีดีพี) ไทยในไตรมาสที่ 4 ปี 2562 ย่อตัวเหลือ 1.6% ขณะที่ทั้งปี 2562 เติบโตได้ 2.4%

⦁ประเด็นใหม่รื้อระบบ‘งบฐานศูนย์’
กลับมาสู่งบปี 2567 แม้ยังคลุมเครือจากไทม์ไลน์รัฐบาล แต่หลายคนกำลังสนใจนโยบายพรรคก้าวไกลซึ่งบรรจุอยู่ในข้อตกลงพรรคร่วมรัฐบาล นั่นคือ นโยบายเปลี่ยนวิธีการจัดงบประมาณฐานศูนย์ หรือ zero-based budgeting

โดยงบประมาณฐานศูนย์ หมายถึง หากกระทรวงหรือหน่วยงานรัฐจะทำเรื่องของบประมาณในปีถัดไป ก็ไม่ได้อิงจากฐานของงบประมาณปีก่อนหน้า แต่ต้องมาพิจารณาใหม่ว่า โครงการที่ต้องการสานต่อนี้ยังจำเป็นหรือไม่จำนวนเงินที่ขอสูงเกินไปหรือไม่ หรือผลลัพธ์โครงการที่ผ่านมาคุ้มค่าหรือไม่นั้นจากเดิมที่อ้างอิงจากฐานปีก่อนหน้า

เหล่านี้กลายเป็นประเด็นสำคัญของภาคเศรษฐกิจและการเมือง เพราะร่าง พ.ร.บ.งบประมาณปี 2567 ล่าช้าแน่นอนแล้ว หากรื้อระบบใหม่จะทำให้งบประมาณล่าช้าออกไปอีก

ปัจจุบันสำนักงบประมาณคาดว่า การจัดทำงบประมาณรายจ่ายปี 2567 จะล่าช้าไปกว่ากำหนดเดิมประมาณ 6 เดือน จึงเตรียมจัดทำงบประมาณไปพลางก่อน วงเงินเบิกจ่ายประมาณ 1.1 ล้านล้านบาท ช่วงที่ พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายปี 2567 ยังไม่มีผลบังคับใช้ ส่วนกรณีงบฐานศูนย์ หากเดินหน้าสำนักงบประมาณจะหารือในรายละเอียด หากปรับทั้งหมดจะใช้เวลาร่าง พ.ร.บ.งบปี 2567 ยาวนานขึ้น

ศิริกัญญา ตันสกุล หัวหน้าทีมเศรษฐกิจ และรองหัวหน้าพรรคก้าวไกล ระบุว่า พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2567 อาจล่าช้าไปถึงในไตรมาส 2-ไตรมาส 3 ของปีงบประมาณ 2567 (เดือนมกราคม-มิถุนายน 2567) ส่วนการจัดงบประมาณแบบฐานศูนย์แบบเต็มรูปแบบในปีงบประมาณ 2567 ยังไม่น่าทำได้ เพราะมีเงื่อนระยะเวลามาบังคับ

“การที่งบประมาณปี 2567 ล่าช้า ไม่ถึงขั้นทำรัฐบาลขาดสภาพคล่อง เนื่องจากตามระเบียบแล้ว รัฐบาลใหม่ใช้งบประมาณปี 2566 ไปพลางๆ ก่อนได้ แต่จะใช้ได้แต่รายจ่ายประจำ รายจ่ายลงทุนไม่ได้ อย่างไรก็ตาม โอกาสที่รัฐบาลจะใช้งบประมาณไปพัฒนาหรือกระตุ้นเศรษฐกิจอาจจะหายไป 2 ไตรมาส เนื่องจากงบลงทุนตรงนี้เป็นตัวสำคัญที่จะไปเหนี่ยวนำการลงทุนของเอกชนด้วยจะหายไป” ศิริกัญญาระบุ

รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาล ระบุว่า เมื่อเดือนมีนาคม 2566 ครม.ได้จัดสรรงบประมาณปี 2567 ให้ 19 กระทรวง และสำนักนายกรัฐมนตรีเรียบร้อยแล้ว กรอบวงเงินทั้งสิ้น 3.35 ล้านล้านบาท นอกจากนี้ ยังมีการอนุมัติงบประมาณผูกพันข้ามปีไปอีก 3.6 แสนล้านบาท

⦁หวั่นเบิกจ่ายรัฐชะลอ-ศก.สะดุด
ด้านภาคเอกชน หอการค้าไทย ระบุว่า อยากให้ตั้งรัฐบาลโดยเร็ว เพราะกังวลว่าหากยืดเยื้อถึงสิงหาคม 2566 อาจกระทบต่อกระบวนการพิจารณางบประมาณประจำปี 2567 จนทำให้การอนุมัติงบประมาณลากยาว เริ่มต้นมีนาคมปี 2567

ขณะที่สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ระบุว่า หากตั้งรัฐบาลได้ก่อนเดือนสิงหาคม จะเป็นผลดีต่อเศรษฐกิจ แต่หากไม่เป็นไปตามกำหนด จนล่าช้าไปกว่าเดิมมาก จะทำให้เกิดสุญญากาศทางการเมือง กระทบต่อการขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจและโครงการค้างท่อต่างๆ และหากจัดตั้งรัฐบาลไม่ได้ เกิดการประท้วงขึ้นก็ส่งผลถึงภาคการท่องเที่ยว ทำให้เศรษฐกิจไทยหดตัว จากคาดการณ์ 3-3.5% ในปีนี้

อนาคตงบประมาณ 2567 จะฉลุยหรือสะดุดยาว อีกไม่นานรู้กัน