‘เฮียนพ’ เผยชีวิต จากวิน จยย.ทะยานธุรกิจหมูปิ้ง ‘ปีหนึ่งผมขายได้ร้อยกว่าล้าน’ อ่านเส้นทางเศรษฐี 30 ปี

28.05.23 | 18:47 น.

‘เฮีพนพ’ จากวินมอเตอร์ไซค์แฟลตตำรวจ สู่เจ้าของหมูปิ้งร้อยล้าน

เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม ที่ศูนย์อาชีพและธุรกิจมติชน หรือ ‘มติชนอคาเดมี’ เครือมติชน โดย เส้นทางเศรษฐี, นิตยสารศิลปวัฒนธรรม และมติชนอคาเดมี จัดงาน ‘Upskill Thailand 2023 ถึงรส ถึงชาติ’ เพื่อเสริมทักษะ ต่อยอดความรู้ให้ประชาชนที่สนใจด้านธุรกิจอาหาร ประกอบด้วยงานเสวนา กิจกรรมเวิร์กช็อป และจำหน่ายอาหารจาก 20 ร้านชื่อดัง ระหว่าง 26-28 พฤษภาคม เวลา 10.00-18.00 น. (อ่าน Upskill Thailand 2023 ‘เล่าเรื่อง-เรียนรู้-รับรส’ ชวนฝึกทักษะอาหารรอบด้าน! 26-28 พ.ค. นี้ ที่มติชนอคาเดมี)

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ซึ่งเป็นวันที่ 3 โดยเป็นวันสุดท้ายของการจัดงาน ยังคงมีผู้สนใจทยอยเดินทางมาร่วมงานอย่างต่อเนื่อง

บรรยากาศเมื่อเวลา 14.15 น. นายชวพจน์ ชูหิรัญ เจ้าของร้าน เฮียนพ หมูปิ้ง และ นางจงใจ กิจแสวง เจ้าของร้าน หมูทอดเจ๊จง ขึ้นเวทีเผยถึงเส้นทางธุรกิจและขวากหนามต่างๆ กว่าจะถึงเส้นชัยแห่งความสำเร็จ

นายชวพจน์กล่าวว่า ตนรับจ้างมาตลอดครึ่งชีวิต มาเริ่มธุรกิจตอนอายุ 40 ปี จบแค่มัธยมศึกษาปีที่ 3 ทำก่อสร้าง หิ้วปูน มาตลอด จนกระทั่งมาสมัครงานตอนอายุ 25 ปี ที่จังหวัดปทุมธานีก็เป็นลูกจ้างเรื่อยมา กระทั่งเกิดเหตุการณ์ฟองสบู่แตกเมื่อปี 2540 มีการทยอยเลิกจ้างจากโรงงาน จึงทำการค้าขายมาเรื่อยๆ แต่ก็เจ๊งเพราะไม่ได้รู้วิธีการบริหารเงิน ต่อมาไปเป็นยาม บ้านโดนยึด เลยมาอยู่กับน้องสาวที่โรงพักปากเกร็ด ในวันที่แย่สุดๆ มีคนสงสาร ช่วยให้ได้ขับวินจักรยานยนต์

Advertisement

นายชวพจน์กล่าวต่อไปว่า สำหรับเจ้าของสูตรหมูปิ้งตัวจริงคือ คุณอั๊ว อักษร ภรรยาตำรวจ ซึ่งเป็นคนให้สูตรหมูปิ้งมา จริงๆ แล้วไม่ได้ให้โดยตรงแต่ให้น้องสาวของตน

“ผมมีหน้าที่แค่ขับวินไปส่งเขา ผลสุดท้ายน้องทำไม่ไหว เราเลยทำต่อ ผมไม่เคยขายหมูปิ้งเลย ไม่เคยปิ้งหมูเลย ก็เลยเป็นที่มาของหมูปิ้งส่งน้องสาวเมื่อปี 2551 จุดพลิกผันคือ ช่วงปี 2552-2553 เป็นม็อบเสื้อแดง และม็อบ กปปส. ขายดีมากได้เงินสดวันละ 3-4 แสนบาท ได้เงินมาแล้วจ่ายลูกน้องเลย ทำธุรกิจโดยเงินสดมันง่าย สรุปแล้วหมูปิ้งที่เราทำเกิดจากการดิ้นหนีความยากจน ไม่ได้เกิดจากการวางแผนอะไรเลย

ขอบอกก่อนว่า เราคนบ้านนอกไม่เคยจับเงินล้าน เรารับจ้างอย่างเดียว พอมีเงินล้านก็เอาไปซื้อที่ดิน คิดว่าถ้าไม่รอดก็เอาที่ดินจำนองธนาคารไป สู้มาจนกระทั่งทุกวันนี้ ปัจจุบันนี้เราบาดเจ็บตั้งแต่โควิด เรามีการแบ่งตลาดหลายกลุ่ม กลุ่มแรกคือ พ่อค้าแม่ค้าทั่วไป กลุ่มสองคือ ตัวแทนจำหน่าย กลุ่มสามคือ รับจ้างผลิต กลุ่มที่สี่ คือ โมเดิร์น เทรด ถ้าทำธุรกิจแล้วไปฝากไว้กับลูกค้ากลุ่มใดกลุ่มหนึ่งแล้วไม่กระจายความเสี่ยงก็คือ จบเลย

ขนาดธุรกิจจะใหญ่หรือเล็ก อยู่ที่ใจคุณ ใจคุณไม่ใหญ่ก็ไม่มีทางโต หมูปิ้งผมขายปีหนึ่งร้อยกว่าล้าน แต่คำว่าขายดี กับกำไรดีคนละเรื่องกัน ตัวอย่าง บางร้านเปิดได้ 3-4 เดือนคนเต็มเลย ถ้าหยุดไปสักวันหนึ่งคุณก็เจ๊ง เพราะไม่มีเงินหมุน

คติที่เตือนใจผมคือ ตราบใดก็ตามที่คุณยังหาเงินไม่ได้ขณะที่คุณหลับ คุณก็ต้องหาเงินไปตลอดชีวิต ผมเลยคิดว่าถ้านำสินค้าไปอยู่ในห้าง เราหลับอยู่มันก็ขายได้ ไม่ต้องกระจายสินค้าเอง เอสเอ็มอีในไทยไม่โต เพราะเกิดการลอกเลียนแบบกัน ถ้าทำธุรกิจแล้วมีคู่แข่งเพิ่มขึ้น สิ่งที่ควรทำคือ การสร้างแบรนด์ให้แข็งแรง ให้เขาคิดถึงคุณก่อนเป็นคนแรก

ถ้าสร้างแบรนด์จนแข็งแรงแล้ว เราไม่จำเป็นต้องขายธุรกิจ ธุรกิจที่แข็งแรงต้องมั่นคงทางการเงิน ต้องสามารถหยุดได้ พักผ่อนได้” นายชวพจน์กล่าว

ในตอนหนึ่งนายชวพจน์กล่าวด้วยว่า นิตยสารเส้นทางเศรษฐี ของเครือมติชนคือ แรงบันดาลใจ ตนอ่านมาอย่างน้อย 30 ปี

“ลูกค้าคนหนึ่งที่จังหวัดกำแพงเพชร ขายข้าวขาหมูอร่อยมาก ถามว่าไปเอาสูตรมาจากไหนอร่อยขนาดนี้ เธอตอบผมว่า เฮีย หนูไปเรียนเส้นทางเศรษฐี มติชน เมื่อปี 2548 ขาหมูเตาถ่าน สมัครเรียนในราคา 2,000 บาท”