ส.ร้านอาหารฯ ค้านนโยบายขึ้นค่าแรง ชี้เก่งจริงต้องแก้ตั้งแต่ต้นทาง-ไม่ซ้ำเติมเอสเอ็มอี
น.ส.ประภัสสร รังสิโรจน์ นายกสมาคมร้านอาหารไทยและสตรีทฟู้ด เปิดเผยถึงนโยบายค่าแรงขั้นต่ำ ของพรรคก้าวไกล โดยกำหนดไว้ที่ 450 บาทต่อวัน ว่า หากมีการปรับขึ้นราคาค่าแรงขั้นต่ำ ขึ้นมาที่ 450 บาทต่อวันต่อคน มองว่าเป็นราคาที่แรงเกินไป อยากให้ชะลอไว้ก่อน เนื่องจากจะกระทบกับต้นทุนทันที ซึ่งปัจจุบันผู้ประกอบการร้านอาหาร โดยเฉพาะกลุ่มผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) มีกำไรน้อยอยู่แล้ว จากปัจจัยเรื่องสภาพอากาศ การแพร่ระบาดของโควิด-19 นักท่องเที่ยวลดลงจากเดือนเมษายน 2566 และคนมีกำลังซื้อน้อยลง ส่วนหนึ่งมาจากการที่สถานศึกษาเปิดเทอม
“หากรัฐบาลชุดใหม่ต้องการช่วยเหลือประชาชน รวมถึงผู้ประกอบการจริง ต้องไปแก้ปัญหาที่ต้นทาง ถ้าเก่งจริงต้องไปแก้ตั้งแต่เรื่องการเกษตร ควรจัดพื้นที่ปลูกพืชแต่ละชนิดให้ชัดเจน เพื่อลดปัญหาราคาผันผวน รวมถึงต้องแก้ไขเรื่องต้นทุนพลังงานที่ถือเป็นต้นทุนหลักของทุกธุรกิจ หากสามารถแก้ไงสิ่งเหล่านี้ได้ การปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำก็ยังไม่จำเป็น ซึ่งเรื่องนี้ถือเป็นเรื่องวัดฝีมืของรัฐบาลใหม่ เพราะที่ผ่านมายังไม่มีใครแก้ไขปัญหาเรื่องต้นทุนได้” น.ส.ประภัสสร กล่าว
น.ส.ประภัสสร กล่าวว่า รัฐบาลชุดใหม่ต้องแก้ไขปัญหาให้ตรงจุด การแก้ปัญหาด้วยการปรับขึ้นราคาค่าแรงขั้นต่ำ จะยิ่งเป็นการซ้ำเติมผู้ประกอบการ ถ้าหากนำนโยบายนี้มาใช้ในทันที คาดว่าช่วงปลายปี 2566 ได้เห็นธุรกิจอาหารรายเล็กล้มหายตายจากอีกแน่นอน เพราะแบกรับต้นทุนไม่ไหว เนื่องจากสิ่งที่ตามมาหลังจากปรับขึ้นค่าแรง อาทิ ค่าต้นทุนวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้น ต้นทุนค่าขนส่งเพิ่มขึ้น และในที่สุดผู้ประกอบการก็ต้องปรับราคาอาหารขึ้น เพื่อใหธุรกิจยังสามารถอยู่ได้ ซึ่งเรื่องนี้ส่งผลกระทบถึงประชาชนโดยตรง จึงอยากให้มีการพิจารณาเรื่องนี้อีกครั้ง

