หน้าแรก เศรษฐกิจ จุรินทร์ ปลื้...

จุรินทร์ ปลื้มซื้อขายในไทยเฟกซ์ แตะ 1.2 แสนล้าน อึ้ง! เฉพาะ ‘คนจีน’ ชมงานพุ่ง 2022%

29.05.23 | 16:44 น.

‘จุรินทร์’ ปลื้มซื้อขายในไทยเฟกซ์ 5 วัน แตะ 1.2 แสนล้าน เข้าชมงานเพิ่ม 58% ฮือฮาเฉพาะคนจีนพุ่ง 2022%

วันที่ 29 พฤษภาคม ที่กระทรวงพาณิชย์ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ผลการจัดงาน แสดงสินค้าอาหาร ปี 2566 “THAIFEX-ANUGA ASIA 2023” ว่า งาน THAIFEX-ANUGA ASIA 2023 ปีนี้ ประสบความสำเร็จอย่างดียิ่งภายใต้ ความร่วมมือ 3 ฝ่าย ประกอบด้วย กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ หอการค้าไทยและโคโลญเมสเซ่ ร่วมกันจัดงาน ช่วงวันที่ 23-27 พฤษภาคม ที่เมืองทองธานี

มีผู้เข้าร่วมงาน 3,034 บริษัท บริษัทไทย 1,109 บริษัท และบริษัทต่างประเทศ 1,925 บริษัท ประกอบด้วยจีน 620 บริษัท เกาหลีใต้ 212 บริษัท เวียดนาม 158 บริษัท มาเลเซีย 109 บริษัท และญี่ปุ่น 57 บริษัท มี 5,859 คูหา จาก 45 ประเทศ ประกอบด้วย เอเชียตะวันออก อาเซียน สหภาพยุโรป สหรัฐอเมริกาออสเตรเลีย ลาตินอเมริกา ตะวันออกกลาง เป็นต้น

นายจุรินทร์กล่าวต่อว่า โดย 5 วัน มีผู้เข้าชมงาน 131,039 คน เพิ่มขึ้น 58% เป็นผู้เข้าร่วมเจรจาการค้า 78,764 ราย เพิ่มขึ้น 53% เป็นชาวต่างประเทศ 16,429 ราย เพิ่มขึ้น 150% เป็นจีน เพิ่มขึ้น 2022% มาเลเซีย เพิ่มขึ้น 127% เวียดนาม เพิ่มขึ้น 79% เกาหลี เพิ่มขึ้น 109% สิงคโปร์ เพิ่มขึ้น 58% และนักธุรกิจชาวไทย 62,335 ราย เพิ่มขึ้น 39% และประชาชนทั่วไปเข้าชมงาน เฉพาะวันสุดท้าย วันที่ 27 พ.ค.66 จำนวนถึง 52,275 คน เพิ่มขึ้น 66% มูลค่าการซื้อขายจากการจัดงาน มีมูลค่าการซื้อขายร่วมกัน 120,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 81.36% เป็นการซื้อขายทันที 1,106 ล้านบาท

Advertisement

โดยซื้อขายภายใน 1 ปี 118,600 ล้านบาท หมวดสินค้าบริการที่ซื้อขายมากที่สุด 5 ลำดับแรก ประกอบด้วย อาหาร ผักผลไม้ เทคโนโลยีด้านอาหาร เช่น เครื่องจักรอุปกรณ์การทำอาหาร หมวดชากาแฟและการให้บริการด้านอาหาร เช่น การให้บริการองค์ความรู้การทำธุรกิจอาหาร และประเทศที่มีการสั่งซื้อมากที่สุด ประกอบด้วย จีน ไทย สหรัฐอเมริกา มาเลเซีย และญี่ปุ่น

“งาน THAIFEX-ANUGA ASIA 2023 ในปีนี้ จะมีส่วนสำคัญให้ตัวเลขการส่งออก อาหารของไทยในปี 2566 เพิ่มมากขึ้น ปีที่แล้วสามารถทำเงินเข้าประเทศได้ถึง 1.36 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 23% คาดว่าปีนี้จะสามารถทำเงินเพิ่มจากการส่งออกอาหารได้ถึง 1.5 ล้านล้านบาท ตั้งเป้าหมายเพิ่มขึ้น 10% และงานนี้ยังช่วยผลักดันเป้าหมาย 1.ให้ประเทศไทยเป็นแหล่งความมั่นคงด้านอาหารของโลก โดยการผลิตอาหารและสนับสนุนการส่งออก 2.ส่งเสริมให้มีการเปิดร้านอาหารไทยในหลายประเทศ มีตรารับรอง เช่น Thai SELECT เป็นต้น 3.ส่งเสริมอาหารไทยเป็นซอร์ฟเพาเวอร์ เผยแพร่ซอฟต์เพาเวอร์ของไทย” นายจุรินทร์กล่าว

นายภูสิต รัตนกุล เสรีเริงฤทธิ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กล่าวว่า อาหารแห่งอนาคตเป็นเทรนด์ของโลก อาหารสมัยใหม่ต้องมีองค์ความรู้ มีนวัตกรรม ผู้ประกอบการของเราหากมีเวลาควรศึกษาส่วนนี้ และกระทรวงพาณิชย์มีการสัมมนาอบรมต่างๆ เรื่องอาหารแห่งอนาคต และเทรนด์อาหารผู้ประกอบการของเราต้องติดตามอย่างใกล้ชิด เติมเต็มอินโนเวชั่นในสินค้าหลากหลายพัฒนาสินค้า และผู้ประกอบการต้องพัฒนาตนเอง

นางอารดา เฟื่องทอง รองอธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ระบุเพิ่มเติมว่า สำหรับ Future Food ในงานนี้มีชาวต่างชาติและคนไทยในวงการอาหารเข้าร่วมกิจกรรมมากถึง 1,300 ราย

โดย Future Food มี 4 ประเภท 1.อาหารฟังก์ชั่น 2.อาหารนวัตกรรมใหม่ 3.อาหารอินทรีย์ และ 4.อาหารทางการแพทย์ โดย 3 ตัวแรกไทยได้รับความสนใจอย่างมาก บริษัท innova ที่ดูเทรนด์อาหารของโลกมาประกาศ Future Food ได้รับความสนใจมาก

และที่ต้องให้ความสนใจคือ ของเสียที่เกิดจากอาหารจะนำกลับมาให้เกิดประโยชน์สูงสุดได้อย่างไร ซึ่งการใช้ green product เป็นแนวทางที่รัฐบาลและกระทรวงพาณิชย์ ด้วย BCG model เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่ไทยได้รับความสนใจอย่างมากในพัฒนาอุตสาหกรรมอาหารไทยสู่อาหารโลก