ตลาดหุ้นเอเชียผันผวน เหตุนักลงทุนกังวลข้อตกลงเพดานหนี้สหรัฐ
สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม หุ้นเอเชียเปิดตลาดผันผวนในช่วงเช้าของการซื้อขาย เนื่องจากนักลงทุนยังคงจับตามองสถานการณ์เพดานหนี้ของสหรัฐอเมริกาอย่างใกล้ชิด ซึ่งคาดว่าสภาคองเกรสจะลงคะแนนเสียงอนุมัติข้อตกลงดังกล่าวในสัปดาห์นี้เพื่อปรับระดับเพดานหนี้และหลีกเลี่ยงการผิดนัดชำระหนี้
หลังจากเจรจากันมาหลายสัปดาห์ โจ ไบเดน ประธานาธิบดีของสหรัฐ และเควิน แมคคาร์ธี ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้สรุปข้อตกลงเบื้องต้นในการเพิ่มเพดานหนี้ของสหรัฐเมื่อวันอาทิตย์ (28 พ.ค.) และเรียกร้องให้สภาคองเกรสลงคะแนนอนุมัติร่างดังกล่าวก่อนวันที่ 5 มิถุนายน อย่างไรก็ดี สมาชิกหัวรุนแรงสุดโต่งในพรรครีพับลิกันไม่พอใจผลการต่อรองของแมคคาร์ธีมากนัก ขณะที่พรรคเดโมเครตก็ไม่เห็นด้วยที่ไบเดนยอมรับเงื่อนไขใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับการตัดลดงบประมาณ
สถานการณ์ดังกล่าวทำให้การซื้อขายในช่วงเช้าวันอังคาร (30 พ.ค.) ของตลาดเอเชียผันผวน โดยดัชนีหั่งเส็งของตลาดหุ้นฮ่องกงเปิดตลาดในแดนบวก สูงขึ้น 0.3% อยู่ที่ 18,604.22 หลังจากขาดทุนอย่างหนักมา 4 วัน เช่นเดียวกับดัชนีคอมโปสิตของตลาดหุ้นในเซี่ยงไฮ้ที่ปรับตัวขึ้น 0.3% อยู่ที่ 3,230.63 ด้านตลาดหุ้นสิงคโปร์ โซล และไทเป ต่างปรับตัวขึ้นเช่นกัน สวนทางกับดัชนีนิคเคอิของตลาดหุ้นโตเกียวที่ปรับลดลง 0.4% อยู่ที่ 31,119.27 เช่นเดียวกับตลาดหุ้นซิดนีย์ เวลลิงตัน มะนิลา และจาการ์ตา
แม้นักวิเคราะห์จะกล่าวว่าข้อตกลงเรื่องเพดานหนี้สหรัฐจะกำจัดความกังวลส่วนหนึ่งให้กับตลาดการลงทุน แต่ก็ยังมีความกังวลเกี่ยวกับสภาพคล่องที่ทำให้เหล่านักลงทุนมีความหวาดกลัว
ภาวะผันผวนของตลาดในวันที่ 30 พฤษภาคมนี้เกิดขึ้นสืบเนื่องจากวันก่อนหน้า ที่ตลาดหุ้นในยุโรป อย่างปารีสและแฟรงก์เฟิร์ตเปิดตลาดในแดนบวกแต่กลับปิดตัวในแดนลบ ลดลง 0.2% ขณะที่ตลาดเอเชียก็มาความผสมผสานเช่นกัน โดยตลาดหุ้นในโตเกียวพุ่งขึ้น 1% เช่นเดียวกับตลาดเซี่ยงไฮ้ที่ปิดตัวในแดนบวกสูงขึ้น 0.3% สวนทางกับตลาดหุ้นฮ่องกงที่ไม่สามารถรักษาความแข็งแกร่งในช่วงเช้าได้และปิดตัวในแดนลบ ต่ำลง 1%

