หน้าแรก เศรษฐกิจ ส่งออก เม.ย.ต...

ส่งออก เม.ย.ติดลบ 7.6% หดตัวต่อเนื่อง 7 เดือน 4 เดือนแรกปีนี้ไทยขาดดุลกว่า 4.5 พันล้านเหรียญ

30.05.23 | 16:02 น.

ส่งออก เม.ย.ติดลบ 7.6% หดตัวต่อเนื่อง 7 เดือน ระบุจีนฟื้นสัญญาณดีต่อไทย 4 เดือนแรกปีนี้ไทยขาดดุลกว่า 4.5 พันล้านเหรียญ

เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม นายกีรติ รัชโย ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ภาวะการค้าระหว่างประเทศของไทย หรือการส่งออก เดือนเมษายน 2566 มีมูลค่า 2.17 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐฯ คิดเป็นลดลง 7.6% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้า ซึ่งต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 7 นับจากเดือนตุลาคม 2565 ส่วนมูลค่าการนำเข้า อยู่ที่ 2.31 หมื่นล้านบาท ลดลง 7.3% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้า ทำให้ดุลการค้า อยู่ที่ ติดลบ 1,471.7 ล้านเหรียญสหรัฐ

นายกีรติ กล่าวว่า ขณะที่การส่งออก 4 เดือนแรกของปี 2566 (เดือนมกราคม – เมษายน 2566) มีมูลค่าอยู่ที่ 9.20 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ติดลบ 5.2% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้า ส่วนมูลค่าการนำเข้าอยู่ที่ 9.65 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ติดลบ 2.2% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้า ทำให้ดุลการค้า4 เดือนแรกของปี 2566 อยู่ที่ ติดลบ 4,516 ล้านเหรียญสหรัฐ

นายกีรติ กล่าวว่า หากแยกดูตามหมวดหมู่สินค้าส่งออกนั้น ในเดือนเมษายน 2566 สินค้าเกษตร มีมูลค่าการส่งออก 3,105 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัว 23.8% ซึ่งเป็นการขยายตัว 3 เดือนติดต่อกัน โดยสินค้าที่ขยายตัวได้ดี คือ ผลไม้สด แช่เย็น แช่แข็ง ขยายตัว 6 เดือนต่อเนื่อง ไก่สด แช่เย็น แช่แข็ง ขยายตัว 11 เดือนต่อเนื่อง และข้าว ขยายตัว 11 เดือนต่อเนื่อง

Advertisement

นายกีรติ กล่าวว่า ส่วนสินค้าอุตสาหกรรมเกษตร มีมูลค่า 1,715 ล้านเหรียญสหรัฐ ติดลบ 12% ถือเป็นการกลับมาหดตัวในรอบ 3 เดือน โดยสินค้าที่ยังส่งออกได้ดี คือ นมและผลิตภัณฑ์นม ผักกระป๋องและผักแปรรูป และเครื่องดื่ม ขณะที่ สินค้าอุตสาหกรรม มีมูลค่า 1.59 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ หดตัว 11.2% โดยเป็นการหดตัว 7 เดือนต่อเนื่อง ทั้งนี้สินค้าที่ยังขยายตัวได้ดี อาทิ อุปกรณ์กึ่งนำทรานซิสเตอร์และไดโอด เครื่องโทรสาร โทรศัพท์ และอุปกรณ์ และสินค้าเครื่องใช้สำหรับการเดินทาง

นายกีรติ กล่าวว่า สำหรับตลาดที่มีการขยายตัวในเดือนมีนาคม 2566 สูงสุด 10 อันดับแรก ได้แก่ รัสเซีย ขยายตัว 211.3% สวิตเซอร์แลนด์ 77.9% อิรัก 53.3% สหราชอาณาจักร 49.0% โปรตุเกส 34.0% จีน 23.0% สวีเดน 21.0% ออสเตรเลีย 10.7% ลาว 9.9% และ ซาอุดีอาระเบีย 2.8%

“ส่วนปัจจัยสนับสนุนสำคัญที่ทำให้ตัวเลขการส่งออกเริ่มดีขึ้นได้ คือ 1.ความต้องนำเข้าสินค้าเกษตรอย่างต่อเนื่อง เพื่อสำรองในการบริโภค และ 2. นโยบายพัฒนาพลังงานเชิงรุกของประเทศคู้ค่า ทำให้มีการนำเข้าสินค้าและอุปกรณ์เกี่ยวกับพลังงานทางเลือกมากขึ้น และแผนการส่งออก 6 เดือนหลังของปี 2566 ร่วมกับภาคตามที่ได้แถลงในการประชุมทูตพาณิชย์นั้น คาดว่าจะทำให้การส่งออกที่คาดว่าจะติดลบเป็นเลข 2 หลัก ได้คลี่คลายลงแล้ว และจะมีการหารือในรายกลุ่มสินค้า เพื่อแก้ไขปัญหา อุปสรรค และอำนวยความสะดวกผู้ประกอบการ เพื่อทำให้การส่งออกเพิ่มปริมาณ และไหลลื่นขึ้น”นายกีรติ กล่าว

นายกีรติ กล่าวว่า สำหรับแนวโน้มการส่งออกในระยะถัดไป กระทรวงพาณิชย์ ประเมินว่า ภาพรวมเศรษฐกิจโลกยังอยู่ในภาวะชะลอตัว อัตราเงินเฟ้อมีแนวโน้มชะลอลงแต่ยังคงอยู่ในระดับสูง ทำให้หลายประเทศยังคงใช้นโยบายการเงินอย่างเข้มงวด ขณะที่มีความเสี่ยงจากปัจจัยอื่น ๆ เพิ่มเติม เช่น ปัญหาวิกฤตการเงินของธนาคารพาณิชย์ในสหรัฐฯ และยุโรป และปัญหาเพดานหนี้ของสหรัฐฯ สร้างความไม่แน่นอนต่อเศรษฐกิจโลก ทั้งนี้ การฟื้นตัวของตลาดจีนที่เกิดขึ้นในช่วง 1-2 เดือนที่ผ่านมา เป็นสัญญาณบวกต่อการส่งออกไทย ขณะที่ปัญหาความมั่นคงทางอาหารเกิดขึ้นในหลายประเทศที่ประสบปัญหาภัยแล้งจากสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงไป เป็นปัจจัยบวกต่อการส่งออกสินค้าเกษตรของไทยในปีนี้

นายกีรติ กล่าวว่า สำหรับภาวะการค้าชายแดนและผ่านแดน เดือนเมษายน 2566 มูลค่าการค้ารวม อยู่ที่ 1.49 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.2% หากคิดแค่มูลค่าการส่งออกจะอยู่ที่ 9.07 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 22.3% โดยมีมูลค่าส่งออกรวม 4 เดือนแรกของปี 2566 (มกราคม-เมษายน 2566) ที่ 3.31 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.9%

นายกีรติ กล่าวว่า อย่างไรก็ดี หากแยกเฉพาะภาวะการค้าชายแดน ในเดือนเมษายน 2566 มีมูลค่าการส่งออก 4.42 หมื่นล้านบาท ติดลบ 6.9% รวมส่งออกชายแดน 4 เดือนแรกปี 2566 อยู่ที่ 1.98 แสนล้านบาท ลดลง 6.1% โดยแยกตามประเทศคู่ค้านั้น มีการส่งออกติดลบในทุกประเทศ ยกเว้น ประเทศลาว ที่มีการส่งออกจากไทยขยายตัว โดยในเดือนเมษายน 2566 อยู่ที่ 1.18 หมื่นล้านบาท ขยายตัว 12.3% รวม 4 เดือนแรกของปี อยู่ที่ 5.25 หมื่นล้านบาท สินค้าที่ขยายตัวสูงคือ เครื่องใช้ไฟฟ้า และส่วนประกอบ แผงวงจรไฟฟ้า และน้ำมันดีเซล ส่วนการค้าชายแดน ส่งออกไปมาเลเซียในเดือนเมษายน 2566 ติดลบ 15.2% กัมพูชาติดลบ 13.7% เมียนมา ติดลบ 7.4%

นายกีรติ กล่าวว่า ส่วนการค้าผ่านแดน เดือนเมษายน 2566 มีมูลค่าการส่งออก 4.65 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 74.1% และรวมส่งออก 4 เดือนแรกที่ 1.33 แสนล้าบาท เพิ่มขึ้น 30.9% ถ้าแยกรายประเทศ พบว่า คู้ค่าผ่านแดน จีน มีมูลค่าส่งออกในเดือนเมษายน 2566 ที่ 3.33 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 178.2% และรวม 4 เดือนแรก ที่ 7.31 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 95.1% โดยมีสินค้าที่ขยายตัวสูง ฮาร์ด ดิสก์ ไดรฟ์ มังคุดสด และทุเรียนสด และเวียดนาม 4,438 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 39.3% รวม 4 เดือนแรก 1.51 หมื่นล้านบาท ขยายตัว 3.2% สินค้าที่ขยายตัวได้ดี ได้แก่ เงาะสด อุปกรณ์กึ่งตัวนำ และผลิตภัณฑ์เหล็กและเหล็กกล้า

นายกีรติ กล่าวว่า ส่วนสิงคโปร์ ส่องออกผ่านแดน เดือนเมษายน 3,156 ล้านบาท ติดลบ 25.3% แต่รวม 4 เดือนแรกอยู่ที่ 1.76 หมื่นล้านบาท ขยายตัว 9.0% ส่วนคู่ค้าผ่านแดนอื่น อาทิ ฮ่องกง สหรัฐ ญี่ปุ่น มีมูลค่าส่งออกเดือนเมษายน 2566 รวม 5,637 ล้านบาท ติดลบ 23.3% และรวม 4 เดือนแรก 2.73 หมื่นล้านบาท ติดลบ 18.3%