‘อสังหา’ หนุน ‘ชัชชาติ’ รื้อภาษีที่ดิน รีดเกษตรกรรมจำแลง แต่ขอให้รอศก.ฟื้นก่อน

30.05.23 | 16:51 น.

‘อสังหา’ หนุน ‘ชัชชาติ’ รื้อภาษีที่ดิน รีดเกษตรกรรมจำแลง แต่ขอให้รอศก.ฟื้นก่อน

เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม นายศานิต อรรถญาณสกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ตนเห็นด้วยที่นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร(กทม.) จะเสนอให้รัฐบาลใหม่ทบทวนภาษีที่่ดินและสิ่งปลูกสร้างใหม่ เพื่อให้สามารถเก็บรายได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วยมากขึ้น แต่อยากให้รอจังหวะเศรษฐกิจฟื้นตัวมากกว่านี้ก่อน

นอกจากนี้กทม.จะต้องเร่งรัดจัดทำผังเมืองรวมกรุงเทพมหานครฉบับใหม่ให้มีผลบังคับใช้โดยเร็วควบคู่ไปด้วย เพราะล่าช้ามานานแล้ว ขณะที่ผังเมืองจะเป็นประโยชน์ต่อการเก็บภาษีที่ดินด้วยเช่นกัน เพราะมีการกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดินแต่ละโซนไม่เหมือนกัน ทำให้ราคาประเมินที่ดินไม่เท่ากันด้วย เช่น ที่ดินกลางเมืองจะแพงกว่าทำเลรอบนอก เป็นต้น

“ผมเห็นด้วยที่จะทบทวนใหม่ให้เหมาะสมกับรถไฟฟ้าที่เกิดใหม่หลายสาย เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมและคุ้มกับการที่รัฐบาลที่ใช้งบประมาณก่อสร้างไปจำนวนมาก โดยผู้ได้รับประโยชน์จากรถไฟฟ้าก็ควรจะเสียภาษีที่ดินมากขึ้น” นายศานิตกล่าว

นายศานิต ยังกล่าวถึงการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ว่า อยากให้มีการฟอร์มทีมได้โดยเร็ว เนื่องจากมีต่างชาติที่เป็นพันธมิตรร่วมลงทุนพัฒนาโครงการจากญี่ปุ่นและนักลงทุนซื้อโครงการคอนมิเนียมเพื่อการลงทุน ได้มีการสอบถามถึงการจัดการรัฐบาลใหม่จะชัดเจนเมื่อไหร่ ซึ่งเราก็ตอบไม่ได้ และไดชะลอการตัดสินใจซื้อบิ๊กล็อตคอนโดมิเนียมไปบ้างแล้ว เพื่อรอดูรัฐบาลและทีมเศรษฐกิจชุดใหม่

Advertisement

นายอิสระ บุญยัง กรรมการผู้จัดการบริษัท กานดา พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด และประธานคณะกรรมการอสังหาริมทรัพย์ออกแบบและก่อสร้าง สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า การที่นายชัชชาติจะทบทวนภาษีที่ดินใหม่ ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่หากจะกำหนดอัตราจัดเก็บใหม่โดยไม่เกินเพดานที่กฎหมายกำหนดไวนั้นถือว่าดำเนินการได้ เพราะกฎหมายให้ท้องถิ่นกำหนดอัตราจัดเก็บได้อยู่แล้ว โดยอัตราเพดานที่ดินเกษตรกรรมไม่เกิน 0.15% บ้านพักอาศัยไม่เกิน 0.3% ที่ดินอื่นๆ และรกร้างว่างเปล่าไม่เกิน 1.2%

“การจะทบทวนภาษีที่ดินนั้น รัฐบาลหรือกทม.ต้องทบทวนทั้งโครงสร้างของระบบภาษี เพราะปัจจุบันผลจากภาษีที่ดินที่บังคับใช้มีทั้งผลเชิงลบและเชิงบวก แตกต่างกันไปในแต่ละธุรกิจ ซึ่งบางธุรกิจอาจจะเสียน้อยกว่าเดิมที่เก็บจากภาษีที่โรงเรือน หรือบางธุรกิจอาจจะเสียมาก เช่น ปั๊มน้ำมันในเมือง เทำให้ตอนนี้จะไม่เห็นปั๊มน้ำมันเปิดใหม่ในเมือง ที่จะหายไปเลย เพราะราคาที่ดินแพง ทำแล้วไม่คุ้ม แต่ยอมรับ่ว่าข้อดีของภาษีที่ดินคือใช้ดุลยพินิจต่ำสุดในการเก็บภาษีเมื่อเทียบกับภาษีโรงเรือนจะเก็บรายปีอยู่ที่ 12.5%” นายอิสระกล่าว

นายอิสระ กล่าวว่า สมาคมจะขอให้รัฐบาลทบทวนอัตราภาษีบริการสาธารณะในโครงการจัดสรร เช่น ถนน ซุ้มโครงการ สโมสร จากเดิมไม่เสีย แต่เมื่อมีภาษีที่ดินต้องจ่ายอัตราเดียวกับที่ดินประเภทอื่นๆ ในอัตราล้านละ 3,000 บาท เป็นล้านละ 200 บาทเท่ากับที่อยู่อาศัย ขณะที่บ้านและคอนโดมิเนียมที่ยังขายไม่ได้ (สต๊อก) ถูกเก็บในอัตราประเภทอื่นๆ จะขอให้เก็บอัตราเดียวกับที่อยู่อาศัย เพราะไม่ได้มีไว้เพื่อประกอบกิจการ รวมถึงขอให้แยกการประเมินภาษีแยกกันระหว่างภาษีที่ดินกับภาษีสิ่งปลูกสร้าง ส่วนจะกำหนดอัตราจัดเก็บเท่าไหร่อยู่ที่ภาครัฐกำหนด

นายวสันต์ เคียงศิริ นายกสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร กล่าวว่า เห็นด้วยที่จะมีการทบทวนภาษีที่ดินใหม่ เพราะไม่สอดคล้องกับรายได้ของภาคธุรกิจ เพราะภาษีที่ดินคิดจากมูลค่าที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ต่างจากภาษีโรงเรือนที่คิดจากรายได้ หากมีรายได้มากก็จ่ายมาก มีรายได้น้อยก็จ่ายน้อย อย่างไรก็ตามในระหว่างที่จะทบทวนภาษีที่ดินใหม่นั้น ซึ่งคาดว่าจะใช้ระยะเวลาพอสมควร ทางสมาคมจะขอให้รัฐบาลใหม่พิจารณาการลดหย่อนภาษีออกไปอีก 1-2 ปี รอให้เศรษฐกิจฟื้นตัวเต็มที่ เนื่องจากหลังโควิดทำให้รายได้ของภาคธุรกิจยังกลับมาไม่เหมือนเดิม โดยขอเก็บภาษีเป็นขั้นบันได ในปี 2567 จัดเก็บ 50% ปี 2568 เก็บ 75% และปี 2569 ถึงเก็บ 100%

“รวมถึงชะลอการปรับขึ้นราคาประเมินใหม่ในระหว่างรอบปีด้วย เพราะเพิ่งปรับขึ้นไป 8.93% เมื่อวันที่ 1 มกราคม 2566 แม้รัฐจะลดภาษีที่ดินให้ 15% แต่เมื่อหักลบกับราคาประเมินแล้วแทบไม่ได้ลดภาระให้เลย” นายวสันต์กล่าว

นายภูมิพัฒน์ สินาเจริญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท พราว เรียล เอสเตท จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า เห็นด้วยที่มีการบังคับใช้และทบทวนภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง แต่อยากให้ดูความพร้อมของภาวะเศรษฐกิจด้วย ซึ่งในปัจจุบันเศรษฐกิจยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ ขอให้รัฐบาลจัดเก็บแบบขั้นบันได เพื่อให้คนมีรายได้กลับมาเหมือนเดิมแล้วค่อยเก็บเต็มอัตรา 100%

ก่อนหน้านี้ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร(กทม.) กล่าวว่า กทม.จะเดินหน้าผลักดันการเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างในอัตราที่เพิ่มขึ้นจากที่กฎหมายกำหนด สำหรับที่ดินในพื้นที่สีแดง(พาณิชยกรรม)ที่ปัจจุบันมีเจ้าของที่ดินได้นำมาใช้ประโยชน์เป็นเกษตรกรรม เพื่อบรรเทาภาระด้านภาษี โดยกทม.จะหารือกับรัฐบาลใหม่ให้พิจารณาผลักดันเรื่องนี้ต่อ หลังจากที่กระทรวงการคลังมองว่าไม่สามารถดำเนินการได้

“สิ่งที่เราอยากทำคือ ถ้าที่ดินเป็นเกษตรกรรมในผังเมืองสีแดง ขอให้เก็บแพงได้หรือไม่ เพราะดูแล้วเป็นเกษตรกรรมจำแลง แต่กระทรวงการคลังไม่ให้ จะหารือกับรัฐบาลใหม่ให้ช่วยผลักดันเรื่องนี้ เพราะถ้าทำได้จะเป็นเรื่องที่ดี ทำให้กทม.มีรายได้เพิ่มขึ้น ซึ่งที่ผ่านมากทม.เสียรายได้จากตรงนี้ไปประมาณ 800 ล้านบาท” นายชัชชาติกล่าว