หน้าแรก เศรษฐกิจ หอการค้าไทย จ...

หอการค้าไทย จับเข่า’พิธา’ วันนี้ ถกแก้โจทย์ร้อนเศรษฐกิจ ชงปมไอยูยู-งบประมาณฐานศูนย์

31.05.23 | 05:53 น.

หอการค้าไทย จับเข่า ‘พิธา’ วันนี้ ถกแก้โจทย์ร้อนเศรษฐกิจ ชงปมไอยูยู-จัดงบประมาณฐานศูนย์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันที่ 31 พฤษภาคม เวลา 13.00 น. นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล (ก.ก.) และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พร้อมคณะ จะเดินทางเข้าพบปะพูดคุยกับนายสนั่น อังอุบลกุล ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย พร้อมคณะกรรมการหอการค้าไทย และหอการค้านานาชาติ ที่หอการค้าไทย ถนนราชบพิธ ซึ่งก่อนหน้านี้นายสนั่นระบุว่าหอการค้าฯได้รับการประสานจากทีมงานพรรคก้าวไกลจะเข้าพบหารือแลกเปลี่ยนความเห็นและรับฟังข้อเสนอของหอการค้าฯ ทั้งนี้ หอการค้าฯเตรียมหยิบยกประเด็นเศรษฐกิจในระยะเร่งด่วนขึ้นหารือ 8-9 เรื่อง อาทิ แนวทางการจัดทำงบประมาณฐานศูนย์ นโยบายค่าแรงขั้นต่ำ

การปรับโครงสร้างต้นทุนค่าพลังงานค่าไฟฟ้า แนวทางการช่วยเหลือเอสเอ็มอี การส่งเสริมความสามารถในการแข่งขัน การส่งเสริมธุรกิจท่องเที่ยว การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและโลจิสติกส์ การขับเคลื่อนอีอีซี การค้าชายแดนและค้าผ่านแดน ส่งเสริมภาคธุรกิจเกษตร อาหาร บีซีจีและอีเอสจี สนับสนุนสตาร์ตอัพไทยด้านนวัตกรรม สร้างเครือข่ายผู้ประกอบการรุ่นใหม่ ความท้าทายของเศรษฐกิจและปัญหาต่างๆ ที่จำเป็นต้องเร่งแก้ไข รวมถึงข้อกังวลถึงความชัดเจนการจัดรัฐบาลใหม่จะได้รวดเร็วหรือไม่ ทั้งนี้ กำหนดใช้เวลาพบปะ 2 ชั่วโมง ก่อนมีการแถลงผลการหารือ 2 ฝ่าย

นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ รองประธานกรรมการ สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ในการพบปะทางหอการค้าไทยจะหยิบเรื่องปัญหาแรงงานและการแก้ปัญหาการทำประมงที่ผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม (ไอยูยู) ของไทยขึ้นหารือด้วย โดยในส่วนของแรงงานต่างด้าว ล่าสุดมีข่าวดีที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม เห็นชอบขยายเวลาอยู่ต่อและทำงานให้แรงงานต่างด้าวตามเอ็มโอยู (ครบ 4 ปี) ถึง 31 กรกฎาคม 2566 เพื่อให้ช่วงนี้ได้ทำตามขั้นตอนต่ออายุใบอนุญาตทำงานแรงงานต่างด้าวในไทย หลังจากก่อนหน้านี้ติดปัญหาเรื่องปิดด่านและการแพร่ระบาดโควิด จะช่วยลดปัญหาขาดแคลนแรงงานในอุตสาหกรรมใช้แรงงานเข้มข้นในไทย

โดยเฉพาะภาคเกษตร ภาคก่อสร้าง อุตสาหกรรมแปรรูป เอสเอ็มอีบางส่วน ภาคท่องเที่ยวและบริการ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นแรงงานจากเมียนมา กัมพูชา ลาว และเวียดนามบางส่วน ซึ่งเอกชนเคยเสนอขยายประเทศแรงงานที่จะนำเข้าจากอินโดนีเซียและฟิลิปปินส์ ส่วนอัตราแรงงานขั้นต่ำต้องหารือถึงอัตราที่สอดคล้องกับความเป็นจริง สำหรับเรื่องไอยูยูนั้นเป็นความกังวลจากกระแสที่จะมีการแก้ไขยกเลิก ซึ่งต้องพูดคุยถึงข้อเท็จจริงและสถานการณ์ ซึ่งประเด็นไอยูยูไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะมาปรับได้ทันที มีหลายหน่วยงานและกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง เป็นเรื่องที่ต้องทำความเข้าใจ

Advertisement