‘คมนาคม’ ยันด่านตรวจชั่ง ไม่เอื้อจ่ายส่วย ตั้ง คกก.สอบ ลั่นผิดจริง โทษสูงสุดไล่ออก

31.05.23 | 17:34 น.

‘คมนาคม’ ยันด่านตรวจชั่ง ไม่เอื้อจ่ายส่วย ตั้ง คกก.สอบ ลั่นผิดจริง โทษสูงสุดไล่ออก

เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม นายพิศักดิ์ จิตวิริยะวศิน รองปลัดกระทรวงคมนาคม หัวหน้ากลุ่มภารกิจการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านทางหลวง เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีการติดสินบนเจ้าหน้าที่โดยการติดสติ๊กเกอร์บนรถบรรทุก ครั้งที่ 1/2566 ว่าที่ประชุมได้แต่งตั้งคณะทำงานย่อยเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง และรวบรวมเอกสารพยานหลักฐานต่างๆ จากบุคคล เพื่อนำกลับมารายงานผลอีกครั้งในวันที่ 9 มิถุนายนนี้

จากการชี้แจงของกรมทางหลวง (ทล.) เกี่ยวกับข้อกล่าวหาของการรับสินบนเพื่อแลกกับการยกเว้นตรวจสอบน้ำหนักรถบรรทุกนั้น เบื้องต้นทราบว่า ทล.มีการติดตั้งด่านตรวจน้ำหนักรถบรรทุก ซึ่งใช้ระบบเทคโนโลยีเข้ามาตรวจจับน้ำหนักตั้งแต่ปี 2549 โดยปัจจุบันมีด่านเปิดใช้งานแล้วจำนวน 97 ด่าน และมีแผนจะพัฒนาเพิ่มเป็น 128 ด่านทั่วประเทศ

“ทางหลวงใช้ระบบไอทีเข้ามาตรวจจับน้ำหนักรถบรรทุก ดังนั้น ข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการติดสติ๊กเกอร์เพื่อแลกกับการไม่ตรวจชั่งน้ำหนักคงไม่ใช่ เพราะหากรถเข้าด่านแต่มีน้ำหนักเกินกำหนด หากติดสติ๊กเกอร์เครื่องก็สามารถตรวจจับน้ำหนักได้อยู่แล้ว และเมื่อพบว่ามีน้ำหนักเกินก็ต้องถูกเรียกปรับตามกฎหมายกำหนด” นายพิศักดิ์กล่าว

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้มอบหมาย ทล.จัดทำรายละเอียด และคลิปวิดีโอในการตรวจวัดน้ำหนักรถบรรทุกขณะรถวิ่ง หากพบว่ารถบรรทุกบรรทุกน้ำหนักเกินกว่ากฎหมายกำหนด หรือ Weight In Motion (WIM) เพื่อให้ประชาชนได้รับทราบข้อมูล และความโปร่งใส ซึ่ง ทล.ยืนยันด้วยว่าปัจจุบันมีข้อกำหนดรถบรรทุกทุกคันที่ผ่านด่านจะต้องเข้ารับการตรวจสอบน้ำหนัก หากไม่ดำเนินการตรวจสอบก็จะมีการติดตามเพื่อตรวจสอบ และดำเนินการตามกฎหมาย

Advertisement

ทั้งนี้ กระทรวงได้มอบหมายให้คณะทำงานชุดนี้ มีหน้าที่ในการตรวจสอบการทำงานของ ทล.ตามที่มีการกล่าวประเด็นถึงเรื่องติดสินบน พร้อมชี้แจงถึงการทำงานในช่วงที่ผ่านมา ส่วนข้อกล่าวหาเกี่ยวกับตัวบุคคลซึ่งเป็นข้าราชการในสังกัดกระทรวงคมนาคมจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับกรณีการรับสินบนอย่างไรนั้น คณะทำงานจะตรวจสอบข้อเท็จจริง และหากบุคคลที่เกี่ยวข้องส่วนใด มีข้อมูลเพิ่มเติมก็สามารถประสานมายังกระทรวงเพื่อตรวจสอบต่อไป

ขณะที่ นายจิรุตม์ วิศาลจิตร อธิบดีกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) กล่าวว่า กรมได้แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนเกี่ยวกับการกระทำผิดส่วยบรรทุก โดยมีนายเสกสม อัครพันธุ์ รองอธิบดี ขบ. และโฆษก ขบ. เป็นประธาน เพื่อรวบรวมข้อมูลตรวจสอบเกี่ยวกับการร้องเรียน หรือกระแสสังคมที่มีการกระทำผิดกรณีส่วยรถบรรทุก หรือรถขนส่งสาธารณะทุกประเภทที่ ขบ.กำกับและดูแล ซึ่งต้องดำเนินการแล้วเสร็จภายใน 15 วัน จากนั้นให้นำเสนออธิบดีฯก่อนที่จะเสนอกระทรวงคมนาคมให้รับทราบต่อไป

สำหรับกรณีส่วยรถบรรทุกนั้น ขบ.จะมีหน้าที่ในการจดทะเบียนรถ ตรวจสอบอุปกรณ์ส่วนควบ สภาพรถ ชำระภาษีให้เป็นไปตามเงื่อนไขที่ ขบ.กำหนด ขณะเดียวกันในช่วงที่มีฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) จะคุมเข้มในการตั้งด่านตรวจวัดควันดำในรถขนส่งสาธารณะ เน้นรถบรรทุกและรถโดยสาร เพื่อช่วยลดปัญหาฝุ่น ตามนโยบายรัฐบาล และกระทรวงคมนาคม นอกจากนี้ ในช่วงเทศกาลจะตั้งจุดตรวจรถโดยสารสาธารณะ เน้นตรวจรถโดยสาร และพนักงานขับรถ เพื่อให้ขับขี่ปลอดภัยตลอดการเดินทาง

“กรมได้เน้นย้ำนโยบายให้หน่วยงานในสังกัดปฏิบัติหน้าที่อย่างถูกต้อง โปร่งใส เพื่อป้องกันการกระทำผิดเกี่ยวกับการเรียกรับผลประโยชน์จากการทำงานมาโดยตลอด ทั้งนี้ หากคณะกรรมการสอบสวนเกี่ยวกับการกระทำผิดส่วยรถบรรทุก หรือระบบขนส่งสาธารณะอื่นๆ ได้ตรวจสอบข้อมูลพบว่ามีเจ้าหน้าที่ ขบ.กระทำผิดจะต้องได้รับการลงโทษทางวินัย และตามกฎหมายขึ้นอยู่กับแต่กรณี ซึ่งหากรุนแรงถึงขั้นให้ออกจากราชการ” นายจิรุตม์กล่าว