‘หอค้า’เผย 18 กลุ่มจังหวัดชง 1 พันโครงการขอใช้งบกลางแล้ว เล็งชง ครม.ม.ค.นี้

20.12.16 | 15:19 น.

นายวิชัย อัศรัสกร รองประธานกรรมการหอการค้าไทย ในฐานะคณะทำงานการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากและประชารัฐ (อี3) เปิดเผยว่า ตามนโยบายภาครัฐที่จะปฏิรูปเศรษฐกิจภายในประเทศให้มีความเข้มแข็งและยั่งยืน (โลคอล อีโคโนมี) ด้วยการจัดสรรงบประมาณเพิ่มเติมให้ 18 กลุ่มจังหวัด จำนวน 1 แสนล้านบาทนั้น ขณะนี้แต่ละกลุ่มจังหวัดได้เสนอโครงการที่จะพัฒนาแต่ละท้องถิ่นเข้ามาเพื่อขอใช้งบประมาณดังกล่าวแล้วประมาณ 1,000 โครงการ จำนวน 8.3 หมื่นล้านบาท ซึ่งคณะทำงานประชารัฐยังไม่ได้พิจารณาว่าโครงการไหนผ่านหรือไม่ และสามารถส่งเข้ามาได้เพิ่มเติม เบื้องต้นจะนำโครงการทั้งหมดเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาในเดือนมกราคม 2560 จากนั้นจะเข้าสู่การพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) โครงการที่ผ่านอนุมัติคาดจะเริ่มนำสู่การปฏิบัติได้ในเดือนมีนาคมปีหน้า

“การจัดสรรงบฯให้ 18 กลุ่มจังหวัด มองว่าไม่ใช่แค่เป็นการอัดฉีดเม็ดเงิน แต่จะเป็นการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจจากเดิมที่พึ่งพาการส่งออกเป็นหลัก มาเพิ่มสัดส่วนการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในประเทศมากขึ้น หากดำเนินการอย่างต่อเนื่องและนโยบายภาครัฐส่งเสริมเศรษฐกิจฐานราก (โลคอล อีโคโนมี) จะทำให้สัดส่วนการพึ่งพาเศรษฐกิจในประเทศกับการส่งออกเปลี่ยนเป็น 40% และ 60% ตามลำดับ ภายใน 10 ปี จากปัจจุบันพึ่งพาส่งออก 70% นอกจากนี้ จะทำให้เศรษฐกิจขยายตัวเพิ่มขึ้นถึง 0.5%” นายวิชัยกล่าว และว่า เมื่อมีการกระจายงบฯลงไปในแต่ละกลุ่มจังหวัด จะช่วยดึงศักยภาพของกลุ่มจังหวัดให้เป็นตัวสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจในอนาคต และเป็นการยกระดับเมืองที่เป็นศูนย์กลางของแต่ละภูมิภาคให้เติบโตทัดเทียมกับกรุงเทพฯ อย่างไรก็ตาม รัฐบาลจะต้องดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างอย่างโปร่งใส สอดคล้องกับยุทธศาสตร์และแผนพัฒนาเศรษฐกิจประเทศ

นายวิชัยกล่าวว่า ในจำนวน 1,000 โครงการ แบ่งเป็นกลุ่มเกษตร 400 โครงการ จำนวน 2.5 หมื่นล้านบาท เพื่อเพิ่มศักยภาพการผลิต การสร้างมูลค่าเพิ่มสินค้า สร้างแหล่งน้ำ กลุ่มท่องเที่ยวและบริการ 400 โครงการ จำนวน 3.2 หมื่นล้านบาท ใช้พัฒนาการท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ และความปลอดภัย กลุ่มการค้า การลงทุน การค้าชายแดน รวม 116 โครงการ จำนวน 7.9 พันล้านบาท เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การค้าชายแดน และกลุ่มโลจิสติกส์ 27 โครงการ จำนวน 1.82 หมื่นล้านบาท พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ยกระดับการผลิต

นายวิชัยกล่าวว่า เศรษฐกิจไทยปีนี้มีการฟื้นตัวอย่างช้าๆ คาดจะขยายตัว 3.3-3.5% และการส่งออกอยู่ในกรอบ ลบ 1-0% ขณะที่ปีหน้ามองเศรษฐกิจฟื้นตัวเล็กน้อยจากปีนี้ อยู่ในกรอบ 3.5-4% การส่งออก 0-2% มีปัจจัยสนับสนุนจากมาตรการภาครัฐ การใช้จ่ายและการลงทุนภาครัฐ การลงทุนภาคเอกชนที่เริ่มเห็นผล แต่ต้องติดตามความท้าทายทั้งความไม่แน่นอนเศรษฐกิจโลก นโยบายของว่าที่ประธานาธิบดีคนใหม่และการปรับขึ้นดอกเบี้ยของสหรัฐ ความเสี่ยงทางการเมืองในภูมิภาคยุโรป และการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีน

นายเดช เฉิดสุวรรณรักษ์ กรรมการเลขาธิการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า สำหรับมาตรการภาครัฐ ได้แก่ มาตรการเพิ่มรายได้แก่ผู้มีรายได้น้อย ในโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ จะทำให้เงินเข้าสู่ระบบ 1-1.2 หมื่นล้านบาท มาตรการลดหย่อนภาษีสำหรับค่าใช้จ่ายท่องเที่ยวในประเทศ จะมีเงินเข้าสู่ระบบ 5 พัน-1 หมื่นล้านบาท และทำให้เศรษฐกิจปีนี้ขยายตัวเพิ่มอีก 0.02% มาตรการลดหย่อนภาษีกระตุ้นการจับจ่าย มีเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ 1-2 หมื่นล้านบาท และมาตรการชะลอการขายข้าว มีเงินเข้าสู่ระบบ 1-1.5 หมื่นล้านบาท นอกจากนี้ สมาชิกหอการค้าไทยขอขยายระยะเวลามาตรการภาษีเพื่อส่งเสริมการลงทุนในประเทศ ซึ่งจะหมดสิ้นปีนี้ ให้ขยายออกไปอีก 6 เดือน ขณะนี้มีสมาชิกแจ้งความประสงค์ขอใช้สิทธิเพื่อลงทุนในปีหน้า วงเงิน 8 พันล้านบาท

Advertisement