หน้าแรก เศรษฐกิจ ‘กรมเจรจา’ ล่...

‘กรมเจรจา’ ล่องใต้ หนุนสินค้าดาวเด่นปัตตานี ‘อาหารทะเล-ผ้าบาติก’ เร่งใช้สิทธิเอฟทีเอ

1.06.23 | 17:59 น.

‘กรมเจรจา’ ล่องใต้ หนุนสินค้าดาวเด่นปัตตานี ‘อาหารทะเล-ผ้าบาติก’ เร่งใช้สิทธิเอฟทีเอ

นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยหลังเป็นประธานเปิดงานสัมมนา “ชี้ช่องใช้ประโยชน์ FTA ขยายการส่งออกสินค้าของดีปัตตานีไปตลาดอาเซียน” ภายใต้โครงการการสร้างเครือข่ายเชื่อมโยง 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ สู่ตลาดการค้าเสรีอาเซียน เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน ที่ผ่านมา ณ โรงแรมซี.เอส. ปัตตานี ว่า ได้นำคณะกรมและผู้เชี่ยวชาญด้านการค้าระหว่างประเทศ อาทิ มูลนิธิเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย สภาเกษตรกรแห่งชาติ ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ สำนักงานพาณิชย์จังหวัด สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ และสำนักงานสภาเกษตรกร ร่วมจัดสัมมนาให้ความรู้เรื่องความตกลงการค้าเสรี (FTA) กฎระเบียบทางการค้า กลยุทธ์การทำตลาด และแนวโน้มตลาดต่างประเทศ ให้กับผู้ประกอบการ วิสาหกิจชุมชน และเกษตรกรกว่า 150 ราย และยังได้เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมงานแสดงและจำหน่ายสินค้า อาทิ ผ้าบาติก ข้าวเกรียบปลา ลูกหยี น้ำผึ้งชันโรง และขิงผง พร้อมทั้งให้ผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์และแนะนำการพัฒนาสินค้าให้ตอบโจทย์ความต้องการของตลาด และผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญเรื่องสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน

นางอรมน กล่าวว่า กรมยังได้ลงพื้นที่พบปะผู้ประกอบการ วิสาหกิจชุมชน และเกษตรกรในพื้นที่ เพื่อรับฟังข้อมูลการผลิตและจำหน่ายสินค้า อาทิ ผู้ประกอบการแพปูโชคอุดมรัชฏ์ เป็นผู้ผลิตสินค้าปูม้าต้มสุกพรีเมี่ยม และเนื้อปูม้าก้อนพาสเจอไรซ์บรรจุกล่อง ซึ่งทำการประมงที่อนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและไม่ทำลายระบบนิเวศ ผู้ประกอบการข้าวเกรียบปลาหรือกรือโป๊ะแบรนด์นัสรีน เป็นผู้ที่พัฒนาผลิตภัณฑ์จนสามารถส่งออกไปตลาดญี่ปุ่นได้สำเร็จ และวางจำหน่ายในโมเดิร์นเทรดทั่วประเทศ อาทิ Big C Max Value TOPs และ 7-11 วิสาหกิจชุมชนโอรังปันตัย เป็นผู้ผลิตและจำหน่ายปลากุเลาเค็ม มีกระบวนการผลิตเป็นเอกลักษณ์ มีรสชาติดี ไม่มีสารเจือปน และจำหน่ายสินค้าได้ กิโลกรัมละ 1,300 บาท ถือเป็นสินค้าที่มีคุณภาพและมาตรฐาน และกลุ่มผ้าบาราโหมบาติก โดยมีการดัดแปลงลวดลายจากเครื่องกระเบื้อง ถ้วยชามโบราณ ย้อมผ้าจากสีธรรมชาติ มีลวดลายที่เป็นเอกลักษณ์ ทำให้สามารถจำหน่ายสินค้าได้ในราคาสูง และวางจำหน่ายบนเว็บไซต์ของสายการบินไทยได้

“กรม มีแผนจะนำสินค้าที่มีศักยภาพของจังหวัดปัตตานี เข้าร่วมจำหน่ายในงาน “FTA Fair นำสินค้าไทย สู่ตลาดการค้าเสรี” ซึ่งจะจัดขึ้นในเดือนสิงหาคมนี้ เพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจและเพิ่มช่องทางจำหน่ายสินค้าแบบปลีกให้กับผู้ประกอบการ รวมทั้งการจับคู่ธุรกิจกับห้างโมเดิร์นเทรดและคู้ค้าในต่างประเทศ โดยใช้ประโยชน์จาก FTA ซึ่งปัจจุบันคู่ค้า FTA ส่วนใหญ่ อาทิ อาเซียน จีน ออสเตรเลีย และฮ่องกง ได้ยกเว้นการเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากไทยแล้ว” นางอรมน กล่าว

Advertisement

ในปี 2565 ไทยส่งออกปูสด แช่เย็นแช่แข็ง นึ่งหรือต้ม และปูกระป๋อง ไปตลาดโลก มูลค่า 46 ล้านเหรียญสหรัฐ ตลาดส่งออกสำคัญ อาทิ จีน ออสเตรเลีย และเกาหลีใต้ ไทยส่งออกข้าวเกรียบที่มีเนื้อปลาเป็นส่วนผสมและปลาปรุงแต่ง มูลค่า 103 ล้านเหรียญสหรัฐ ตลาดส่งออกสำคัญ อาทิ จีน ออสเตรเลีย และกัมพูชา ไทยส่งออกปลาแห้งใส่เกลือหรือรมควัน มูลค่า 52.34 ล้านเหรียญสหรัฐ ตลาดส่งออกสำคัญ อาทิ ญี่ปุ่น ศรีลังกา และสหรัฐฯ และไทยส่งออกผ้าผืน โดยเฉพาะบาติก มูลค่า 0.71 ล้านเหรียญสหรัฐ ตลาดส่งออกสำคัญ อาทิ อินเดีย ปากีสถาน และเวียดนาม