หน้าแรก เศรษฐกิจ ชป. วางแผนบริ...

ชป. วางแผนบริหารน้ำอีอีซี พร้อมเริ่มสูบกลับ-เติมน้ำในอ่างประแสร์ ป้องศก.ตะวันออก

2.06.23 | 13:43 น.

ชป. วางแผนบริหารน้ำอีอีซี พร้อมเริ่มสูบกลับ-เติมน้ำในอ่างประแสร์ ป้องศก.ภาคตะวันออก

นายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน (ชป.) เปิดเผยว่า กรมได้ประเมินสถานการณ์น้ำ เพื่อวางแผนป้องกันและบรรเทาสถานการณ์ฝนทิ้งช่วง รวมทั้งลดความเสี่ยงต่อปัญหาการขาดแคลนน้ำ หลังจากกรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ว่า อาจเกิดภาวะฝนทิ้งช่วงระหว่างเดือนพฤษภาคม-กรกฎาคม 2566 รวมถึงผลกระทบปรากฏการณ์เอลนิโญ ส่งผลให้มีฝนน้อยกว่าค่าปกติ จึงได้กำชับให้ใช้โครงข่ายน้ำในภาคตะวันออกให้เต็มประสิทธิภาพ เพื่อป้องกันปัญหาภัยแล้งที่อาจจะเกิดขึ้น โดยจะต้องไม่ให้กระทบต่อน้ำอุปโภคบริโภคและเศรษฐกิจ ทั้งภาคเกษตรและอุตสาหกรรม ในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีวี)

“ได้เน้นย้ำในเรื่องของการผันน้ำว่า จะต้องเป็นไปตามแผนที่ได้วางไว้อย่างเคร่งครัด เมื่อระดับน้ำสามารถสูบได้ตามข้อตกลงกับกลุ่มผู้ใช้น้ำต้นทางให้ผันน้ำทันที เพื่อสำรองน้ำไว้ให้ได้มากที่สุด ล่าสุดมีรายงานว่าระดับน้ำที่คลองสะพานเพิ่มมากขึ้นจากฝนที่ตกในพื้นที่ อยู่ในระดับ+18.20 เมตรเหนือระดับน้ำทะเลปานกลาง (ม.รทก.) สำนักงานชลประทานที่ 9 จึงได้เริ่มสูบน้ำจากคลองสะพานไปเติมให้กับอ่างเก็บน้ำประแสร์ ศักยภาพสูงสุดได้มากถึง 470,000 ลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) ต่อวัน ส่งผลให้อ่างเก็บน้ำประแสร์ ที่ปัจจุบันมีน้ำอยู่ 196 ล้าน ลบ.ม. หรือ 67% ของความจุอ่างฯ มีปริมาณน้ำเพิ่มมากขึ้น จนสามารถเป็นศูนย์กลางในการกระจายน้ำไปช่วยในการผลิตน้ำประปา และอุตสาหกรรม ในพื้นที่อีอีซีได้อย่างเพียงพอ” นายประพิศ กล่าว

นอกจากนี้ จะได้สูบผันน้ำจากคลองพระองค์ไชยานุชิตไปเก็บไว้ในอ่างเก็บน้ำบางพระ เพื่อรักษาระดับน้ำและคุณภาพน้ำให้เป็นไปตามเกณฑ์ ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างความมั่นคงให้กับปริมาณน้ำต้นทุนที่เพียงพอต่อการผลิตน้ำประปาของจังหวัดชลบุรีต่อไป

Advertisement

ด้าน นายทินกร เหลือล้น ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 9 ชป. กล่าวว่า กรมฯได้กำชับให้บริหารจัดการน้ำและบริหารการสูบผันน้ำตามแผนอย่างเคร่งครัด ซึ่งทางสำนักงานชลประทานที่ 9 ได้วางแผนร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการเตรียมระบบสูบกลับน้ำทั้งโครงข่าย อาทิ การผันน้ำจากอ่างเก็บน้ำประแสร์ไปลงอ่างเก็บน้ำคลองใหญ่ ก่อนจะผันต่อไปยังอ่างเก็บน้ำหนองปลาไหล ตามที่ได้ประชุมร่วมกับคณะทำงาน Keyman Water Warroom ภาคตะวันออก ที่ได้เริ่มสูบน้ำตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน- 31 ธันวาคม 2566 ได้วันละประมาณ 250,000 ลบ.ม. หรือเดือนละ 7.50 ล้าน ลบ.ม. เมื่อสิ้นฤดูฝนวันที่ 31 ตุลาคม 2566 จะหารือกับ JMC อ่างฯประแสร์ และ คณะทำงาน Keyman Water Warroom ภาคอุปโภคบริโภค และอุตสาหกรรมอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การบริหารจัดการน้ำเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับสถานการณ์

นายทินกร กล่าวอีกว่า รวมทั้งเตรียมความพร้อมสูบผันน้ำจากคลองพระองค์ไชยานุชิต มาลงอ่างเก็บน้ำบางพระ ซึ่งในปี 2566 วางแผนสูบผันน้ำตั้งแต่เดือนสิงหาคม-พฤศจิกายน 2566 แต่หากคุณภาพน้ำค่าความเค็มเป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนดก่อนแผนที่วางไว้ จะสูบผันน้ำในทันที เป็นการปรับแผนการผันน้ำให้เหมาะสมกับสถานการณ์ เพื่อรองรับการใช้น้ำของพื้นที่อีอีซี จังหวัดชลบุรี ระยอง และฉะเชิงเทรา ภายใต้ข้อตกลงของกลุ่มผู้ใช้น้ำในพื้นที่ รวมไปถึงการเฝ้าระวังค่าความเค็มด้วย โดยปริมาณความต้องการใช้น้ำของพื้นที่อีอีซี จากโครงข่ายน้ำภาคตะวันออก จะอยู่ที่ประมาณ 1.20 ล้าน ลบ.ม.ต่อวัน