อุตสาหกรรมแฟร์ปทุมธานี ปักหมุดนวนครวันนี้สุดท้าย!! ทัพสินค้าราคาถูกช่วยปชช.
เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2566 ดร.ณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธานในพิธีเปิดงานอุตสาหกรรมแฟร์ ปทุมธานี ณ อาคารนวพลาซ่า เขตส่งเสริมอุตสาหกรรมนวนคร อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี โดยมี นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม นายวิษณุ ทับเที่ยง หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงอุตสาหกรรม นายวีระกิตติ์ รันทกิจธนวิชญ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงอุตสาหกรรม นายใบน้อย สุวรรณชาตรี อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เข้าร่วมด้วย และมี นายอุดม สอนจิตต์ อุตสาหกรรมจังหวัดปทุมธานี ให้การต้อนรับ
ปลัดณัฐพล กล่าวว่า กระทรวงอุตสาหกรรม ได้ขับเคลื่อนนโยบาย MIND ใช้หัวและใจ ปั้นอุตสาหกรรมคู่ชุมชน ประกอบด้วย 4 มิติ ได้แก่ 1.ความสำเร็จทางธุรกิจ 2.การได้รับการยอมรับจากชุมชน 3.การดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมที่ตอบโจทย์ไทยและประชาคมโลก และ 4.การกระจายรายได้สู่ชุมชน เพื่อเป็นกลไกขับเคลื่อนติดปีกภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมให้มีขีดความสามารถในการแข่งขัน โดยคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรม เทคโนโลยี และข้อตกลงที่เป็นกติกาใหม่ของโลก พร้อมกับการผลักดันให้เกิดผลสัมฤทธิ์ เพื่อให้ชุมชนรักโรงงาน โรงงานรักชุมชน และเกิดการกระจายรายได้สู่ชุมชนอย่างแท้จริง
การจัดงานอุตสาหกรรมแฟร์ในครั้งนี้ นับเป็นหนึ่งนโยบายสำคัญที่กระทรวงอุตสาหกรรม ต้องการผลักดันให้เกิดกิจกรรมการกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ รวมทั้งเพื่อแสดงศักยภาพของผู้ประกอบการ และผลิตภัณฑ์เด่นของแต่ละจังหวัดที่มีเอกลักษณ์ และยังเป็นการลดภาระค่าครองชีพให้แก่ประชาชน ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจพื้นที่ โดยนำสินค้าราคาพิเศษมาจำหน่ายให้กับประชาชนในราคาผู้ผลิตส่งตรงถึงผู้บริโภค และยังเป็นการเชื่อมโยงให้ภาคอุตสาหกรรมและชุมชนอยู่ร่วมกันอย่างเป็นมิตร


สำหรับงาน “อุตสาหกรรมแฟร์ ปทุมธานี” จัดขึ้นระหว่างวันที่ 1-2 มิถุนายน 2566 ณ อาคารนวพลาซ่า เขตส่งเสริมอุตสาหกรรมนวนคร อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี โดยเป็นการบูรณาการร่วมกัน ระหว่างสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดปทุมธานี บริษัท นวนคร จำกัด พร้อมด้วยหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนในพื้นที่ อาทิ สภาอุตสาหกรรมจังหวัดปทุมธานี หอการค้าจังหวัดปทุมธานี ภายในงานประกอบด้วย กิจกรรมจัดแสดงนวัตกรรมการผลิตของโรงงาน การจำหน่ายสินค้าผลิตภัณฑ์ชุมชนจากผู้ประกอบการวิสาหกิจชุมชนในพื้นที่ และจำหน่ายสินค้าราคาพิเศษจากโรงงาน จำนวนกว่า 80 บูธ คาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมชมงานกว่า 5,000 คน เกิดการหมุนเวียนของเม็ดเงินที่กระจายสู่ชุมชนไม่ต่ำกว่า 2 ล้านบาท


