คิดเห็นแชร์ : กับดักมุมมืดของเศรษฐกิจแพลตฟอร์ม

4.06.23 | 12:29 น.

คิดเห็นแชร์ : กับดักมุมมืดของเศรษฐกิจแพลตฟอร์ม

ท่ามกลางกระแสการเร่งรัดทุกภาคส่วนการปรับตัวเพื่อเข้าสู่บริบทดิจิทัล (Digital Transformation) รัฐบาลหลายประเทศมีนโยบายการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลด้วยเม็ดเงินจำนวนมหาศาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงและหลังการระบาดของโรคระบาดโควิด ประเทศไทยเองก็มีการเปิดใช้โครงข่าย 5G เป็นประเทศแรกของอาเซียน รวมทั้งมีการเติบโตของอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงผ่านสายเร็วที่สุดในโลกประเทศหนึ่ง (แต่ว่าอันดับความสามารถในการแข่งขันทางดิจิทัลของประเทศไทย 2022 อยู่ที่อันดับ 40 แย่ลงกว่าสองปีก่อนหน้าที่อยู่อันดับ 38 และ 39 จากหกสิบกว่าประเทศทั่วโลก) ทั้งนี้ ถึงแม้ว่าภาครัฐจะมีนโยบายสนับสนุนการมีโครงข่ายพื้นฐานการเชื่อมโยง (Digital Connectivity Infrastructure) ที่เน้นการกระจายให้ทั่วถึงทั้งประเทศ ทั้งเทคโนโลยีไร้สายความเร็วสูง และอินเตอร์เน็ตบรอดแบนด์ แต่ปัญหาเรื่องความน่าสนใจในการลงทุนจากต่างประเทศ และความสามารถของบุคลากรด้านดิจิทัลที่ดูเหมือนจะล้าหลังหลายประเทศในอาเซียน

ทั้งนี้ ช่วงเวลาที่ผ่านมาการให้บริการแพลตฟอร์ม (Platform Service) ได้มีการเติบโตอย่างก้าวกระโดด สร้างการวิวัฒนาการที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ ธุรกิจและตลาดแรงงานอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนในยุคปฏิวัติอุตสาหกรรมในอดีตที่ผ่านมา ด้วยนวัตกรรมทางเทคโนโลยีดิจิทัลผ่านโครงข่ายการเชื่อมโยงที่แต่ละประเทศมีการลงทุนไว้แล้ว ยักษ์ใหญ่ที่ให้บริการเหล่านี้ได้แก่ Airbnb, Uber, Google หรือที่นิยมในไทย ได้แก่ Grab, Line, Lazada หรืออื่นๆ โดยมีส่วนประกอบที่สำคัญไปด้วยสามส่วนคือ แพลตฟอร์ม (Platform) ผู้ทำงาน (Worker) และลูกค้า/ผู้บริโภค (Customer) แพลตฟอร์มทำให้มีการตัดตอนตัวกลางออกจากระบบนิเวศ ผู้ทำงานสามารถเชื่อมโยงกับลูกค้าได้โดยตรง ทั้งนี้ มุมมองทางทฤษฎีน่าจะเป็นเรื่องที่ดี แต่ในความเป็นจริงอาจไม่ได้สวยงามไปทั้งหมด การมาถึงของแพลตฟอร์มขนาดใหญ่จากต่างประเทศที่หน่วยงานภาครัฐและผู้กำกับดูแลไม่สามารถเข้าไปดูแลกำกับได้อย่างมีประสิทธิภาพ ย่อมทำลายระบบเศรษฐกิจดั้งเดิมในท้องถิ่นลง เช่น รัฐมีมาตรการที่เข้มงวดต่อผู้ให้บริการโครงข่ายเชื่อมโยงดิจิทัล ทั้งในแง่การเก็บภาษีบริการต่างๆ การดูแลสภาพการแข่งขัน ค่าใช้บริการที่จะต้องมีราคาต่ำมากที่สุด ในขณะที่ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มจากต่างประเทศ ที่อยู่บนโครงข่ายเชื่อมโยงดิจิทัล รัฐแทบไม่มีความสามารถในการดูแล ทั้งเรื่องการกำกับคุณภาพการให้บริการและการดูแลความเป็นธรรมของแรงงานที่ทำงานบนแพลตฟอร์มเหล่านี้

กับดักการผูกขาดของผู้ให้บริการแพลตฟอร์ม

แพลตฟอร์มทวีความสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อเข้าสู่ยุคดิจิทัล ด้วยอำนวยประโยชน์ให้ลูกค้าทั้งในแง่ราคาถูกและบริการเข้าถึงข้อมูลในการเลือกบริโภค และเมื่อประโยชน์ผู้บริโภคเพิ่มขึ้นก็จะเป็นแรงดึงดูดให้แรงงานในการให้บริการ และลูกค้ามาอยู่บนแพลตฟอร์มเพิ่มมากขึ้น จนทำให้เกิดสภาวะทุกๆ สรรพสิ่งจะต้องมีส่วนสัมพันธ์กับแพลตฟอร์มวัฏจักรเหล่านี้เกิดขึ้นและขยายมากขึ้นจนทำให้แพลตฟอร์มเหล่านี้ได้มีข้อมูลเกือบทุกอย่างในอุตสาหกรรมจนสามารถจะเป็นผู้ผูกขาดเพียงรายเดียวในอุตสาหกรรมต่างๆ สามารถสร้างการกีดกันการเข้ามาของผู้เล่นรายใหม่เนื่องจากมีผู้ครอบครองแพลตฟอร์มในอุตสาหกรรมเหล่านั้นไว้แล้ว ถึงแม้จะมีทฤษฎีที่สวยหรูว่าใครๆ ก็เป็นผู้ให้บริการแพลตฟอร์มได้ แต่ความเป็นจริงการเป็นบริษัทใหม่ รายเล็กหรือรายกลางจะเข้ามาในธุรกิจแพลตฟอร์มแทบหาความเป็นไปได้น้อยมาก ทั้งนี้ ความเชื่อถือของผู้บริโภครวมทั้งความมั่นใจของแรงงานหรือผู้ผลิตต่างๆ ว่าจะสามารถจำหน่าย หรือให้บริการผ่านแพลตฟอร์มหน้าใหม่ได้ ธุรกิจ SME ที่ต้องการอยู่รอดในสถานการณ์ปัจจุบัน แพลตฟอร์มคือทางเลือกอันดับต้นๆ หรืออาจจะเป็นทางเลือกเดียวที่จะสามารถรักษาตัวรอดได้ ด้วยความเชื่อที่ว่าแพลตฟอร์มนำมาซึ่งประโยชน์แก่ผู้บริโภคเป็นสำคัญ ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มระดับโลกจึงกลายเป็นผู้ล่าและสร้างการผูกขาดที่เข้มแข็งและนำมาสู่ความเสี่ยงของผู้ผลิตและผู้ให้บริการดั้งเดิม ด้วยมายาคติว่าเศรษฐกิจแพลตฟอร์มเป็นเศรษฐกิจแบบเปิด “…ใครใคร่ค้าม้า ค้า ใครใคร่ค้าช้าง ค้า…” แต่ความเป็นจริงข้อมูล (Data) บนแพลตฟอร์มระดับโลกเหล่านี้คือสิ่งที่ผูกขาดและกีดกันการแข่งขันที่ภาครัฐได้แต่นั่งทำตาปริบๆ ไม่สามารถทำอะไรได้

Advertisement

กับดักการเอาเปรียบแรงงานบนเศรษฐกิจแพลตฟอร์ม

ยังเป็นข้อถกเถียงเรื่องสภาพการจ้างงานและสวัสดิการแรงงานของผู้ที่อยู่บนแพลตฟอร์มต่างๆ ความเป็นจริงที่ผู้ส่งอาหารและพัสดุของแพลตฟอร์มเดลิเวอรี่ต่างๆ ต้องเป็นผู้ที่รับผิดชอบอันเนื่องมาจากลูกค้าปฏิเสธการรับของทั้งที่ทำหน้าที่เป็นเพียงผู้ส่งเท่านั้น รวมถึงการดูแลตัวเองอันเนื่องมาจากอุบัติเหตุและการบาดเจ็บที่เกิดขึ้น ทั้งที่อยู่ในระหว่างการปฏิบัติหน้าที่ให้กับแพลตฟอร์มต่างๆ ดูเป็นสิ่งตรงข้ามกับภาพสวยงามบนเศรษฐกิจแพลตฟอร์ม เช่น ช่างไม้ผู้มีความชำนาญสามารถโฆษณาประชาสัมพันธ์สิ่งประดิษฐ์ของตนเองผ่านแพลตฟอร์ม Youtube และจัดจำหน่ายบนแพลตฟอร์ม Etsy โดยมิต้องเป็นพนักงานของบริษัทเฟอร์นิเจอร์ใดๆ ด้วยความหลากหลายของแรงงานบนแพลตฟอร์ม ดังนั้น การพิจารณาเรื่องนี้จะมองเหมารวมเป็นภาพเดียวไม่ได้ ควรมีการจำแนกเป็นหมวดที่แตกต่างกัน เช่น

แรงงานที่ต้องยึดโยงกับแพลตฟอร์มอย่างเต็มตัว (Primarily Dependent) ที่มีจำนวนมากในขณะนี้ อาศัยการทำมาหากินเลี้ยงตัวเลี้ยงครอบครัวจำเป็นต้องขึ้นอยู่กับแพลตฟอร์มเท่านั้น ดูเหมือนจะเป็นกลุ่มก้อนที่ถูกเอาเปรียบจากแพลตฟอร์ม ทำงานหนักเหมือนแรงงานทาส ไม่มีสวัสดิการใดๆ ไม่มีความมั่นคงและก้าวหน้าในอาชีพ ความคลุมเครือของสถานะว่าเป็นลูกจ้าง คู่สัญญาอิสระ หรือแรงงานชั่วคราว ทำให้คนเหล่านี้อยู่ในสภาพจำยอมต่อแพลตฟอร์ม เพียงหวังจะได้รับใบสั่งงานในแต่ละวัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วงเวลาโควิดที่ผ่านมาการจ้างงานในองค์กรขนาดใหญ่มีการหยุดชะงักหรือชะลอตัว เยาวชนที่จบการศึกษาหางานทำได้ยากลำบาก การเป็นแรงงานบนแพลตฟอร์มดูเหมือนเป็นตัวเลือกเดียวสำหรับเขาเหล่านี้ด้วยหวังว่าวันข้างหน้าจะมีงานที่ดีรออยู่

แรงงานที่พึ่งพิงบางส่วนกับแพลตฟอร์ม (Partially Dependent) แรงงานเหล่านี้เพียงอาศัยแพลตฟอร์มในการทำงานเป็น Part time

แรงงานอาศัยแพลตฟอร์มเป็นอาชีพเสริม (Supplemental) แรงงานอาจเป็นอาชีพเสริมจากอาชีพหลัก คนกลุ่มนี้มักจะเข้าสู่ตลาดแรงงานเมื่อต้องการมีอาชีพเสริม หรือรายได้เสริม ไม่ได้จริงจังกับการเป็นแรงงานแพลตฟอร์มมากนัก ในอีกกรณีหนึ่งกลุ่มนี้มักจะมองได้ว่าเป็น “คู่สัญญา/ผู้ประกอบอาชีพอิสระ (Independent Contractor)” ที่ไม่ควรเอากรอบกฎหมายแรงงานมากำหนดการจ้างงาน มองเป็นผู้นำเสนอบริการต่อสาธารณชนโดยตรง

การดูแลปัญหาแรงงานแพลตฟอร์มที่สำคัญคงต้องใช้หลักพิจารณาถึงแรงงานที่จะต้องมีการพึ่งพิงและอุทิศเวลาให้กับแพลตฟอร์มเป็นขนาดเท่าใด ถ้าจำเป็นต้องพึ่งพิงมากและใช้เวลาเป็นส่วนใหญ่ ก็มีความจำเป็นในการที่ภาครัฐต้องเข้าไปดูแล การกระจายความมั่งคั่งและสวัสดิภาพอย่างยุติธรรม การมีชีวิตอยู่ที่มีคุณภาพการพัฒนาไปสู่ทางเดินอาชีพที่ดีกว่าเหล่านี้เป็นเรื่องท้าทายต่อแนวนโยบายแห่งรัฐ

เศรษฐกิจแพลตฟอร์มกับโอกาสและความท้าทายของประเทศในยุคดิจิทัล

มุมมองผู้เขียนสำหรับเศรษฐกิจแพลตฟอร์มเป็นเรื่องของพายุแห่งความเปลี่ยนแปลงที่ได้เข้ามาถึง มาพร้อมกับการแฝงตัวในกระแสการเปลี่ยนแปลงดิจิทัล (Digital Transformation) ไม่ว่าจะรู้ตัวหรือไม่รู้ตัวก็ตาม สิ่งนี้เข้ามามีบทบาทเป็นสำคัญของเศรษฐกิจและสังคมบ้านเราเรียบร้อยแล้ว การมองเรื่องนี้ในหลายมิติมีความจำเป็นสำหรับการดูแลประเทศและประชาชน ที่จะสร้างแนวนโยบายที่ถูกต้องตามกระแสที่เกิดขึ้น

ดร.เจษฎา ศิวรักษ์
หัวหน้าฝ่ายรัฐกิจและธุรกิจสัมพันธ์ บริษัท อิริคสันประเทศไทย