แลนด์ลอร์ด เศรษฐีแห่ เลี่ยงภาษี ดัน ‘ธุรกิจรับจัดการที่ดิน’ บูมสนั่น โกยรายได้เป็นกอบเป็นกำ 7 หมื่นต่อไร่
เมื่อวันที่ 3 มิถุนายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังมีการประกาศบังคับ พ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ.2562 เมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2562 และเริ่มจัดเก็บอย่างเป็นทางการวันที่ 1 มกราคม 2563 ขณะเดียวกันกระทรวงการคลังและกระทรวงมหาดไทยออกประกาศ การประกอบการเกษตรที่เป็นการทำไร่ การปลูกผัก การปลูกไม้ผลยืนต้น การปลูกสวนป่า การปลูกป่าเศรษฐกิจ แบบสวนเฉพาะ หรือการปลูกไม้ผลหรือไม้ยืนต้นแบบสวนผสมที่มีพืช 51 ชนิด ในอัตราขั้นต่ำตามที่กำหนดไว้ เช่น กล้วย 200 ต้น/ไร่ มะพร้าว 20 ต้น/ไร่ มะนาว 50 ต้น/ไร่ เป็นต้น จึงจะถือเป็นการใช้ประโยชน์ที่ดินเกษตรกรรม และเสียภาษีที่ดินในอัตรา 0.01-0.1% ทำให้เจ้าของที่ดินยังไม่ได้ใช้ประโยชน์ เปลี่ยนเป็นที่ดินเกษตรกรรมกันมากจนถึงปัจจุบัน เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายด้านภาษีที่ดิน
นายบุญชู พรหมสอน กรรมการผู้จัดการ บริษัท บีเวอร์ทีม จำกัด เปิดเผยว่า ธุรกิจหลักของบริษัทคือรับตัดต้นไม้ ตัดหญ้า ดูแลสวน รับเคลียริ่งพื้นที่รกร้าง รับจ้างทำสวนเกษตร แต่หลังมีภาษีที่ดินมีลูกค้าที่มีที่ดินเปล่ามาให้ปรับพื้นที่และปลูกพืชตามที่กฎหมายกำหนดจำนวนมากถึงขณะนี้เกือบ 100 แปลง มีขนาดพื้นที่ตั้งแต่ 50 ตารางวา (ตร.ว.) ถึงหลาย 10 ไร่ อยู่ในพื้นที่กรุงเทพฯ ปทุมธานี ฉะเชิงเทรา โดยเฉพาะช่วงปลายปี 2564-2565 ที่มีลูกค้าเข้ามาจำนวนมาก
เนื่องจากในปี 2566 รัฐเก็บอัตราภาษี 100% และที่ดินเปล่าซึ่งยังไม่ใช้ประโยชน์จะต้องเสียเพิ่มอีก 1 เท่า โดยลูกค้ามีทั้งเข้ามาใช้บริการและขอคำแนะนำ ทั้งในรูปแบบนิติบุคคลธุรกิจใหญ่ เช่น บริษัทอสังหาริมทรัพย์ โรงพยาบาล เป็นต้น ที่ซื้อที่ดินเก็บไว้เป็นแลนด์แบงก์รอพัฒนาโครงการ โดยนิยมปลูกมะม่วงและกล้วย
“ค่าบริการ ถ้าเป็นที่ดินสมบูรณ์ ปลูกอย่างเดียวตกไร่ละ 30,000 บาท ถ้าต้องเคลียร์พื้นที่และปลูกด้วยไร่ละ 70,000 บาท ดูแลให้ 1 ปี และตัดหญ้าให้ 4 ครั้ง ส่วนใหญ่เจ้าของที่จะกระตือรือร้นช่วงใกล้เสียภาษี คือ ต้นปี จากนั้นจะปล่อยทิ้งไว้ แล้วมาดูแลช่วงจะเสียภาษีในปีถัดไป ซึ่งธุรกิจนี้กำลังเติบโตและมีคนเข้ามาทำมากขึ้น เพราะคนมีที่ดินที่ราคาประเมินแพงจะเปลี่ยนการใช้ประโยชน์เป็นเกษตรกรรมกันเยอะ เพื่อลดภาระ” นายบุญชูกล่าว
แหล่งข่าวจากบริษัทแห่งหนึ่งย่านเกษตร-นวมินทร์ กล่าวว่า บริษัทรับบริหารจัดการที่ดินเปล่าให้ชำระภาษีอย่างถูกต้องและสมประโยชน์สูงสุด ซึ่งในปี 2565 มีลูกค้ามาใช้บริการตลอดทั้งปี ส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่กรุงเทพฯ ปริมณฑล แนวรถไฟฟ้า เช่น ถนนแจ้งวัฒนะ พหลโยธิน บางกะปิ สนามบินสุวรรณภูมิ มีขนาดพื้นที่ตั้งแต่ไม่ถึง 1-30 ไร่ ส่วนใหญ่จะปลูกมะม่วงและกล้วยเป็นหลัก คิดค่าบริการ 20,000-35,000 บาทต่อไร่ โดยได้ปรับราคาลง 15% หลังในตลาดเริ่มมีคู่แข่งเข้ามาทำธุรกิจมากขึ้น
ขณะที่แหล่งข่าวอีกรายย่านมีนบุรีกล่าวว่า บริษัทเพิ่งเปิดรับบริหารพื้นที่รกร้าง เมื่อปี 2565 มีเจ้าของที่ดินในกรุงเทพฯและปริมณฑลติดต่อเข้ามาใช้บริการหลาย 10 ราย เพื่อให้เคลียร์พื้นที่ และปลูกกล้วย มะม่วง มะขาม มีตั้งแต่ 100 ตร.ว. ถึงกว่า 10 ไร่ คิดค่าบริการ 15,000-20,000 บาทต่อไร่

