หน้าแรก เศรษฐกิจ มัดรวม 4 ธนาค...

มัดรวม 4 ธนาคาร ขานรับ มติ ‘แบงก์ชาติ’ ปรับขึ้นดอกเบี้ยทั้งเงินฝาก-เงินกู้

3.06.23 | 18:31 น.

ธนาคารรัฐ-พาณิชย์ ขานรับนโยบาย “แบงก์ชาติ” ทยอยปรับอัตราดอกเบี้ยเงินฝาก-เงินกู้

เมื่อวันที่ 3 มิถุนายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่าตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) รายงานผลการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติเอกฉันท์ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% ต่อปี จากอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 1.75% ต่อปี สู่ระดับ 2.00% ต่อปี โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 31 พฤษภาคม 2566 เพื่อให้การส่งผ่านอัตราดอกเบี้ยเป็นไปตามกลไกของระบบการเงิน โดยสถาบันการเงินของรัฐ และสถาบันการเงินพาณิชย์ ได้ดำเนินการปรับอัตราดอกเบี้ยทั้งเงินฝากและเงินกู้ให้สอดคล้องกับอัตราดอกเบี้ยนโยบายของ ธปท.

  • ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.)

ในส่วนของธนาคารภายใต้การกำกับของรัฐบาล โดย นายฉัตรชัย ศิริไล ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) กล่าวว่า ธ.ก.ส. ได้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเงินฝาก 0.05-0.50% ต่อปี ขณะเดียวกันได้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ทุกประเภท 0.10–0.25% ต่อปี ประกอบด้วยอัตราดอกเบี้ยลูกค้ารายคนชั้นดี (MRR) จาก 6.875% ปรับขึ้น 0.10% เป็น 6.975% ต่อปี อัตราดอกเบี้ยลูกค้าสถาบันและนิติบุคคลชั้นดี (MLR) จาก 5.375% ปรับขึ้น 0.250% เป็น 5.625% ต่อปี และอัตราดอกเบี้ยประเภทเงินเบิกเกินบัญชี (MOR) จาก 6.750% ปรับขึ้น 0.125 % เป็น 6.875% ต่อปี โดยมีผลวันที่ 6 มิถุนายน 2566 เป็นต้นไป

  • ธนาคารกรุงเทพ

ฟากธนาคารพาณิชย์ นำร่องโดย นายสุวรรณ แทนสถิตย์ กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ธนาคารปรับอัตราดอกเบี้ยเงินฝากและเงินกู้เพิ่มขึ้น โดยอัตราดอกเบี้ยเงินฝากปรับขึ้น 0.05-0.25% เงินฝากสะสมทรัพย์ เป็น 0.60% ต่อปี เงินฝากประจำ 3 เดือน เป็น 0.95% ต่อปี เงินฝากประจำ 6 เดือน เป็น 1.05% ต่อปี เงินฝากประจำ 12 เดือน เป็น 1.35% ต่อปี เงินฝากประจำ 24 เดือน เป็น 1.75% ต่อปี และเงินฝากประจำ 36 เดือน เป็น 1.90% ต่อปี ส่วนเงินฝากสะสมทรัพย์ e-Saving วงเงินไม่เกิน 1 ล้านบาท 1.50% ต่อปี และวงเงินส่วนที่เกิน 1 ล้านบาท 0.60% ต่อปี และปรับอัตราดอกเบี้ยเงินให้สินเชื่อปรับขึ้น 0.20% โดยอัตราดอกเบี้ยสำหรับลูกค้ารายใหญ่ชั้นดี ประเภทเงินกู้แบบมีระยะเวลา (MLR) เป็น 6.85% ต่อปี อัตราดอกเบี้ยสำหรับลูกค้ารายใหญ่ชั้นดีประเภทเงินเบิกเกินบัญชี (MOR) เป็น 7.30% ต่อปี และอัตราดอกเบี้ยลูกค้ารายย่อยชั้นดี (MRR) เป็น 7.05% ต่อปี โดยมีผลวันที่ 2 มิถุนายน 2566 เป็นต้นไป

  • ธนาคารกสิกรไทย

ขณะที่ นายกฤษณ์ จิตต์แจ้ง กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า ธนาคารปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์และเงินฝากประจำสำหรับลูกค้าบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล 0.05%-0.25% เพื่อเป็นการเพิ่มกำลังซื้อให้ลูกค้าสามารถรับมือกับความท้าทายทางเศรษฐกิจได้อย่างราบรื่น ขณะที่อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ได้ปรับอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อเพิ่มขึ้น 0.20% ส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยสำหรับลูกค้ารายใหญ่ชั้นดี ประเภทเงินกู้แบบมีระยะเวลา (MLR) อัตราดอกเบี้ยสำหรับลูกค้ารายใหญ่ชั้นดีประเภทเงินเบิกเกินบัญชี (MOR) และอัตราดอกเบี้ยสำหรับลูกค้ารายย่อยชั้นดี (MRR) ปรับขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 7.02% 7.34% และ 7.05% ต่อปี ตามลำดับ โดยมีผลวันที่ 6 มิถุนายน 2566 เป็นต้นไป

Advertisement
  • ธนาคารกรุงไทย

ด้าน นายผยง ศรีวณิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย กล่าวว่า ธนาคารประกาศปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเงินฝาก 0.05-0.25 % ต่อปี เพื่อส่งเสริมการออม ให้ผู้ฝากเงินมีรายได้เพิ่มขึ้นในภาวะที่ค่าครองชีพสูงขึ้น และปรับอัตราดอกเบี้ยเงินกู้เพิ่ม 0.20% ต่อปี สำหรับลูกค้ารายใหญ่ชั้นดี (MLR) เพิ่มขึ้น 0.20% ต่อปี ปรับขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 6.80% ต่อปี ปรับอัตราดอกเบี้ยเงินกู้สำหรับลูกค้ารายใหญ่ชั้นดี ประเภทวงเงินเบิกเกินบัญชี (MOR) เป็น 7.27% ต่อปี และปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเงินกู้รายย่อย (MRR) เป็น 7.320% ต่อปี มีผลวันที่ 6 มิถุนายน 2566 เป็นต้นไป

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่าภายหลังจาก ธปท.ปรับอัตราดอกเบี้ยนโยบายต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 6 ติดต่อกันและส่งสัญญาณว่าแม้เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่อง แต่ยังต้องติดตามความเสี่ยงเงินเฟ้อด้านสูง ระยะถัดไปพร้อมที่จะปรับขนาดและเงื่อนเวลาของการขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย หากแนวโน้มเศรษฐกิจและเงินเฟ้อไทยเปลี่ยนไปจากที่ประเมินไว้ ส่งผลให้ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจต่างคาดการณ์ว่า กนง. อาจปรับดอกเบี้ยต่อเนื่องสู่ระดับ 2.25-2.50% ในปี 2566