ส.ร้านอาหารไทย-สตรีทฟู้ด โอดต้นทุนดีด! ขึ้นดอกเบี้ย-ค่าแรง เสี่ยงธุรกิจล้มตาย
น.ส.ประภัสสร รังสิโรจน์ นายกสมาคมร้านอาหารไทยและสตรีทฟู้ด กล่าวว่า ภายหลังจากที่คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ปรับอัตราดอกเบี้ยนโยบายอีก 0.25% สู่ระดับ 2% ทำให้ธนาคารต่างๆ ทยอยปรับดอกเบี้ยตาม เรื่องนี้ส่งผลกระทบต่อต้นทุนผู้ประกอบการ โดยเฉพาะผู้ประกอบการรายย่อย (เอสเอ็มอี) จะได้รับผลกระทบสูงมาก เพราะเป็นเรื่องต้นทุนของธุรกิจที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ อีกทั้งที่ผ่านมา ธุรกิจขนาดเล็กยังฟื้นตัวกลับมาจากการเผชิญวิกฤตโควิดได้ยาก รวมถึงบางธุรกิจไม่สามารถเดินหน้าต่อได้ก็มี แม้ขณะนี้เศรษฐกิจจะเข้าสู่ภาวะปกติมากขึ้น แต่การฟื้นตัวนั้นไม่ได้เกิดขึ้นทั่วพื้นที่ประเทศไทย ดังนั้น เรื่องของผลกระทบยังคงมีอยู่ในกลุ่มผู้ประกอบการรายย่อยที่ยังไม่กลับเข้าสู่สภาวะปกติ
“แต่เดิมสัดส่วนการทำธุรกิจแบ่งเป็นกำไร 60% และต้นทุน 40% เป็นสิ่งที่ทำให้ธุรกิจสามารถดำเนินงานต่อเนื่องได้ แต่เมื่อต้นทุนธุรกิจต่างๆ ทยอยเพิ่มขึ้นเกือบทุกด้านจากสัดส่วนการดำเนินธุรกิจเดิมก็เปลี่ยนเป็นต้นทุน 50% และกำไร 50% จนขณะนี้เมื่อต้นทุนไม่ลดลงเลย และเศรษฐกิจไม่ได้โตขึ้นชัดเจน ทำให้กำไรธุรกิจตอนนี้แค่ถึง 20-30% ยังเป็นไปได้ยากมากท่ามกลางต้นทุนที่สูงขึ้น จึงทำให้ธุรกิจล้มหายไปก็สูง” น.ส.ประภัสสรกล่าว
น.ส.ประภัสสรกล่าวอีกว่า ขณะเดียวกัน มุมมองต่อนโยบายค่าแรงขั้นต่ำ ของพรรคก้าวไกล โดยกำหนดไว้ที่ 450 บาทต่อวัน ว่าจะเป็นปัญหาที่เข้ามาซ้ำเติมเรื่องต้นทุนเป็นเรื่องที่ผู้ประกอบการยังแบกรับต่อเนื่อง เพราะแม้นโยบายนี้แม้ยังไม่ถูกประกาศให้ปรับขึ้นพร้อมกันทั่วประเทศ ในส่วนของธุรกิจร้านอาหารก็ได้รับผลกระทบจากราคาสินค้าที่ปรับขึ้น ตั้งแต่ภายหลังจากการรับรู้ว่าพรรคก้าวไกล ได้รับคะแนนเสียงเลือกตั้งสูงสุด และมีนโยบายจะผลักดันให้การปรับอัตราค่าแรงขั้นต่ำให้สำเร็จใน 100 วันแรก หลังจัดตั้งรัฐบาล ส่งผลให้วัตถุดิบที่เป็นอาหารทยอยปรับราคาขึ้น ในทางกลับกัน ร้านอาหาร หรือผู้ประกอบการยังไม่สามารถปรับราคาสินค้าให้สอดคล้องกับต้นทุนได้ เพราะกังวลเรื่องการแข่งขันทางธุรกิจ รวมถึงลูกค้าจะน้อยลง
“การขึ้นค่าแรงขั้นต่ำมองว่าเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ ซึ่งปัญหาจริงๆ คือต้นทุนที่สูงขึ้น ทั้งค่าไฟฟ้า ราคาวัตถุดิบ ราคาพลังงานปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง ส่งผลให้ราคาสินค้าตั้งต้นมีราคาแพง ซึ่งสิ่งที่อยากให้รัฐบาลคำนึงถึงคือการควบคุมราคาวัตถุดิบทางการเกษตรที่แพงขึ้น และต้องดูต้นตอของปัญหาทางการเกษตรด้วยว่าปัญหาอาจเกิดขึ้นตั้งแต่ราคาปุ๋ย ราคาดินที่ใช้ในขั้นตอนการผลิต ดังนั้น หากรัฐบาลใหม่สามารถแก้ปัญหาเหล่านี้ได้ การขึ้นค่าแรงขั้นต่ำไม่ใช่ประเด็นหลักในการแก้ไขเรื่องค่าครองชีพที่สูงขึ้น” น.ส.ประภัสสรกล่าว

