หน้าแรก เศรษฐกิจ ผวาพิษการเมือ...

ผวาพิษการเมืองฉุดศก. ชี้ขั้วไม่นิ่งป่วนทั้งระบบ ลงทุนฝืด-บริโภคชะงัก แรงกว่าดบ.ค่าไฟค่าแรง

5.06.23 | 06:30 น.

ผวาพิษการเมืองฉุดศก. ชี้ขั้วไม่นิ่งป่วนทั้งระบบ ลงทุนฝืด-บริโภคชะงัก แรงกว่าดบ.ค่าไฟค่าแรง

เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน นายอัทธ์ พิศาลวานิช คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์และผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาการค้าระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า จากการพบกับนักธุรกิจและต่างชาติ ความกังวลแรกคือ การเมือง ต่างชาติไม่ได้มองแค่ว่าไทยมีการเลือกตั้ง แต่กำลังมองถึงการเปลี่ยนแปลงของการบริหารประเทศ มีคำถามว่า ผ่านการเลือกตั้งมาระยะหนึ่งแล้ว แต่ยังไม่ชัดเจนเรื่องการมีรัฐบาลใหม่และนายกรัฐมนตรี เทียบกับประเทศตุรกีจัดเลือกตั้งวันเดียวกัน 14 พฤษภาคม ตอนนี้ได้ผู้นำเข้าบริหารประเทศแล้ว ขณะที่ประเทศไทยความไม่แน่นอนทางการเมืองยังมีสูง และมีการตั้งคำถาม 1.พรรคได้คะแนนสูงสุด ได้ตั้งรัฐบาลหรือไม่ 2.รัฐบาลใหม่จะเป็นขั้วการเมืองเดิมหรือขั้วใหม่ 3.กลุ่มสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) จะไม่ฟังเสียงประชาชนหรืออย่างไร ทั้งที่ผู้ชนะการเลือกตั้งเป็น ส.ส. ได้เสียงจากประชาชนสนับสนุน การเมืองไม่ชัดเจนและยิ่งยืดเยื้อ กระทบต่อความเชื่อมั่นนักลงทุนทั้งไทยและต่างชาติ

“จากนี้เศรษฐกิจไทยจะไปรอดได้แค่ไหน ขึ้นกับไทยสร้างความเชื่อมั่นว่าช่วงรัฐบาลเปลี่ยนผ่านจะได้รัฐบาลที่ประชาชนเลือกมา มีการผลักดันจัดตั้งรัฐบาลเร็วและราบรื่น ด้วยความไม่ชัดเจนและสุญญากาศในช่วง 2 เดือนจากนี้ เศรษฐกิจไตรมาส 3/2566 โอกาสต่ำกว่าไตรมาส 2/2566 และเศรษฐกิจไทยจะฟื้นอีกครั้งก็เข้าช่วงไฮซีซั่นที่มีนักท่องเที่ยวเดินทางทั่วโลกและเข้าไทยอีกครั้ง’นายอัทธ์กล่าว

ขณะที่ นายอธิป พีชานนท์ นายกกิตติมศักดิ์สมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร กล่าวว่า ปัจจุบันเศรษฐกิจประเทศไทยกำลังเผชิญมรสุม 4 ลูก ค่าแรง ค่าไฟ ดอกเบี้ยขาขึ้น และการเมือง ถือว่าเป็นความลำบากและปัจจัยเสี่ยงพอๆ กัน แต่ถ้าให้เรียงลำดับผลกระทบหนักที่สุด มองว่าการเมืองเป็นอันดับหนึ่ง เพราะเป็นต้นเหตุของหลายเรื่อง ถ้าการเมืองไม่นิ่ง ความมั่นใจในการบริโภคในประเทศและการลงทุนของภาคธุรกิจก็จะไม่มี แต่ถ้าการเมืองนิ่ง เศรษฐกิจจะเดินหน้าได้ ขณะเดียวกันยังมีอีกหลายอย่างที่ต้องรอรัฐบาลใหม่มาขับเคลื่อน จึงต้องเร่งจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่โดยเร็ว หากภายในไตรมาส 3/2566 ไม่เรียบร้อย จะมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจอย่างแน่นอน

ส่วน น.ส.ณัฐพร ตรีรัตน์ศิริกุล รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด ประเมินเศรษฐกิจครึ่งหลังของปี 2566 ว่าจะยังคงประเมินการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (จีพีพี) ที่ 3.7% จากแรงสนับสนุนภาคการท่องเที่ยวที่ขยายตัวต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ปัญหาการจัดตั้งรัฐบาลที่ยังไม่มีความแน่นอน อาจเป็นปัจจัยเข้ามากระทบเศรษฐกิจ ทำให้การเติบโตต่ำกว่ากรอบเป้าหมาย

Advertisement

‘ปัญหาการเมือง หากการจัดตั้งรัฐบาลไม่เป็นไปตามไทม์ไลน์จะส่งผลให้การจัดสรรงบประมาณปี 2567 ล่าช้าออกไป ขณะเดียวกันนักลงทุนจะชะลอการลงทุนเพื่อรอดูสถานการณ์ว่า สุดท้ายแล้วรัฐบาลจะมีหน้าตาอย่างไร’ น.ส.ณัฐพร ระบุ