จอดป้ายประชาชื่น : ปลดล็อกการเมือง…ก่อนทุบท่องเที่ยว
เศรษฐกิจไทยอยู่ระหว่างการฟื้นตัวจากภาวะวิกฤตโควิด-19 ที่ส่งผลกระทบกว่า 3 ปี แม้โควิดจะคลี่คลายแต่ยังทิ้งรอยแผลเป็นไว้ โดยเฉพาะความเสี่ยงของเศรษฐกิจโลกชะลอตัวลง ภาวะเงินเฟ้อปรับขึ้นต่อเนื่อง สร้างความกังวลว่าจะเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอยในอนาคต
แม้ประเทศไทยจะดูห่างไกลจากภาวะเศรษฐกิจถดถอย แต่ไทยพึ่งพารายได้จากต่างชาติเป็นหลัก ทั้งภาคการส่งออกและท่องเที่ยว เมื่อเศรษฐกิจภายนอกไม่ดีจะส่งผลต่อเศรษฐกิจไทย โดยเฉพาะแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยขาขึ้นของประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่อย่างสหรัฐ ส่งผลให้ไทยต้องขึ้นดอกเบี้ยตาม กระทบกับภาคการท่องเที่ยวความหวังหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ
เพราะธุรกิจส่วนใหญ่ใช้เงินกู้เป็นทุนเพื่อขยายและสร้างการเติบโตให้ธุรกิจต่อไป เมื่อดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นธุรกิจจะมีต้นทุนเพิ่มขึ้นแบบอัตโนมัติ โดยเฉพาะในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ทยอยกลับมาเที่ยวไทย ซึ่งเวลานี้ยังไม่เป็นไปตามคาดนัก
รวมถึงไทยเพิ่งเลือกตั้งวันที่ 14 พฤษภาคมที่ผ่านมา แต่ขณะนี้ยังมีความเสี่ยงในการจัดตั้งรัฐบาลเต็มไปหมด ทำให้โครงการที่ควรออกมากระตุ้นการท่องเที่ยวไทยช่วงนอกฤดูการท่องเที่ยว (โลว์ซีซั่น) สะดุด
ปี 2566 การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ตั้งเป้าหมายจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติไว้ที่ 25 ล้านคน เพื่อดึงรายได้ท่องเที่ยวกลับคืนมากว่า 80% ของปี 2562 ก่อนเกิดโควิดระบาด หรือคิดเป็นมูลค่าที่ 2.38 ล้านล้านบาท
ขณะที่ยอดสะสมช่วง 5 เดือนแรกของปีอยู่ที่ 10 ล้านคนนั้น ถือเป็นอัตราที่ช้ามาก ซึ่งน่ากังวล
เวลานี้ปัจจัยนอกประเทศทำได้แค่รับมือ แต่ปัจจัยการเมืองของไทยควรเร่งปลดล็อกให้ประเทศเดินไปข้างหน้าโดยเร็ว
ไม่ให้การท่องเที่ยววืดเป้า จนกระทบเศรษฐกิจประเทศทั้งขบวน!!

