‘ออริจิ้น-แสนสิริ’ ถกแบงก์ตรึง ‘ดอกเบี้ย’ ช่วยลูกค้า 3 ปีแรก หวัง ‘รัฐบาลใหม่’ ปลุกศก.คึก
เมื่อวันที่ 7 มิถุนายน นายพีระพงศ์ จรูญเอก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า การปรับขึ้นอัดราดอกเบี้ยอีก 0.25% หรือ 25 สตางค์ ถือว่าปรับขึ้นไม่มากและเป็นสิ่งที่คาดการณ์ไว้อยู่แล้ว ซึ่งมีผลกระทบไม่มาก ทั้งผู้ซื้อบ้านและผู้ประกอบการ โดยผู้ซื้อบ้านจะทำให้ค่าผ่อนต่องวดสูงขึ้นไม่ถึงหลัก 1,000 บาท สำหรับซื้อในราคา 2 ล้านบาท ด้านผู้ประกอบการจะมีภาระต้นทุนการพัฒนาโครงการสูงขึ้น ทำให้กำไรลดลง 0.5% ขึ้นอยู่กับผู้ประกอบการจะรับภาระไว้เองหรือจะผลักภาระผ่านราคาบ้าน
“ดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้นทางออริจิ้นไม่ได้หยุดหรือชะลอการลงทุนโครงการใหม่ แต่กำไรอาจจะลดลงจากปกติ แต่ไม่มาก และจะเจรจากับแบงก์รัฐและพาณิชย์ ตรึงดอกเบี้ยหรือหาดอกเบี้ยโปรโมชั่นให้กับลูกค้าใน 3 ปีแรก ในช่วงรอให้เศรษฐกิจฟื้นตัว เพื่อให้คนอยากมีบ้าน ซื้อบ้านได้”นายพีระพงศ์กล่าว

นายอุทัย อุทัยแสงสุข ประธานผู้บริหารสายงานปฏิบัติการ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ปัจจุบันดอกเบี้ยมีการปรับขึ้นแล้ว 1% เมื่อนับจากก่อนหน้านี้ ซึ่งการปรับขึ้นของดอกเบี้ยทุก 1% ทำให้อำนาจการผ่อนชำระค่างวดและอำนาจการซื้อบ้านหายไป 7-8% เช่น ซื้อบ้าน 1 ล้านบาท ผ่อนเดือนละ 7,000 บาท จะเป็น 7,800 บาท หรือซื้อบ้านราคา 10 ล้านบาท ผ่อนเดือนละ 70,000 บาท จะเป็น 78,000 บาท ซึ่งแสนสิริจะหารือกับ 10 แบงก์พันธิมิตร ช่วยตรึงดอกเบี้ยให้ลูกค้า 3-6 เดือน หรือหาแพ็กเกจดอกเบี้ยต่ำในช่วง 1-3 ปีแรก เพื่อให้คนสามารถซื้อบ้านได้ หลังจากนั้นให้ลูกค้ารีไฟแนนซ์
“ขึ้นดอกเบี้ย ต้นทุนเราเพิ่มขึ้นด้วย สำหรับโครงการใหม่ที่จะพัฒนา โดยการออกหุ้นล็อตใหม่ ส่วนหุ้นกู้ที่ออกไปก่อนหน้านี้ ไม่กระทบเพราะล็อกดอกเบี้ยไว้แล้ว 2-3 ปี และแสนสิริยังคงเดินหน้าลงทุนต่อเนื่อง ตามเป้าปีนี้จะลงทุน 52 โครงการทั้งแนวราบและแนวสูง รวมมูลค่า 75,000 ล้านบาท โดยตั้งเป้ายอดขาย 55,000 ล้านบาท และเป้ารายได้รวม 40,000 ล้านบาท”นายอุทัยกล่าว
นายอุทัยกล่าวว่า จากต้นทุนที่สูงขึ้น ซึ่งไม่ใช่แค่ดอกเบี้ย ยังมีค่าแรงหากมีการขึ้น 450 บาทจะส่งผลกระทบต่อต้นทุนก่อสร้าง 10% ซึ่งแสนสิริต้องปรับตัวโดยดีไซน์แบบบ้านใหม่ ให้มีขนาดเล็กลงและลดใช้วัสดุก่อสร้างที่มีราคาแพง เพื่อสร้างบ้านในราคาที่ลูกค้าสามารถซื้อได้ อย่างไรก็ตามถ้าเศรษบกิจดีขึ้นกว่านี้ จะทำให้คนมีกำลังซื้อบ้านมากขึ้น
“หวังว่าจะมีการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ได้โดยเร็วและทำให้เศรษบกิจดีขึ้น ผมไม่ติดว่าพรรคไหนจะขึ้นมาเป็นแกนนำรัฐบาลใหม่ หรือใครจะขึ้นมาเป็นนายกรัฐมนตรี ขอให้สามารถขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้เดินหน้า ซึ่งดูจากนโยบายของ 2 พรรคใหญ่ที่เป็นแกนนำในขณะนี้ ถือว่ามีนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจอยู่แล้ว” นายอุทัยกล่าว


