หน้าแรก เศรษฐกิจ รพ.มาสเตอร์พี...

รพ.มาสเตอร์พีช ชี้ศัลยกรรมไทยทะลุ4หมื่นล. ต่างชาติบินตรงทำสวย’เมียนมา’ควักขั้นต่ำ5แสน

8.06.23 | 13:49 น.

รพ.มาสเตอร์พีช ชี้ศัลยกรรมไทยทะลุ 4 หมื่นล. ต่างชาติบินตรงทำสวย เมียนมา ควักขั้นต่ำ 5 แสน

นางสาวลภัสรดา เลิศภานุโรจ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มาสเตอร์ สไตล์ จํากัด (มหาชน) หรือ MASTER ผู้บริหารโรงพยาบาลมาสเตอร์พีช โรงพยาบาลด้านความงามที่ให้บริการศัลยกรรม เปิดเผยว่า อุตสาหกรรมศัลยกรรมความงามในไทยยังเป็นที่นิยมอย่างมาก คาดว่าปี 2566 มูลค่าตลาดสูงถึง 40,000 ล้านบาท โดยหลังเปิดประเทศทำให้เกิดการจับจ่ายใช้สอย แม้คนไทยบางส่วนใช้เงินเกี่ยวกับช่วงเปิดเทอมและการเที่ยวเมืองนอก ทำให้ยอดใช้บริการคนไทยลดลง 5-10% แต่ไม่ได้เป็นนัยสำคัญ ด้วยขณะนี้เทรนด์การใช้บริการกลับมาเพิ่มขึ้นเป็นปกติ ขณะที่ลูกค้าต่างประเทศมีอัตราเข้าใช้บริการสูงขึ้นและเป็นลักษณะใช้บริการเป็นกลุ่ม เพื่อมาทำศัลยกรรมในรอบเดียวกัน จากเดิมนิยมมาเพียงคนเดียว และเทรนด์ในปัจจุบันมาเพื่อทำจมูก ยกคิ้ว ทำตา เป็นต้น

นางสาวลภัสรดากล่าวว่า ส่วนแผนขยายตลาดต่างประเทศ นอกเหนือจากจีน บริษัทเดินหน้าขยายตลาดผ่านตัวแทนที่เป็นลูกค้าเก่า เพื่อเพิ่มฐานลูกค้าใหม่ ในกัมพูชา เมียนมา ลาว และอาหรับ โดยเฉพาะเมียนมายอดใช้จ่ายต่อบิลขั้นต่ำคือ 500,000 บาท ถือเป็นยอดต่อบิลที่สูง ทำให้บริษัทตั้งเป้าหมายรายได้ทั้งปี 2566 เติบโต 40% จากปีก่อน หรือมูลค่า 2,200 ล้านบาท โดยผลการดำเนินงานไตรมาส 1/2566 มีรายได้ 435 ล้านบาท เติบโต 83% เทียบไตรมาสแรกปีก่อน แยกเป็นรายได้จากการศัลยกรรม 341 ล้านบาท เพิ่ม 77.97% มีกำไรสุทธิ 71.55 ล้านบาท เพิ่ม 30.19% ผลจากมีรายได้เพิ่มขึ้นในทุกหัตถการ ทั้งศัลยกรรมเสริมจมูก ศัลยกรรมยุบโหนกตัดกราม ศัลยกรรมดูดไขมัน ศัลยกรรมหน้าอก ศัลยกรรมยกคิ้วและศัลยกรรมอื่นๆ โดยก่อนหน้านี้ได้นำเงินจากระดมทุน 1,800 ล้านบาท ปรับปรุงอาคารและห้องผ่าตัด จัดซื้อเครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์ 500-600 ล้านบาท ที่เหลือเป็นเงินทุนหมุนเวียนทำธุรกิจ และขยายการเติบโตแบบ Inorganic โดยล่าสุด MASTER เข้าซื้อหุ้น บริษัท มีแพลนดี จำกัด (มีแพลนดี) ผู้ดำเนินกิจการคลินิกเสริมความงาม ชื่อ “WIND Clinic” โดยเข้าซื้อหุ้นสามัญเดิมจากผู้ถือหุ้นเดิมและหุ้นสามัญเพิ่มทุน รวม 5,333 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 100 บาท คิดเป็น 40% ของทุนจดทะเบียนของ มีแพลนดี โดยปัจจุบันอยู่ระหว่างการเจรจาความร่วมมือขยายตามหัวเมือง

“แผนธุรกิจ 3 ปี บริษัทตั้งเป้าเติบโต 40% เพื่อยกระดับการเป็นผู้นำสู่ Specialty Hospital สำหรับการเติบโตแบบ Inorganic ปัจจุบันเน้นการขยายตลาดในประเทศตามหัวเมืองต่างๆ ก่อน ส่วนตลาดต่างประเทศในอนาคตอาจมีพันธมิตรทางธุรกิจที่ดี โดยเราเป็น Merger & Partner คือ Criteria จะเลือกคู่ ทั้งเขาเลือกเรา เราเลือกเขา คือ Owner ต้องมีความเป็น Entrepreneur มี Growth Mindset มี Passion อยากทำให้ธุรกิจเติบโต เพราะเชื่อว่า Masterpiece มีความแข็งแกร่งของระบบ อาทิ ระบบ Hard control ระบบ People skill และระบบ Marketing Connection เป็นงานหลังบ้านทั้งหมด ส่วนพาร์ตเนอร์ต้องมีความ Special มีประสบการณ์ ที่ Masterpiece เป็น 2 ใน 3 ส่วน ที่เติมเต็มและสร้างการเติบโตแบบ Infinity” นางสาวลภัสรดากล่าว

นางสาวลภัสรดากล่าวว่า หากเกิดโควิดระบาดรอบใหม่ บริษัทเตรียมแผนรองรับมาตรการการป้องกัน โดยบริษัทให้ความสำคัญกับการตรวจคัดกรองลูกค้าก่อนให้บริการเสมอ สำหรับแผนการบริหารจัดการความเสี่ยง ตั้งแต่นำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ mai สิ่งที่เป็นความกังวลของนักลงทุนและผู้ถือหุ้นเกี่ยวกับทีมแพทย์ ปัจจุบันแม้ว่าธุรกิจศัลยกรรมความงามมีคู่แข่งจำนวนมาก แต่ผู้ให้บริการที่เป็นศัลยกรรมและเป็นโรงพยาบาลด้วยยังมีน้อยมาก และผู้ให้บริการรายอื่นมีจำนวนแพทย์ไม่มาก หรือเป็นแบบนอกเวลาทำงาน (Part Time) แต่ทีมแพทย์ของบริษัททำเต็มเวลากว่า 42 ราย รวมถึงสามารถเพิ่มและพัฒนาบุคลากรได้รวดเร็ว

Advertisement