พณ.เกาะติดภัยแล้ง ชี้ยังไม่มีสัญญาณน่าวิตก อากาศร้อน ‘หมู-ไก่-ไข่’โตยาก ราคาขึ้นเล็กน้อย

พณ.เกาะติดภัยแล้ง ชี้ยังไม่มีสัญญาณน่าวิตก อากาศร้อน ‘หมู-ไก่-ไข่’โตยาก ราคาขึ้นเล็กน้อย

ร้อยตรีจักรา ยอดมณี รองอธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า จากการสำรวจสถานการณ์ราคาอาหารสดสัปดาห์นี้กับสัปดาห์ก่อนหน้า พบว่า กลุ่มเนื้อสัตว์มีราคาปรับขึ้นเล็กน้อย เพียงจากภาวะอากาศร้อนมีผลต่อการเติบโตและออกผลผลิต อย่างสุกรโตช้าและน้ำหนักลดลง ขณะที่ความต้องการบริโภคเพิ่มขึ้น หลังจากเปิดเทอมและจำนวนนักท่องเที่ยวมากขึ้น แต่อย่างไรก็ตาม ในแง่ปริมาณผลผลิตออกสู่ตลาด ยังปกติและไม่เกิดภาวะขาดแคลนแน่นอน

สำหรับราคาเนื้อหมู อยู่ที่กิโลกรัม (กก.) ละ 145 บาท ขึ้น 1 บาท/กก. จากสัปดาห์ก่อนหน้าที่มีราคา 144 บาท/กก. ไข่ไก่ (เบอร์ 3) ราคา 4.06 บาท/ฟอง จาก 4.04 บาท/ฟอง ขณะที่ไก่ขยับขึ้นเล็กน้อย โดย ไก่เนื้อน่องติดสะโพก 80 บาท/กก. เนื้อน่อง 83 บาท/กก. เนื้ออกไก่ ราคา 79 บาท/กก. อย่างไรก็ตาม ทิศทางราคาเนื้อสัตว์จากนี้อยู่ในภาวะทรงตัวและราคาปัจจุบันยังอยู่ในโครงสร้างต้นทุนที่กรมดูแลอยู่

ร้อยตรีจักรา กล่าวว่า ส่วนสินค้าอุปโภคบริโภคทั่วโลก ราคาอยู่ในภาวะทรงตัวและเริ่มลดลง ซึ่งบางส่วนลดลงจากการลดโปรโมชั่นในการลดราคา ซึ่งสินค้าราคาทรงตัว อาทิ ข้าวสารถุง น้ำตาลทราย ปลากระป๋อง ส่วนนมยูเอชที และบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ราคาลงตามโปรโมชั่น รวมทั้งห้างให้ความร่วมมือในการตรึงราคาต่อเนื่อง สำหรับ ปุ๋ยเคมี และยาปราบศัตรูพืช มีราคาลดลงต่อเนื่องในภาพรวมราคาแม่ปุ๋ย เฉลี่ยภาคกลาง ลง 26-50% เทียบกับช่วงกลางปี 2565 โดยแม่ปุ๋ยไนโตรเจน ได้แก่ ปุ๋ยยูเรีย (46-0-0) และปุ๋ยแอมโมเนียมซัลเฟต (21-0-0) ลง 50% และ 47% ตามลำดับ แม่ปุ๋ยฟอสเฟต (18-46-0) ลง 26% และแม่ปุ๋ยโพแทสเซียม (0-0-60) ลง 26% อย่างแม่ปุ๋ยยูเรีย เคยจำหน่ายกระสอบ (50 กก.) ราคา 1,600 บาท เหลือ 800 บาทหรือลง 50% ปัจจัยหลักที่ทำให้ราคาปุ๋ยปรับลดลงมาจากราคาพลังงานในตลาดโลกที่ปรับลดลง โดยราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกแม้ว่าจะยังคงผันผวนอยู่แต่ลดลงแล้ว 20-25% เมื่อเทียบกับราคาเฉลี่ยปี 2565

Advertisement

นอกจากนี้ ความต้องการใช้ปุ๋ยในประเทศผู้ผลิตสินค้าเกษตรรายสำคัญชะลอตัว โดยเฉพาะจีนที่ได้สิ้นสุดฤดูเพาะปลูกแล้ว และสหรัฐอยู่ในช่วงปลายฤดูเพาะปลูก ปริมาณเพียงพอต่อความต้องการเพาะปลูกในฤดูกาลใหม่นี้

ร้อยตรีจักรา กล่าวว่า ส่วนยาปราบศัตรูพืช ขณะนี้ราคาก็ได้ปรับลดลงมาแล้วเช่นกันเมื่อเทียบกับช่วงกลางปีที่แล้ว อาทิ ยาฆ่าหญ้ากลูโฟซิเนต ราคาลดลง 25% ไกลโฟเซต ราคาลดลง 19% และยาฆ่าแมลงอะบาเมกติน ราคาลดลง 28% อย่างไรก็ตาม กรมและสำนักงานพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ จะติดตามสถานการณ์ปริมาณและราคาปุ๋ยเคมีและยาปราบศัตรูพืชอย่างใกล้ชิดต่อไป โดยเมื่อต้นทุนนำเข้าปรับลดลงราคาจำหน่ายปลายทางต้องปรับลดลงสอดคล้องกันด้วย หากเกษตรกร พบการฉวยโอกาสจำหน่ายแพง หรือการไม่ปิดป้ายแสดงราคา แจ้งได้ที่สายด่วน 1569 หรือ ไลน์ @MR.DIT เจ้าหน้าที่จะไปตรวจสอบ ถ้าพบผิดจะดำเนินคดีอย่างเด็ดขาด

“มาตรการรับมือภัยแล้ง นั้น ปัญหาภัยแล้ง เป็นภาวะที่ต่อเนื่องมาจากปีก่อน และยังไม่ส่งผลกระทบทำให้ผลผลิตสินค้าอาหารสดขาดแคลนในขณะนี้ รวมถึงไม่ทำให้ราคาผักเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แต่กรมไม่ได้นิ่งนอนใจ มีการเฝ้าติดตามภาวะปริมาณและราคาอาหารสด อย่างต่อเนื่อง ส่วนสินค้าทั่วไปก็ยังขอความร่วมมือในการตรึงราคาสินค้า ซึ่งผู้ผลิตและค้าปลีกก็ให้ความร่วมมือที่ดี อีกทั้งการแข่งขันในตลาดสูงและกำลังซื้อไม่ได้เพิ่มจากปกติจนผิดสังเกต ดังนั้นทิศทางราคาสินค้าอุปโภคบริโภค น่าจะอยู่ในภาวะทรงและอ่อนตัวลงจากนี้” ร้อยตรีจักรา กล่าว

นายกรนิจ โนนจุ้ย รองอธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า หากเกิดปัญหาไม่ว่าจะปริมาณล้นหรือขาดแคลน ฝนมากหรือแล้ง กรมจะมีมาตรการรับมือ โดยในส่วนมาตรการรับมือราคาอาหารสด โดยเฉพาะผักในช่วงภัยแล้ง ที่ปีนี้เจอในช่วงมีนาคม-เมษายน ก็จะประสานความร่วมมือกับสมาคมการค้าตลาดกลางค้าส่งสินค้าเกษตร และเชื่อมโยงผลผลิตจากแหล่งเพาะปลูก เพื่อนำไปจำหน่ายในตลาดกลาง และตลาดสดทั่วประเทศ ทั้งนี้ จะติดตามปริมาณผลผลิตผักและผลไม้ที่เข้าสู่ตลาดหลัก ใน 3 แหล่ง คือ ตลาดไท ตลาดศรีเมือง และตลาดสี่มุมเมือง หากพบว่าปริมาณผลผลิตเข้าสู่ตลาดน้อยกว่าปกติ จะดำเนินการเชื่อมโยงผลผลิตเข้าสู่ตลาดสดทันที ก่อนที่ราคาจะปรับสูงขึ้น ซึ่งตอนนี้จากฝนเริ่มมาทำให้ผลผลิตผักมีมากขึ้นและราคาเริ่มอ่อนตัวลง อาทิ มะนาว ผลผลิตเข้าสู่ตลาดกลาง 80 ตันต่อวัน เพิ่มจาก 40-50 ตัน/วัน ผักชี ผลผลิตเข้าสู่ตลาด 130 ตันต่อวัน

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image