หอการค้าย้ำ ‘ท่องเที่ยว’ เป็นเครื่องจักรสำคัญดันศก.ไทยปี 66 ปั้นรายได้ 2.38 ลลบ.สบายๆ
เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน งานสัมมนาและเสวนา “ข้อคิดเห็นจากภาคธุรกิจต่อรัฐบาล ขับเคลื่อนการท่องเที่ยวและบริการอย่างไรให้มั่นคงและยั่งยืน” ในวาระครบรอบ 60 ปี แห่งการสถาปนามหาวิทยาลัยหอการค้าไทย โดยความร่วมมือของคณะการท่องเที่ยวและอุตสาหกรรมบริการ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย คณะการจัดการการท่องเที่ยว สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) สมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก ประจำประเทศไทย และภาคีเครือข่ายการท่องเที่ยว
นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ เปิดเผยว่า ภาพรวมเศรษฐกิจ ปี 2566 ยังผันผวนสูง ฟื้นตัวได้ แต่เป็นการฟื้นแบบไม่สนุกสนาน มีความเสี่ยงปกคลุมอยู่เต็มไปหมด รวมถึงมีการชะลอตัวอยู่ แม้ยังสามารถโตบวกได้บ้าง โดยหลังจากการระบาดโควิด-19 คลายตัวลง เศรษฐกิจจะต้องเติบโตได้ มีความมั่นคง และมีการกระจายรายได้ ซึ่งภาคการท่องเที่ยวไทยสามารถตอบโจทย์ทั้งหมดนี้ เพราะช่วยให้เศรษฐกิจฟื้นตัว เกิดการจ้างงาน ดึงเงินตราต่างประเทศ ไทยมีทุนสำรองเงินตรา รวมถึงการท่องเที่ยวกระจายไปตามภูมิภาคต่างๆ สามารถช่วยลดความเหลื่อมล้ำในสังคมได้ ท่องเที่ยวจึงถือเป็นเครื่องจักรเศรษฐกิจที่มีความสำคัญมาก
หอการค้าเชื่อว่าเศรษฐกิจไทยจะโตอยู่ที่ 3.6% และมองว่าภาคการท่องเที่ยวจะเป็นตัวช่วยฟื้นเศรษฐกิจไทย เนื่องจากผลผลิตทางการเกษตรดีขึ้น รายได้เกษตรฟื้นตัว ทำให้มิติการท่องเที่ยวในประเทศก็น่าจะโดดเด่นมากขึ้น บวกกับการเข้ามาของนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยมีนักท่องเที่ยวอินเดีย จีน และมาเลเซีย เป็นนักท่องเที่ยวอันดับแรกๆ ที่เข้ามาเที่ยวไทย ซึ่งจากข้อมูลพบว่า เศรษฐกิจในประเทศเหล่านี้มีภาพของการฟื้นตัวมากที่สุด ทำให้การท่องเที่ยวฟื้นตัวได้แน่นอน
การดึงรายได้ท่องเที่ยวไทยกลับคืนมาที่ 2.38 ล้านล้านบาท ตามที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ตั้งเป้าหมายไว้ เชื่อว่าทำได้อย่างสบาย และเกิดขึ้นได้อย่างแน่นอน
จากตัวเลขสรุปท่องเที่ยว 5 เดือนแรกของปี ที่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาเที่ยวไทย สะสมแล้ว 10,568,485 คน สร้างรายได้แบ่งเป็นคนไทย 9.59 แสนล้านบาท ต่างชาติ 5.8 แสนล้านบาทแล้ว โดยหากบรรยายกาศเศรษฐกิจโลกไม่เกิดการสะดุดอะไรขึ้นอีก นักท่องเที่ยวต่างชาติ 25-30 ล้านคน มีโอกาสเกิดขึ้นได้สูงมาก
ประเมินว่าเศรษฐกิจโลกจะค่อยๆ ฟื้นตัวดีขึ้น โดยเฉพาะในไตรมาส 4/2566 ทำให้ภาคการท่องเที่ยวทยอยฟื้นตัวตาม เพราะนักท่องเที่ยวไม่ได้ชะลอการเดินทางเพื่อรอดูนโยบายรัฐบาลใหม่ หรือให้ความสนใจว่าไทยจะได้ใครเป็นนายกรัฐมนตรี แต่สนใจในประเด็นการเมืองนอกสภา หรือการชุมนุมประท้วงเท่านั้น ทำให้ไตรมาส 4 นี้ จำนวนนักท่องเที่ยวเข้ามา 10 ล้านคนน่าจะทำได้ หากเราทำและทุกอย่างเอื้ออำนวยเพียงพอ หรือการเฉลี่ยเข้ามา 2.5 ล้านคนต่อเดือนน่าจะทำได้
“ภาคการท่องเที่ยวไทยถือเป็นหัวรถจักรสำคัญในการฟื้นเศรษฐกิจของไทย ไม่ว่าพรรคการเมืองใดจะทำนโยบายอย่างไร หอการค้าจะรวบรวมข้อมูลเพื่อประโยชน์ของคนไทยทั้งประเทศ ซึ่งพรรคการเมืองจะต้องตอบโจทย์สุดท้ายคือ การทำประโยชน์ให้แผ่นดิน วันนี้มองว่าเป็นจุดที่ทุกคนเห็นพ้องต้องกันว่า ประเทศไทยต้องเปลี่ยนแปลง ซึ่งการแสดงออกทางโลกออนไลน์ก็แสดงออกในทิศทางเดียวกันอย่างเอิกเกริก โดยจากนี้หอการค้าจะนำสมุดปกขาวเสนอให้นายกฯ ใหม่ทันทีที่รับตำแหน่ง” นายธนวรรธน์ กล่าว

