‘รถไฟฟ้าสายสีเหลือง’ จุดพลุค้าปลีก ’ตระกูลดัง’ ทุ่มพลิกโฉมใหม่ห้างในตำนาน!

‘รถไฟฟ้าสายสีเหลือง’ จุดพลุค้าปลีก ’ตระกูลดัง’ ทุ่มพลิกโฉมใหม่ ‘ห้างในตำนาน’

ปฎิเสธไม่ได้ว่าการมาของ “รถไฟฟ้าสายสีเหลือง” ช่วงลาดพร้าว-สำโรง ที่วิ่งเชื่อม 2 จังหวัด จากกรุงเทพฯบริเวณแยกรัชดา-ลาดพร้าว ยิ่งยาวสมุทรปราการ ด้วยระยะทาง 30.4 กิโลเมตร จำนวน 23 สถานี ได้กลายเป็นแม่เหล็กใหม่จุดพลุให้ศูนย์การค้าเก่าแก่ตลอดแนว ลุกขึ้นมาพลิกโฉมครั้งใหญ่

“มติชนออนไลน์” พาสำรวจความเคลื่อนไหวศูนย์การค้าดัง ที่กำลังโหมปรุงโฉมใหม่ให้ไฉไล และนับถอยหลังอวดโฉมใหม่ตั้งแต่ปลายปี 2566 เป็นต้นไป

เริ่มจาก ศูนย์การค้าอิมพีเรียลลาดพร้าว  ของ กลุ่มกิจเลิศไพโรจน์ ได้ทุ่มเม็ดเงินกว่า 500 ล้านบาท ยกเครื่องใหญ่ในรอบ 30 ปี ทั้งภายในและภายนอก รับสถานีลาดพร้าว 83 ในอนาคตมีแผนจะสร้างสกายวอล์กเชื่อมกับสถานีด้วย

Advertisement

“สงคราม กิจเลิศไพโรจน์” กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท อิมพีเรียล พลาซ่า จำกัด กล่าวว่า ขณะนี้ทยอยปิดรีโนเวตพื้นที่แต่ละชั้น เริ่มจากชั้นใต้ดินก่อน จากนั้นไล่ไปชั้น 1 ชั้น 2และชั้น 3 คาดว่าจะใช้เวลาในการปรับปรุงประมาณ 2-3 ปีหรือแล้วเสร็จทั้งศูนย์ฯในปี 2568 ซึ่งผู้เช่าพื้นที่รายใหญ่ยังคงเป็นบิ๊กซีซูเปอร์เซ็นเตอร์และได้ต่อสัญญาเช่าแล้ว

ส่วน ศูนย์การค้าอิมพีเรียล เวิลด์ สำโรง ได้ปรับปรุงอยู่เรื่อยๆ รวมถึงได้ซื้อที่ดินด้านหลังอีก 31 ไร่ วงเงิน 5,500 ล้านบาท รวมพื้นที่เดิมที่เปลี่ยนจากเช่าเป็นซื้อจากเจ้าของ รวมเป็นทั้งหมด 68 ไร่ มีแผนจะพัฒนาเป็นโครงการมิกซ์ยูสในอนาคต

สถานีบางกะปิ

มุ่งหน้าไปต่อที่ “สถานีบางกะปิ” ซึ่งมีศูนย์การค้ายักษ์และโมเดิร์นเทรดแบรนด์ใหญ่ใต้ปีกตระกูลดัง ที่ปักหมุดในรัศมีโดยรอบ

ไม่ว่า “แม็คโคร-เทสโก้โลตัส” ของ ตระกูลเจียรวนนท์ “มินิบิ๊กซี-ตะวันนามาร์เก็ต-พันธุ์ทิพย์พลาซ่า” ของตระกูลสิริวัฒภักดี และ “เดอะมอลล์บางกะปิ” ของ ตระกูลอัมพุช ยังไม่รวมห้าง “น้อมจิตต์และแฮปปี้แลนด์” ที่อยู่คู่ย่านนี้มาหลายทศวรรษ

ไล่เรียงแผนพลิกโฉมห้างดังโซนนี้ เริ่มลุยแล้ว “กลุ่มเดอะมอลล์” ทุ่มเม็ดเงินร่วม 1 หมื่นล้านบาท ปรับโฉมครั้งใหญ่ พร้อมรีแบรนด์ใหม่จาก “เดอะมอลล์บางกะปิ” เป็น “เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์” ด้วยพื้นที่ 350,000 ตารางเมตร พร้อมเปิดบริการโฉมใหม่ในเดือนธันวาคม 2566 นี้

ไม่เพียงเท่านั้น “กลุ่มเดอะมอลล์” ยังจับมือกับ “ตะวันนามาร์เก็ต-แม็คโคร” ห้างใกล้เคียง ซึ่งมีเนื้อที่รวมกันกว่า 50 ไร่ ยกระดับการพัฒนาพื้นที่สร้างย่านการค้า รองรับชุมชนที่อยู่โดยรอบ มีประชากรกว่า 2 ล้านคน และที่พักอาศัยมากกว่า 1.2 ล้านยูนิต

ขณะที่ “วัลลภา ไตรโสรัส” แม่ทัพใหญ่ บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) หรือ AWC
ได้ตอบรับพร้อมกับประกาศแผนเตรียมทุ่มเงินก้อนโต พลิกโฉม”ตะวันนามาร์เก็ต”เป็นโปรเจ็กต์มิกซ์ยูสขนาดใหญ่ ประกอบด้วย ศูนย์การค้า โรงแรม สำนักงาน รวมถึงจะทำทางเชื่อมตั้งแต่เดอะมอลล์ ตะวันนา แม็คโคร และที่ดินอีกแปลงปัจจุบันเป็นมินิบิ๊กซี ให้เป็นย่านช้อปปิ้ง

“เราจะสร้างเป็นอาคารขนาดใหญ่สูง 6-8 ชั้นและมีทาวเวอร์ด้วย มีศูนย์การค้า โรงแรม สำนักงาน รับรถไฟฟ้าสายสีเหลือง คาดอีก 2 ปีจะเริ่มพัฒนา เพราะต้องขออนุมัติการก่อสร้างโครงการ” วัลลภาย้ำหมุด พร้อมขยายความเพิ่มว่า

“คุยกับพี่แอ๊ว (ศุภลักษณ์ อัมพุช) จะร่วมกันพัฒนาย่านนี้ เพราะที่เราติดกัน จะทำสะพานเชื่อมกัน เพื่อเพิ่มประสบการณ์ใหม่ให้ลูกค้า โมเดลไหนที่เดอะมอลล์บางกะปิยังไม่ได้เติม เราจะมาวางร่วมกัน กำลังเตรียมแผนว่าจะเชื่อมกัน ซึ่งตรงนี้จะไล่มาตั้งแต่เดอะมอลล์ ตะวันนาของAWC แม็คโคร(กลุ่มซีพี)และที่ของAWC อีกแปลง ซึ่งปัจจุบันเป็นมินิบิ๊กซี ตั้งเป้าจะพัฒนาย่านบางกะปิให้เป็นย่านช้อปปิ้งเต็มรูปแบบ”

ไปต่อที่ “พันธุ์ทิพย์ พลาซ่า บางกะปิ” โปรเจ็กต์มิกซ์ยูสมีทั้งศูนย์การค้าไอทีในตำนานและโรงแรม แม้จะไม่ใช่พอร์ตในAWC เหมือนพันธุ์ทิพย์พลาซ่าสาขาประตูน้ำ(ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็นเออีซี ฟู้ดโฮเซล ประตูน้ำ)สาขางามวงศ์วานและสาขาเชียงใหม่ แต่ก็เป็นพอร์ตใต้ปีกของเจ้าสัวเจริญนั่นเอง

วันนี้ “พันธุ์ทิพย์ พลาซ่า บางกะปิ” ยังไม่มีแผนจะรีโนเวตครั้งใหญ่ แต่คาดว่าอีกไม่นานคงลุกขึ้นมาพลิกโฉมเหมือนศูนย์การค้าอื่นๆที่อยู่ในละแวกเดียวกัน หลังพฤติกรรมลูกค้าเปลี่ยนไปตามกาลเวลาและยุคสมัย

ปัจจุบัน “ศูนย์การค้า” มีอัตราการเช่าพื้นที่กว่า 80% โดยพื้นที่ศูนย์การค้ามี 5 ชั้น ไม่รวมชั้นบี2 ลาดจอดรถ และชั้นบี1 ร้านนวดแผนไทย ส่วนชั้น 2 เป็นร้านอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ และสำนักงานจัดหางาน ชั้น3 เป็นพื้นที่สต็อกและพระเครื่อง ชั้น4 ศูนย์อาหาร ศูนย์พระ และไอทีบางส่วน ชั้น 5 สำนักงานประกันสังคม และตั้งแต่ชั้น 6-17 เป็นส่วนของโรงแรม มีจำนวน 218 ห้อง ราคาเริ่มต้น 800-900 บาทต่อคืน รองรับลูกค้าทัวร์จีนเป็นหลัก

สถานีกลันตัน

ปักหมุดกันต่อที่ “สถานีกลันตัน” ตั้งอยู่หน้าศูนย์การค้า”ธัญญา พาร์ค”ธุรกิจของกลุ่มธนิยะ กรุ๊ป หลังเปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี 2555 ยังไม่มีแผนออกมาว่าจะปรับโฉมใหม่หรือไม่

สถานีสวนหลวง9

ขณะที่ “สถานีสวนหลวง9” เป็นอีกสถานีที่มีห้างยักษ์ปักหมุดคึกคัก ทั้ง”ซีคอนสแควร์ ศรีนครินทร์”ของตระกูลซอโสตถิกุล ที่ผนึกกับพันธมิตรทุ่มงบกว่า 3 ล้าน เนรมิต “Sabuy Square” (สบายสแควร์) ป้ายรถเมล์ติดแอร์ พลังงานแสงอาทิตย์ แห่งแรกในประเทศไทย ด้านหน้าศูนย์การค้า มาพร้อมติดตั้งสิ่งอำนวยความสะดวกอย่างครบครัน

อาทิ บริการ Free Wi-Fi, ที่เสียบ USB สำหรับชาร์จแบตโทรศัพท์มือถือ, ตู้กดน้ำดื่มสาธารณะ, กล้อง CCTV เชื่อมต่อระบบไปยังศูนย์บริหารจัดการ, ระบบสัญญาณเตือนฉุกเฉิน (Panic Button), พร้อมจอแสดงสายรถเมล์ที่กำลังจะมาถึง ล่าสุดแว่วๆมีแผนจะพลิกโฉมอีกครั้งรับสายสีเหลืองเช่นกัน

ส่วน “พาราไดซ์ พาร์ค ศรีนครินทร์” ของกลุ่มเอ็มบีเคที่อยู่ถัดไป อยู่ระหว่างปรับปรุงโฉมครั้งใหญ่ในรอบ 13 ปี ด้วยเม็ดเงิน 1,000 ล้านบาท รองรับไลฟ์สไตล์ของคนทุกวัย ภายใต้คอนเซ็ปต์ Shopping Center with Health & Wellness

นอกจากปรับพื้นที่ภายในและภายนอกให้ทันสมัยแล้ว ยังผนึกกับโรงพยาบาลรามาธิบดี เหมาพื้นที่ชั้น 3 เปิดศูนย์ดูแลสุขภาพครบวงจร พร้อมเปิดอวดโฉมใหม่วันที่ 1 ตุลาคม 2566 นี้

ไม่เพียงเท่านั้น ยังเตรียมเนรมิตอาคารที่อยู่ด้านข้าง มีพื้นที่ 6,000 ตารางเมตร นำพื้นที่ชั้น 1 ทำเป็นศูนย์รวมของร้านบุฟเฟ่ต์แบรนด์ดัง ไม่ว่าร้านปิ้งย่าง ซาบู หรืออาหารญี่ปุ่น

นายสมพล ตรีภพนารถ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารธุรกิจศูนย์การค้า บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า นอกจากปรับโฉมพาราไดซ์ พาร์คแล้ว ยังได้เพิ่มพื้นที่ในส่วนของร้านอาหารมากขึ้น โดยนำพื้นที่อาคารที่ไม่ใช้งานอยู่ใกล้กัน ติดกับตลาดนัดรถไฟ มาทำเป็นศูนย์รวมของร้านบุฟเฟ่ต์ ขณะนี้มีคอนเฟิร์มแล้ว คือ นักล่าหมูกระทะกับร้านชินคันเซน ซูชิ ยังมีร้านสุกี้ดังอีก หากได้รับการตอบรับจากลูกค้าเป็นอย่างดี จะเปิดชั้น 2 ต่อไป

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image