“กสชท.”ขานรับคำสั่งคสช.ขยายค่างวดทีวีดิจิตอล-ชี้เอกชนจะเลือกจ่ายแบบเดิมหรือแบบใหม่ก็ได้

21.12.16 | 17:17 น.

นายฐากร ตันฑสิทธิ์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กล่าวถึงกรณีคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ออกคำสั่งตามมาตรา 44 เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม เกี่ยวกับมาตรการส่งเสริมการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคม เพื่อขยายระยะเวลาชำระงวดเงินของผู้ประกอบการทีวีดิจิตอล ว่า การที่ คสช.ออกคำสั่งให้ขยายระยะเวลาการชำระเงินงวดที่เหลืออีก 3 งวด ออกเป็น 6 งวด นั้นไม่ได้หมายความว่าผู้ประกอบการทีวีดิจิตอลจะต้องเลือกแนวทางตามคำสั่งของ คสช. แต่สามารถเลือกชำระแบบเดิมก็ได้ โดยหากผู้ประกอบการรายใดเลือกแนวทางตามที่ คสช.ประกาศนั้นจะต้องมายื่นเรื่องกับ กสทช. ภายใน 30 วัน นับแต่มีประกาศคำสั่ง คือวันที่ 20 ธันวาคม 2559 โดยใช้อัตราดอกเบี้ยนโยบายของ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่ 1.5% และอัตราดอกเบี้ยที่ใช้ในการชำระปีต่อไปก็ขึ้นกับประกาศ ธปท. เพื่อรักษาคุ้มครองผลประโยชน์ของรัฐเป็นหลัก อย่างไรก็ตามการขยายงวดชำระเงิน จะไม่ครอบคลุมผู้ถูกตัดสิทธิ์รับใบอนุญาตไปแล้ว คือ ไทยทีวี ไม่ได้รับการคุ้มครอง

นายฐากร กล่าวว่า นอกจากนี้มีคำสั่งให้ กสทช. และคณะกรรมการบริหารกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมเพื่อประโยชน์สาธารณะ(กทปส.) สนับสนุนค่าใช้จ่ายในการส่งสัญญาณโทรทัศน์ที่ให้บริการเป็นการทั่วไปผ่านดาวเทียมนั้น เดิมผู้ประกอบการทีวีดิจิตอลที่นำสัญญาณในระบบภาคพื้นดินไปขึ้นระบบของดาวเทียมจะต้องเป็นผู้ชำระอัตราค่าเช่าดาวเทียมเอง แต่ขณะนี้มีประกาศ คสช. ให้ กสทช. และ กทปส. เป็นผู้ชำระแทน มีกำหนดระยะเวลาดำเนินการ 3 ปี สำหรับเรื่องนี้เป็นเรื่องไม่เหนือความคาดหมาย เพราะ กสทช. ก็อยู่ระหว่างดำเนินการตามขั้นตอนนี้อยู่แล้ว ในการประชุมบอร์ด กสทช. ครั้งก่อนก็อนุมัติในหลักการ แต่ระหว่างนี้อยู่ระหว่างศึกษาปัญหาข้อกฎหมายว่าดำเนินการได้หรือไม่ เมื่อมีประกาศนี้ก็ทำให้เกิดความชัดเจน ซึ่งจะครอบคลุมทั้งทีวีดิจิตอลในระบบธุรกิจและระบบสาธารณะด้วย

“กรอบวงเงินช่วยเหลือค่านำสัญญาณขึ้นระบบดาวเทียมของผู้ประกอบการทีวีดิจิตอล ทางหัวหน้า คสช. ได้เน้นย้ำว่า การจ่ายเงินให้คำนึงการใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพ ประหยัด และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศชาติและประชาชน ดังนั้นหน้าที่เราสอดคล้องกัน การเจรจาชำระค่านำสัญญาณขึ้นระบบดาวเทียม ซึ่งเดิมกำหนดไว้ทีวีดิจิตอลทั้ง 26 ช่องจ่ายรวมกันอยู่ 800 ล้านบาทต่อปี วันนี้หาก กสทช.เป็นคนจ่ายรายเดียว ก็จะมีอำนาจต่อรองกับผู้ประกอบการทางด้านดาวเทียมมากขึ้น อาจจะต่อรองราคาได้ถูกลง แต่ประสิทธิภาพในการนำภาพออกอากาศยังเท่าเดิม โดยผู้ที่เสนอราคาในการนำช่องสัญญาณต่างๆ ของทีวีดิจิตอลไปขึ้น เสนอราคาถูกที่สุดก็จะเป็นผู้ชนะการดำเนินการในเรื่องนี้”นายฐากรกล่าว

นายฐากร กล่าวถึงประกาศ คสช. ที่กำหนดให้คลื่นความถี่วิทยุของหน่วยงานด้านความมั่นคง หน่วยงานรัฐ ให้ส่งคืน กสทช.ภายในเดือนเมษายน 2560 เพื่อพิจารณาจัดสรรใหม่ ซึ่ง คสช.ได้ขยายระยะเวลาแผนแม่บทการบริหารคลื่นความถี่ปี 2555 ออกไปอีก 5 ปี นั้น ว่า ตามประกาศนี้เข้าใจว่าเป็นข้อห่วงใยของหัวหน้า คสช. ทุกประเด็นต่างๆ ที่จะต้องเปลี่ยนผ่านทำให้ราบเรียบมากขึ้น หากก้าวกระโดดเร็วไป การทำธุรกิจอาจจะเหมือนกับทีวีดิจิตอลที่ คสช. ต้องเข้ามาช่วยเหลือในขณะนี้