ธอส. ตั้งเป้าเป็นธนาคารเพื่อความยั่งยืนภายใน ปี 70 เร่งปล่อยสินเชื่อเพื่อความยั่งยืนในปีนี้กว่า 1 หมื่นล้านบาท
นายพชร อนันตศิลป์ ประธานคณะกรรมการธนาคารอาคารสงเคราะห์(ธอส.) เปิดเผยว่า ในปี 2566-2570 ธอส.ได้เดินหน้าสู่การเป็นธนาคารเพื่อความยั่งยืน (the best housing & Sustainable bank) ซึ่งแนวทางการปล่อยสินเชื่อและการระดมเงินฝากจะต้องสอดคล้องกับเป้าหมายดังกล่าว หรือ หมายถึง การดำเนินการที่ครบวงจร ซึ่งในส่วนของการปล่อยสินเชื่อนั้น จะให้น้ำหนักไปยังการปล่อยสินเชื่อเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ส่วนการระดมเงินฝากนั้น ส่วนหนึ่งก็จะเป็นในทิศทางเดียวกัน
“ในส่วนการปล่อยสินเชื่อที่จะสอดคล้องกับทิศทางดังกล่าว ธนาคารจะเน้นปล่อยสินเชื่อให้แก่ผู้ประกอบการที่ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม เช่น สินเชื่อโซล่าเซลล์ สินเชื่อเพื่อลดการปล่อยก๊าซคาร์บอน เป็นต้น ซึ่งเราจะจูงใจด้วยอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำเมื่อเทียบกับสินเชื่อประเภทอื่น”นายพชร กล่าว
ที่ผ่านมา ธนาคารเริ่มทำการระดมเงินทุนแก่นักลงทุน โดยออก ตราสารหนี้เพื่อส่งเสริมความยั่งยืน เพื่อระดมทุนเพื่อนำไปพัฒนาและส่งเสริมความยั่งยืน โดยมีทั้งองค์ประกอบทั้ง หรือตราสารหนี้สีเขียว จะระดมทุนเพื่อใช้ในโครงการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม หรือ ส่งเสริมการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม เช่น โครงการพลังงานทางเลือก การบำบัดน้ำเสีย การคมนาคมสะอาด และตราสารหนี้เพื่อสังคม ระดมทุนเพื่อนำไปพัฒนาสังคมและคุณภาพชีวิตของคนในชุมชน เช่น การให้บริการสาธารณสุข ส่งเสริมการศึกษา จัดหาอาชีพ การสร้างที่อยู่อาศัยเพื่อผู้มีรายได้น้อย เป็นต้น
ธอส.ได้ให้ธนาคารพัฒนาเอเชียหรือเอดีบีมาเป็นที่ปรึกษาทางเทคนิคในการระดมเงินทุนและปล่อยสินเชื่อเพื่อความยั่งยืนดังกล่าว เพราะการระดมทุนในลักษณะดังกล่าวนั้น จะต้องมีการรายงานผลของการนำเงินที่ระดมไปใช้ตามวัตถุประสงค์ที่ถูกต้องต่อนักลงทุน และ รวมถึง การรายงานผลการดำเนินงานต่างๆให้ทางสำนักงานคณะกรรการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์รับทราบด้วย
ปี 2565 ธอส.ออกพันธบัตรเพื่อความยั่งยืนวงเงิน 8.5 พันล้านบาท ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากนักลงทุน ทำให้มียอดจองมากกว่าเป้าหมายถึง 1.7 เท่า สะท้อนถึงความสนใจของนักลงทุนที่ตอบรับพันธบัตรเพื่อความยั่งยืนดังกล่าว โดยการระดมทุนของธอส.ได้นำไปใช้ในโครงการเพื่อสังคม เช่น โครงการสินเชื่อบ้านธอส.เพื่อคุณปี 2565 และ โครงการเพื่อสิ่งแวดล้อม ได้แก่ โครงการสินเชื่อบ้านอยู่เย็นเป็นสุขปี 2566 และในปีนี้ ธอส.มีแผนระดมทุนผ่านพันธบัตรดังกล่าววงเงินไม่เกิน 1.5 หมื่นล้านบาท เพื่อปล่อยสินเชื่อให้กับลูกค้าที่ปลูกสร้างหรือซื้อบ้านประหยัดพลังงานและรักษ์สิ่งแวดล้อม
“ในปี 2566 นี้ธอส.มีสินเชื่อเพื่อรองรับความยั่งยืนหรือเพื่อสิ่งแวดล้อมอยู่ 2 โครงการ คือ สินเชื่อบ้านอยู่เย็นเป็นสุข สำหรับซื้อหรือปลูกสร้างบ้านที่มีระบบพลังงานทดแทน อัตราดอกเบี้ยปีที่หนึ่งเพียง 2.65% กรอบวงเงินรวม 1 หมื่นล้านบาท และ โครงการสินเชื่อเพื่ออาคารคาร์บอนต่ำ สำหรับผู้ประกอบการในการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยประหยัดพลังงานที่ใช้วัสดุก่อสร้างที่ใช้เครื่องหมายรับรองฉลากลดโลกร้อน หรือ เลือกใช้วัสดุที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม อัตราดอกเบี้ยปีที่หนึ่งถึงสองเท่ากับ MLR-3.76% หรือ เท่ากับ 2.74% ต่อปี กรอบวงเงินรวม 1 พันล้านบาท”นายพชรทิ้งท้าย

