เอสเอ็มอี ชี้ค่าแรง 450 ไม่ควรปรับขึ้นทันที ปลื้ม ‘พิธา’ รับปากสานต่อ 5 ข้อเสนอ
เมื่อวันที่ 13 มิถุนายน นายแสงชัย ธีรกุลวาณิช ประธานสมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย กล่าวภายหลังการประชุมร่วมกับ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกลและทีมเศรษฐกิจพรรคก้าวไกล ว่า นายพิธา รับปากที่จะตั้งสภาผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) และนโยบายหวยใบเสร็จ หลังจากที่ สมาพันธ์เอสเอ็มอี ได้เสนอนโยบายเพื่อช่วยเหลือและแก้ปัญหาผู้ประกอบการรายย่อยที่เป็นเอสเอ็มอี ผ่าน 5 มาตรการเร่งด่วน คือ 1.มาตรการปลุกเศรษฐกิจฐานราก กระจายรายได้สู่ท้องถิ่น 2.มาตรการแก้ไขปัญหาต้นทุนเอสเอ็มอี และค่าครองชีพประชาชน โดยโฟกัสเรื่องการปฏิรูปโครงสร้างพลังงาน

3.การส่งเสริมให้เกิดกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาให้เอสเอ็มอี เข้าถึงแหล่งทุนต้นทุนต่ำ และฟื้นฟูหนี้เสีย สร้างแต้มต่อดอกเบี้ยต่ำ 4.มาตรการยกระดับขีดความสามารถเอสเอ็มอีและภาคแรงงาน บ่มเพาะ นวัตกรรม และ 5.มาตรการแก้ไขกฎหมาย กฎระเบียบที่เป็นอุปสรรคของ เอสเอ็มอี

นายแสงชัย กล่าวอีกว่า สำหรับนโยบายการปรับค่าแรงขั้นต่ำเป็น 450 บาท ไม่ควรปรับขึ้นทันทีและยังมองว่าเป็นการแก้ปัญหาที่อาจจะไม่ตรงจุด เพราะยังมีแรงงานนอกระบบ และแรงงานรายวันให้มีรายได้เพิ่ม โดยใช้มาตรการคนละครึ่ง ในเฉพาะกลุ่มแรงงานคนไทยรายวัน เพื่อลดผลกระทบของผู้ประกอบการเอสเอ็มอี และแรงงานเอง รวมทั้งการใช้ไตรภาคี มาพิจารณาปรับขึ้นค่าแรงตามความเหมาะสม และการให้ความเป็นธรรมในเรื่องราคาต้นทุนสินค้า ก๊าซหุงต้ม นอกจากนี้ มาตรการฟื้นเอสเอ็มอีจากวิกฤตโควิด ซึ่งเป็นกลุ่มที่เปราะบางมาก ถ้าหากมีการขึ้นค่าแรง ดังนั้นควรมีมาตรการสำหรับกลุ่มนี้โดยเฉพาะเพื่อลดผลกระทบ

นายแสงชัย กล่าวว่า มาตรการสร้างงานสร้างเศรษฐกิจชาติ โดยการสร้างแพลตฟอร์มเพื่อจับคู่แรงงานกับผู้ประกอบการ ช่วยทำให้การหางาน และการจ้างงานเป็นธรรมมากขึ้น และช่วยผลักดันให้ผู้ประกอบการและแรงงานเข้ามาอยู่ในระบบ และได้รับสวัสดิการที่ดีได้

“ส่วนเรื่องสุญญากาศทางการเมืองนั้น ทางสมาพันธ์ก็ได้หารือในประเด็นนี้ ซึ่งสมาพันธ์มั่นใจว่า สมาพันธ์สนับสนุนประชาธิปไตย คิดว่าการตั้งรัฐบาลว่าเป็นไปตามกลไกรัฐสภา เชื่อว่าจะเป็นไปอย่างเที่ยงธรรมและโปร่งใส และคิดว่าความเชื่อของเศรษฐกิจไทยนั้นมีอยู่สูง ที่ผ่านมาก็เผชิญปัญหาและอุปสรรคมามากพอแล้ว และคิดว่าการเปลี่ยนแปลงที่เป็นประชามติของคนไทยทั้งประเทศ สมาพันธ์ก็เคารพเสียง และให้การสนับสนุนไม่ว่าพรรคการเมืองใดจะมาเป็นรัฐบาล ก็ขอให้อยู่ในระบอบประชาธิปไตย” นายแสงชัย กล่าว

ด้านนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล กล่าวว่า หลังจากที่ตนและทีมเศรษฐกิจของพรรคก้าวไกล ได้ใช้เวลาในการประชุมกับทางสมาพันธ์ฯ ตั้งแต่ช่วงเช้าและบ่าย ซึ่งข้อสรุปร่วมกันว่า หลังจากที่จัดตั้งรัฐบาลได้แล้วนั้น ตนจะเดินหน้าในการตั้ง สภาเอสเอ็มอี เพื่อให้มีโอกาสเข้าประชุมมีสถานะเหมือน สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) และสภาหอการค้าไทย ซึ่งจะได้มีแต้มต่อในการต่อรองเรื่องต่างๆ โดยต้องเพิ่มรายได้ ลดรายจ่าย ขยายโอกาส นอกจากนี้ ยังพร้อมที่จะทำเรื่องของนโยบายหวยใบเสร็จ หรือหวยเอสเอ็มอี ด้วยเช่นกัน


