‘อธิบดีกรมศุลฯ’ ปัด ตื่นตัวช้าปมอายัดตู้หมูเถื่อน ยัน สั่งทำลายก่อน ‘วิโรจน์ ก้าวไกล’ โพสต์ถาม ส่วนค่าไฟตู้เเช่ ผู้นำเข้าต้องจ่ายเอง เหตุ ไม่มาสำแดงพิธีการศุลกากร พร้อมระบุ สำนวนคดีอยู่ระหว่างการดำเนินการของตำรวจสอบสวนกลาง ชี้ หาก จนท.เอี่ยว โยน บช.ก. เป็นผู้คาดโทษ
เมื่อเวลา 10.55 น. วันที่ 15 มิถุนายน ที่ สโมสรตำรวจ ถ.วิภาวดีรังสิต กรุงเทพฯ นายพชร อนันตศิลป์ อธิบดีกรมศุลกากร เปิดเผยรายละเอียดถึงกรณีที่นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ว่าที่ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ทวิตเตอร์ตั้งคำถามเกี่ยวกับกรณีการลักลอบนำเข้าเนื้อหมูเถื่อน 161 ตู้ สรุปใจความว่า “การลักลอบนำเข้าเนื้อหมูเถื่อน สร้างความเสียหายให้กับเกษตรกรอย่างมาก ซ้ำร้ายยังเสี่ยงต่อการเกิดโรคระบาด ที่กระทบกับประชาชนทั้งประเทศถ้ายังปล่อยปละละเลย แล้วเกิดโรคระบาดขึ้น ก็ต้องมีคนรับผิดชอบ” นอกจากนี้ ยังโพสต์ข้อความต่อว่า เนื้อหมูเถื่อน 161 ตู้ ผ่านมาหลายเดือนแล้ว ก็ยังไม่นำไปทำลาย เอกสารชี้ชัดว่าใครนำเข้า แต่ทำไมคดีไม่มีความคืบหน้านั้นว่า ได้สั่งให้มีการทำลายเนื้อหมูดังกล่าวเรียบร้อยแล้ว ไม่ใช่เพิ่งมีการตื่นตัว เพราะเรามีการเฝ้าระวังมาเป็นปี ไม่อย่างนั้นคงอายัดตู้หมูเถื่อนไม่ได้ ซึ่งจริงๆแล้วมีจำนวนถึง 200 กว่าตู้ และที่สำคัญขอยืนยันว่าไม่มีการปันส่วนใดๆทั้งสิ้น และได้มีการส่งสำนวนทั้งหมดให้ทางกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) ดำเนินการแล้ว ไม่มีการระงับคดีแค่ในชั้นของกรมศุลกากร เราไม่หยุดเพียงแค่ยึดแล้วจบ แต่ส่งดำเนินคดีทั้งหมด เพื่อความสบายใจของทุกฝ่าย ส่วนกรณีมีคำถามกันว่ามีเจ้าหน้าที่ศุลกากรเข้าไปเกี่ยวข้องด้วยหรือไม่ ก็ขอให้ทางตำรวจได้สืบสวนข้อเท็จจริงตรงนี้แทน เพราะเราได้ส่งคดีไปเกือบเดือนแล้ว รวมถึงมีการตั้งคณะทำงานร่วมกันกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มีการจัดประชุมไปแล้ว 2 ครั้ง ทางสมาคมฯได้เห็นข้อเท็จจริงทั้งหมด และเราก็ได้ประสานกับกรมปศุสัตว์ คอยอนุมัติส่งให้มีการทำลายอย่างต่อเนื่องมาตลอด
นายพชรกล่าวอีกว่า ที่ผ่านมา ขอยืนยันว่าเราทำมาก่อนที่นายวิโรจน์จะตั้งคำถาม แต่ปัญหาคือการแถลงข่าว เราจะแถลงเฉพาะเรื่องสำคัญ โดยมีโฆษกกรมศุลกากรเป็นผู้แถลง แต่ถ้าเป็นคดีใหญ่ๆ เช่น จับยาเสพติดมูลค่าหลายพันล้านบาท ตนก็จะร่วมแถลงข่าวด้วย เป็นต้น แต่สินค้าทั่วไปอย่างเรื่องเนื้อหมู เรามีการจับเกือบทุกวัน ดังนั้น จะให้แถลงข่าวทุกวันหรือไม่
นายพชร กล่าวว่า ถ้าตู้ยังไม่มีการทำพิธีการศุลกากรจะไม่สามารถเปิดได้ ต้องให้เขาเข้าระบบ พิธีการศุลกากรก่อน ยกเว้นแต่เป็นเรื่องยาเสพติด อาวุธสงคราม เราจึงจะเปิดตู้ได้ ดังนั้น ในเมื่อผู้นำเข้าไม่ยอมเข้ามาสำแดง ทำพิธีการศุลกากร เราก็ต้องอายัดไว้ ส่วนเรื่องค่าใช้จ่ายไฟฟ้า ก็จะเป็นผู้นำเข้าที่ต้องเสียเงินเอง จากนั้นเมื่อของกลางครบเวลากำหนด ในการสำแดงแล้ว เมื่อตกเป็นของแผ่นดิน เราจึงจะเปิดตู้เองได้ และส่งทำลายต่อไป ส่วนเรื่องการขยายสืบสวนย้อนหลัง เราก็ดำเนินการ ทั้งข้อมูลของชิปปิ้ง มีสายเรืออย่างไร ชิปปิ้งที่กระทำผิด เราก็ถอนใบอนุญาต อะไรก็ตามที่เป็นอำนาจของศุลกากร เราก็ดำเนินการไปเท่าที่ได้ เพราะเราไม่ใช่พนักงานสอบสวน ดังนั้น การขยายผลจึงให้เป็นทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติดำเนินการต่อไป อย่างไรก็ตาม คงไม่มีการเชิญนายวิโรจน์ให้มาทำความเข้าใจ เพราะวานนี้เราได้มีการแถลงข่าวความคืบหน้าไปเรียบร้อยทั้งหมดแล้ว ทั้งนี้ กระบวนการอายัดหมูเถื่อน ต้องเรียนตามตรงว่าที่ผ่านมามีความคืบหน้าดำเนินการมาตลอดไม่ได้หยุด มีการอายัดมาตั้งแต่เกิดเหตุ และที่สำคัญจำนวนตู้หมูเถื่อนขณะนี้ก็ไม่มีเข้ามาอีก นับตั้งแต่กลางปี 2565 จนถึงปัจจุบัน

