‘เงินบาท’ แข็งค่า รับธนาคารกลางยุโรปขึ้นดบ. คาดอยู่ในกรอบ 34.45-34.75 บาท

16.06.23 | 09:59 น.

‘เงินบาท’ ขยับแข็งค่า รับธนาคารกลางยุโรปขึ้นดอกเบี้ย ลุ้นผลประชุม BOJ ดันบาทผันผวน คาดอยู่ในกรอบ 34.45-34.75 บาท 

เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ ที่ระดับ 34.60 บาทต่อดอลลาร์ แข็งค่าขึ้นจากระดับปิดวันก่อนหน้า ที่ระดับ 34.81 บาทต่อดอลลาร์ มองกรอบเงินบาทวันนี้ คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 34.50-34.70 บาท/ดอลลาร์ ในช่วงก่อนรับรู้ผลการประชุมธนาคารญี่ปุ่น (BOJ) และอาจอยู่ในกรอบ 34.45-34.75 บาท/ดอลลาร์ ในช่วงทยอยรับรู้ผลการประชุม BOJ

สำหรับแนวโน้มค่าเงินบาท ในช่วงคืนที่ผ่านมา ค่าเงินบาทเคลื่อนไหวแข็งค่าขึ้นชัดเจน ทดสอบโซน 34.60 บาทต่อดอลลาร์ ตามการรีบาวด์ขึ้นของราคาทองคำและการอ่อนค่าลงต่อเนื่องของเงินดอลลาร์

มองว่าการแข็งค่าของเงินบาทอาจเริ่มชะลอลงได้บ้าง โดยเฉพาะหากธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ย้ำจุดยืนใช้นโยบายการเงินที่ผ่อนคลายต่อเนื่อง กดดันให้เงินเยนญี่ปุ่น (JPY) มีโอกาสอ่อนค่าลงได้บ้าง (หลังจากที่ปรับตัวแข็งค่าขึ้นในช่วงคืนที่ผ่านมาเช่นเดียวกับเงินบาท)

โดยต้องจับตาโซนแนวรับสำคัญของเงินบาทแถว 34.50 บาทต่อดอลลาร์ ว่าเงินบาทจะสามารถแข็งค่าหลุดระดับดังกล่าวได้หรือไม่ ทั้งนี้ บรรดาผู้นำเข้าอาจรอจังหวะเงินบาทแข็งค่าขึ้นในการทยอยเข้าซื้อเงินดอลลาร์ ทำให้การแข็งค่าต่อของเงินบาทอาจเป็นไปอย่างจำกัด

Advertisement

อย่างไรก็ดี เงินบาทอาจแข็งค่าใกล้โซนแนวรับได้ หลังบรรยากาศในตลาดการเงินกลับมาเปิดรับความเสี่ยงมากขึ้น (Risk-On) อีกทั้งในฝั่งตลาดหุ้นจีนและตลาดหุ้นฮ่องกง ก็เริ่มมีทิศทางที่สดใส หลังธนาคารกลางจีน (PBOC) มีมติปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงตามคาด ทำให้เงินบาทก็อาจได้รับอานิสงส์แข็งค่าขึ้น ตามทิศทางสกุลเงินหยวนของจีน รวมถึงหากนักลงทุนต่างชาติทยอยกลับเข้ามาซื้อสินทรัพย์ไทยมากขึ้นได้

นอกจากนี้ ควรจับตาทิศทางราคาทองคำอย่างใกล้ชิด เพราะหากราคาทองคำปรับตัวสูงขึ้นต่อ เราคาดว่าผู้เล่นในตลาดอาจทยอยขายทำกำไรเพิ่มเติม และโฟลว์ธุรกรรมดังกล่าวก็มีส่วนช่วยหนุนการแข็งค่าของเงินบาท

“ช่วงที่ตลาดการเงินยังเผชิญความไม่แน่นอนของการเมืองไทย รวมถึงทิศทางนโยบายการเงินของบรรดาธนาคารกลางหลัก ผู้ประกอบการควรใช้เครื่องมือป้องกันความเสี่ยงที่หลากหลาย อาทิ Option เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน”นายพูน กล่าว

ทั้งนี้ ในฝั่งตลาดค่าเงิน เงินดอลลาร์อ่อนค่าลงชัดเจนเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก โดยเฉพาะเงินยูโร (EUR) หลังธนาคารกลางยุโรป (ECB) มีมติปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายและส่งสัญญาณพร้อมเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยต่อเนื่องเพื่อคุมปัญหาเงินเฟ้อ ทำให้ล่าสุด ดัชนีเงินดอลลาร์ (DXY) ปรับตัวลดลงสู่ระดับ 102 จุด

นายพูน กล่าวว่า สำหรับวันนี้ ไฮไลท์สำคัญจะอยู่ที่ผลการประชุมธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) คาดว่าจะยังคงใช้นโยบายการเงินที่ผ่อนคลายต่อ โดยจะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับ -0.10% และยังคงตรึงบอนด์ยีลด์ 10 ปี ไว้ที่ระดับ 0.00%+/-0.50% จนกว่าจะมั่นใจว่าอัตราเงินเฟ้อจะมีแนวโน้มอยู่ใกล้ระดับ 2% ได้ในระยะยาว แม้ว่าปัจจุบันอัตราเงินเฟ้อจะสูงกว่า 3.5% ก็ตาม แต่ BOJ ยังคงกังวลว่า อัตราการเติบโตของค่าจ้างยังไม่สูงพอที่จะหนุนให้อัตราเงินเฟ้ออยู่ใกล้ระดับ 2% ได้ในระยะยาว

ส่วนในฝั่งยุโรป ผู้เล่นในตลาดจะรอลุ้นรายงานอัตราเงินเฟ้อ CPI ของยูโรโซนในเดือนพฤษภาคม ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อทิศทางนโยบายการเงินของธนาคารกลางยุโรป (ECB) โดยเรามองว่า หากอัตราเงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับสูง ก็จะช่วยหนุนให้ ECB มีโอกาสเดินหน้าขึ้นอัตราดอกเบี้ย (Deposit Facility Rate) จนถึงระดับ 3.75% ได้เป็นอย่างน้อย

และในฝั่งสหรัฐฯ ผู้เล่นในตลาดจะรอจับตาแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐฯ ผ่านรายงานดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคโดยมหาวิทยาลัยมิชิแกน (U of Michigan Consumer Sentiment) ซึ่งในรายงานเดียวกันนี้ ผู้เล่นในตลาดก็จะรอจับตาสัญญาณเกี่ยวกับแนวโน้มอัตราเงินเฟ้อผ่าน คาดการณ์อัตราเงินเฟ้อระยะสั้นและระยะยาว