TikTok ทุ่มงบหนุนเอสเอ็มอีในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เปลี่ยนผ่านไปสู่ธุรกิจออนไลน์และศก.ดิจิทัล
เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน นายโชว โจว ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ TikTok เปิดเผยว่า เตรียมลงทุนครั้งใหม่มูลค่าหลายล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อช่วยเหลือธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMB) กว่า 120,000 ราย ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อเปลี่ยนผ่านไปสู่ธุรกิจออนไลน์และเข้าร่วมในเศรษฐกิจดิจิทัล การลงทุนมูลค่ากว่า 12.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐจะเป็นทุนช่วยเหลือ การฝึกอบรมเสริมทักษะเชิงดิจิทัลและเครดิตโฆษณาสำหรับ SMB รวมถึงธุรกิจรายย่อย (Micro) ในพื้นที่ชนบทและชานเมือง
การลงทุนนี้เกิดขึ้นเนื่องจาก TikTok ได้กลายมาเป็นแพลตฟอร์มที่สร้างประโยชน์มากมายให้กับธุรกิจต่าง ๆ และผู้สร้างคอนเทนต์ จากรายงาน The TikTok Effect: Accelerating Southeast Asia’s Business, Education, and Community Report[2] เผยให้เห็นข้อมูลจากผลสำรวจที่น่าสนใจดังนี้ กลุ่มผู้ประกอบการรายเล็กและรายย่อยสามารถเพิ่มรายได้เกือบ 50% จากการจำหน่ายผลิตภัณฑ์และบริการบน TikTok และเกือบ 4 ใน 5 ของธุรกิจที่ตอบแบบสำรวจ (79%) ได้เปลี่ยนจากช่องทางการขายแบบออฟไลน์ไปเป็นช่องทางการตลาดออนไลน์ผ่านการใช้แพลตฟอร์ม TikTok นอกจากนี้แบบสำรวจยังพบว่ากว่า 80% ของผู้สร้างคอนเทนต์บน TikTok สามารถเพิ่มรายได้มากขึ้นผ่านเครื่องมือบนแพลตฟอร์ม เช่น TikTok LIVE และ การสนับสนุนจากแบรนด์ (Brand Sponsorships)
“ประชากรในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กว่า 325 ล้านคนเข้าใช้ TikTok ทุกเดือน รวมถึงมีการใช้งานจากภาคธุรกิจกว่า 15 ล้านรายในทุกเดือน จึงอยากขยายโอกาสทางเศรษฐกิจ การศึกษา และการสร้างคอมมูนิตี้ในภูมิภาคนี้และทั่วโลกนั้นยิ่งใหญ่มาก จึงมุ่งมั่นที่จะสานต่องานในการช่วยเหลือผู้คน ชุมชนและธุรกิจต่างๆ ให้เติบโตและประสบความสำเร็จ” นายโชว โจว กล่าว
นายโชว โจว กล่าวว่า ในช่วงระยะสามปีนี้โครงการสนับสนุนท้องถิ่น (Support Local Programme) มีเป้าหมายในการเพิ่มขีดความสามารถให้แก่ธุรกิจรายย่อยและขนาดย่อม โดยเฉพาะธุรกิจในพื้นที่ชนบทซึ่งอาจยังไม่มีประสบการณ์ในการทำการตลาดออนไลน์มากนัก จึงได้ร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐและองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรกว่า 25 แห่งทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เพื่อช่วยให้ธุรกิจต่างๆ มีโอกาสเข้าถึงผู้บริโภคยุคดิจิทัลรายใหม่ๆ ผ่านการมอบเงินทุนช่วยเหลือ การฝึกอบรมทักษะด้านดิจิทัล และเครดิตโฆษณา
นอกจากการศึกษาบนแพลตฟอร์มแล้ว TikTok จะยังคงพัฒนาผู้ประกอบการรุ่นต่อไป โดยเฉพาะเยาวชนที่อาจจะไม่มีความเท่าเทียมในการเข้าถึงโอกาสทางเศรษฐกิจ โดยการร่วมมือกับมูลนิธิอาเซียน (ASEAN Foundation) ในโครงการพัฒนาวิสาหกิจเพื่อสังคม (Social Enterprise Development Programme) ซึ่งจะส่งเสริมการเสริมสร้างศักยภาพ การให้คำปรึกษา (Mentorship) การอำนวยความสะดวกในตลาด และการระดมทุนสร้างเมล็ดพันธุ์ (Seed funding) มูลค่าสูงถึง 320,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ ให้แก่วิสาหกิจเพื่อสังคมที่นำโดยเยาวชน 20 แห่งในภูมิภาคนี้ ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ (UN Sustainable Development Goals) ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

