กรมธุรกิจพลังงานเยี่ยมชม BAFS ‘ม.ล.ณัฐสิทธิ์’ ชูแนวทางอุตสาหกรรมการบินยั่งยืนสู่ Net Zero ในปี 2050 มุ่งวิสัยทัศน์ ‘เติมเต็มโลก ด้วยธุรกิจที่ยั่งยืน’
เมื่อวันที่ 13 มิถุนายน ที่บริษัท บริการเชื้อเพลิงการบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BAFS นางพัทธ์ธีรา สายประทุมทิพย์ รองอธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน กล่าวว่า การศึกษาดูงานที่บริษัท บริการเชื้อเพลิงการบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BAFS ครั้งนี้ มีจุดประสงค์เพื่อศึกษาการบริหารจัดการเชื้อเพลิงการบินและระบบการตรวจสอบคุณภาพน้ำมันอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงการคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม ด้วยการนำรถเติมน้ำมันอากาศยานพลังงานไฟฟ้า (EV Hydrant Dispenser) มาใช้เป็นครั้งแรก อีกทั้งยังศึกษาการพัฒนาโครงการผลิตน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานชีวภาพ Sustainable Aviation Fuel (SAF) เพื่อความยั่งยืนในการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงในอนาคต เป็นภารกิจหนึ่งของกรมธุรกิจพลังงาน ตามแผนบริหารจัดการน้ำมันเชื้อเพลิงฉบับล่าสุดในการส่งเสริมธุรกิจใหม่ในอนาคต (new business)

ด้าน ม.ล.ณัฐสิทธิ์ ดิศกุล กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท บริการเชื้อเพลิงการบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) (BAFS) เปิดเผยว่า BAFS GROUP มุ่งมั่นดำเนินกิจการตามแนวทางยั่งยืน โดยคำนึงถึงความสำคัญด้านสิ่งแวดล้อมผ่านการดำเนินธุรกิจ ทั้งด้าน Sustainable Energy Logistic ด้วยคลังน้ำมันอากาศยานที่ได้มาตรฐานระดับสากล มีกระบวนการตรวจสอบคุณภาพ ความปลอดภัย และการบริหารจัดการ เพื่อให้ได้น้ำมันอากาศยานที่มีคุณภาพ รวมถึงการพัฒนาระบบขนส่งน้ำมันทางท่อ ทดแทนการใช้รถขนส่งน้ำมันรูปแบบเดิม ซึ่งช่วยลดอัตราการสูญเสียน้ำมันที่ระเหยระหว่างการขนย้ายและช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากการขนส่งโดยรถยนต์ อันเป็นสาเหตุสำคัญของการเปลี่ยนแปลงสภาพอุณหภูมิ (Climate Change)
ส่วนด้าน Sustainable Energy ซึ่งเป็นแผนงานระยะยาวและมีการศึกษาพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุด BAFS ได้จับมือกับกลุ่มบางจากและกลุ่มมิตรผล เพื่อศึกษาและพัฒนาโครงการผลิตน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานชีวภาพ Sustainable Aviation Fuel (SAF) ที่เป็นโครงการสร้างหน่วยผลิตน้ำมันอากาศยานอย่างยั่งยืนจากน้ำมันที่ใช้แล้ว ไขมันสัตว์ หรือ ส่วนเกินเหลือใช้ในภาคเกษตรกรรม เพื่อช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากอุตสาหกรรมการบิน อันเป็นกลไกสำคัญที่นำไปสู่เป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero 2050)
ทั้งนี้ กรมธุรกิจพลังงานเข้ารับฟังการบรรยายกระบวนการจัดเก็บน้ำมันอากาศยานและการตรวจสอบคุณภาพน้ำมัน ตลอดจนการรับและเก็บสำรองน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานพร้อมทั้งสูบจ่ายน้ำมันไปยังสนามบิน ผ่านระบบ Hydrant Pipeline Network ประสิทธิภาพสูงทำให้น้ำมัน Jet A-1 ถูกควบคุมคุณภาพให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล ก่อนที่จะจ่ายไปยังสนามบิน

รวมถึงการศึกษาโครงข่ายระบบท่อส่งน้ำมันของบริษัท ขนส่งน้ำมันทางท่อ จำกัด (FPT) ซึ่งปัจจุบันได้ขยายการให้บริการสู่ภาคเหนือ ผ่านเส้นทาง บางปะอิน-พิจิตร-ลำปาง โดยคาดการณ์ว่าการขนส่งน้ำมันทางท่อสู่ภาคเหนือแทนการขนส่งทางรถยนต์จะสามารถลดปริมาณการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ได้ถึง 153,000 Ton CO2 ต่อปีหรือเท่ากับการปลูกป่า 56,842 ไร่
นอกจากนี้ BAFS ยังได้สาธิตการใช้รถเติมน้ำมันอากาศยานพลังงานไฟฟ้า (EV Hydrant Dispenser) ซึ่งเป็นรถเติมน้ำมันอากาศยานที่ทำงานด้วยไฟฟ้าทั้งระบบ 100% ผลิตโดยบริษัท บาฟส์ อินเทค จำกัด โดยปัจจุบันให้บริการแล้วที่สนามบินดอนเมือง ได้รับความสนใจจากหลายประเทศในภูมิภาคอาเซียน อาทิ กัมพูชา มาเลเซีย ที่ได้ประสานงานสั่งซื้อเข้ามาเพื่อนำไปให้บริการในสนามบิน อันตอกย้ำถึงแนวทางการดำเนินธุรกิจของ BAFS ที่มุ่งเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ผลักดันสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์



