หน้าแรก เศรษฐกิจ ส.โรงแรมค้าน ...

ส.โรงแรมค้าน ‘กทม.’ เก็บค่าบำบัดน้ำเสีย ย้ำต้นทุนพุ่งหนักมากแล้ว

19.06.23 | 05:32 น.

ส.โรงแรมค้าน ‘กทม.’ เก็บค่าบำบัดน้ำเสีย ย้ำต้นทุนพุ่งหนักมากแล้ว

นางมาริสา สุโกศล หนุนภักดี นายกสมาคมโรงแรมไทย (ทีเอชเอ) เปิดเผยว่า จากกรณีกรุงเทพมหานคร (กทม.) เตรียมเก็บค่าบำบัดน้ำเสียจากสถานประกอบการประเภท 3 โรงงานและโรงแรม ในกลุ่มที่ใช้น้ำเกิน 2 พันลูกบาศก์เมตรต่อเดือน คูณค่าธรรมเนียม 8 บาทต่อลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็นการเก็บค่าน้ำเสีย 80% ของน้ำที่ใช้ทั้งหมดต่อเดือน เพื่อลดภาระการบำบัดน้ำเสียเองของผู้ประกอบการและเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งบประมาณ ซึ่งคาดว่าจะเริ่มบังคับใช้ได้ในปลายปี 2566 นั้น มองว่าไม่อยากให้เก็บภายในปี 2566 เพราะธุรกิจโรงแรมเพิ่งเริ่มฟื้นตัวขึ้นมา จากที่ได้รับผลกระทบการระบาดโควิด-19 มากว่า 3 ปี

นางมาริสา กล่าวว่า ปัจจุบันธุรกิจโรงแรมยังได้รับผลกระทบในส่วนของต้นทุนการดำเนินธุรกิจที่เพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งค่าจ้างแรงงาน ค่าไฟฟ้า ค่าแก๊ส อัตราดอกเบี้ย โดยเฉพาะภาษีที่ดิน ซึ่งเพิ่มขึ้นมาไล่เรี่ยกันทั้งหมด และอย่างที่บอกว่าธุรกิจเพิ่งจะกลับมาฟื้นตัวได้เมื่อไม่นานมานี้ รวมถึงธุรกิจโรงแรมก็มีศักยภาพที่แตกต่างกัน มีระดับไม่เท่ากัน จึงอยากให้เลื่อนการเก็บออกไปก่อน ทำการศึกษาผลกระทบให้มากกว่านี้ เพราะภาวะปัจจุบันผู้ประกอบการไม่มีความพร้อมในการรับต้นทุนที่จะเพิ่มขึ้นมาจริงๆ

นางมาริสา กล่าวว่า ปัจจุบันสถานประกอบการอย่างโรงแรมจะมีกฎหมายควบคุมอาคารกำหนดไว้ให้มีบ่อบำบัดน้ำเสียเองได้อยู่แล้ว หากจะเก็บค่าบำบัดน้ำเสียเพิ่มจากผู้ประกอบการ ก็ควรจะมีตัวเลือกเพิ่มเติมออกมาให้ผู้ประกอบการสามารถเลือกได้ เพราะธุรกิจโรงแรมมีหลายขนาด สถานประกอบการขนาดกลางขึ้นไปจะมีบ่อบำบัดน้ำเสียเอง สามารถบำบัดเป็นน้ำดีได้เองอยู่แล้ว ทำให้ควรได้รับข้อยกเว้นในการจ่าย หรือส่วนลดเพิ่มตามความสามารถในการบำบัดน้ำเสียของตัวเอง

“หากโรงแรมทั้งหมดทุกขนาดต้องจ่ายค่าบำบัดน้ำเสียจริงๆ และปล่อยน้ำเสียให้กทม. บำบัดเองทั้งหมด ก็มีคำถามตามมาในส่วนของขีดความสามารถในการรองรับเพื่อบำบัดน้ำเสียของกทม. ว่าจะสามารถรับได้ทั้งหมดทั้งเมืองจริงหรือไม่ ประสิทธิภาพจะมากน้อยอย่างไร รวมถึงกทม.จะมีมาตรการกระตุ้นให้ผู้ประกอบการที่มีบ่อบำบัดสามารถบำบัดเองได้ด้วย จูงใจด้วยส่วนลดอย่างไรบ้าง” นางมาริสา กล่าว

นางมาริสา กล่าวว่า ประเมินค่าธรรมเนียม 8 บาทต่อลูกบาศก์เมตร หากมองในขณะนี้ไม่ว่าจะกี่บาทก็ยังไม่พร้อมจ่าย เพราะถือเป็นต้นทุนที่เพิ่มขึ้นมาท่ามกลางการฟื้นตัวของธุรกิจที่เพิ่งเริ่มต้นเท่านั้น แต่ยังไม่ได้ฟื้นตัวอย่างแท้จริง รวมถึงอัตราที่กำหนดไว้นั้น ก็มีความเป็นห่วงธุรกิจขนาดเล็กด้วย เพราะจำนวนห้องประมาณ 100-150 ห้อง ก็น่าจะใช้น้ำถึง 2 พันลูกบาศก์เมตรต่อเดือนแล้ว ซึ่งก็ใช้ถึงกำหนดที่ต้องจ่ายด้วย โดยค่าไฟฟ้าคิดเป็น 7-8% ของต้นทุนธุรกิจ ปัจจุบันเพิ่มขึ้นมาเป็น 10% แล้ว ส่วนค่าน้ำคิดเป็นประมาณ 3-4% ของต้นทุน หากมีการเก็บค่าบำบัดน้ำเสียเพิ่ม ก็จะเพิ่มต้นทุนในส่วนนี้มากเข้าไปอีก

Advertisement