‘Thailand:Take off’ 5กูรูส่องอนาคตศก.ไทย

19.06.23 | 05:45 น.

‘Thailand:Take off’ 5กูรูส่องอนาคตศก.ไทย

ขณะที่สถานการณ์ทางการเมืองเคลื่อนไหวไปตามวิถี แต่ก็ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดถึงผู้ที่จะนั่งเป็นนายกรัฐมนตรีของไทย คนที่ 30 และคณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดใหม่ ประกอบด้วยใครบ้าง ในด้านเศรษฐกิจการเคลื่อนไหวก็ไม่อาจหยุดนิ่ง แม้วันนี้ลังเลบ้าง และวิตกกังวลในหลายเรื่องจากปัจจัยภายในประเทศและภายนอกประเทศ เข้ามาพร้อมกัน ล้วนมีผลต่อต้นทุน รายได้ และความเป็นอยู่ในแต่ละวัน

ดังนั้น ฟันเฟืองตัวสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยในวันนี้ และวันข้างหน้า จึงเป็นหัวข้อที่ถูกหยิบยกในวงเสวนาฮิตฮอตมากสุดในเวลานี้

หนังสือพิมพ์มติชน เห็นความสำคัญในเรื่องนี้ จึงเตรียมจัดสัมมนา Thailand : Take off ในวันพุธที่ 21 มิถุนายน 2566 เวลา 08.30-12.00 น. ที่ห้องอินฟินิตี้ 1-2 โรงแรมพูลแมน คิง เพาเวอร์ รางน้ำ กรุงเทพฯ งานสัมมนาครั้งนี้ หนังสือพิมพ์มติชนจัดขึ้นเนื่องในโอกาสเข้าสู่ปีที่ 46 และหยิบหัวข้อที่ทุกภาคส่วนอยากรู้หลากหลายความเห็นจากหลากหลายวงการ

เมื่อช่วงเวลานี้เป็นห้วงเวลาหลังเลือกตั้ง ซึ่งต่อไปประเทศไทยจะมีรัฐบาลใหม่ ประกอบกับสถานการณ์โลกเริ่มคลี่คลายจากโรคระบาดโควิด-19 ทำให้ทุกประเทศต่างพยายามขับเคลื่อนเศรษฐกิจของตัวเองให้ก้าวกระโดด ดังนั้น ผู้เข้าฟังเข้าชมในการจัดงานสัมมนา จะได้เห็นมุมมองจากหลายฝ่าย มาสะท้อนภาพปัญหาของสถานการณ์ รวมทั้งทางออกจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น เปิดให้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นและข้อมูลข่าวสาร เพิ่มมุมมองต่างๆ ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศไทย เพื่อให้รัฐบาล ภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน มองเห็นเป้าหมาย วิธีการ และโอกาสในการร่วมมือกันผลักดันเศรษฐกิจของชาติให้เติบโต ภายในปี ค.ศ.2023 นี้

Advertisement

เปิดเวทีด้วย นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือสภาพัฒน์ จะปาฐกถาพิเศษเรื่อง อนาคตเศรษฐกิจไทย ผู้ฟังจะได้รู้ถึงสถานการณ์เศรษฐกิจไทยในวันนี้ และแนวโน้มเศรษฐกิจไทย ปัจจัยลบปัจจัยบวก อะไรคือโจทย์เศรษฐกิจเฉพาะหน้า รวมถึงการพลิกโฉมประเทศ ผ่านแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ซึ่งสภาพัฒน์กำลังยกร่างฯ

จากนั้น นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) และในฐานะประธานร่วมคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) บรรยายพิเศษเรื่อง อุตสาหกรรมไทย ติดปีก โกอินเตอร์ จะได้รับฟังมุมมองจากผู้นำในภาคเอกชนคนนี้ ประเมินภาพรวมเศรษฐกิจไทยในช่วง 6 เดือนจากนี้และมองยาวถึงปี 2567

พร้อมอัพเดตปัจจัยภายนอกที่ควบคุมไม่ได้ และปัจจัยภายในที่กำลังเผชิญ ทั้งเรื่องค่าครองชีพ ค่าใช้จ่าย และค่าต้นทุนต่างๆ มุมมองต่อระยะเวลาจัดตั้งรัฐบาล ล่าช้าหรือไม่ล่าช้า จะมีผลต่อเศรษฐกิจมากน้อยเพียงใด

รวมถึงความกังวลแวดล้อมต่างๆ มีอะไร และหากเกิดขึ้นจะกระทบกับเครื่องยนต์เศรษฐกิจ ทั้งภาคท่องเที่ยว การค้า การลงทุน ปัญหาปรากฏการณ์เอลนิโญ อะไรที่ภาคเอกชนต้องการให้ปลดล็อกหรือเร่งแก้ปัญหา เมื่อรัฐบาลใหม่ตั้งไข่ได้แล้ว รวมถึงการได้หารือกับนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกลและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีคนที่ 30 ที่ได้หยิบ 5 หัวข้อมาหารือ คือ ต้นทุนพลังงาน ค่าแรงขั้นต่ำ 450 บาทต่อคน การกิโยตินกฎหมายที่ล้าสมัย หามาตรการช่วยเหลือเอสเอ็มอี และแนวทางเศรษฐกิจบีซีจีเพื่อให้ทันต่อเทรนด์ของโลก

โดยก่อนหน้านี้ ประธาน ส.อ.ท.ย้ำมาตลอดว่า “นักลงทุนไม่ชอบการเซอร์ไพรส์”

ต่อด้วย นายพีระพงศ์ จรูญเอก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) และในฐานะนายกสมาคมอาคารชุดไทย บรรยายพิเศษหัวข้อ อสังหาฯทะลุมิติไวร์สกอร์ จะฉายภาพให้เห็นถึงธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในปี 2566 ซึ่งถูกมองว่าเป็นปีแห่งการฟื้นตัว และสถานการณ์หลังจากเปิดประเทศ เมื่อการแพร่ระบาดของเชื้อโควิดซาลง ทำให้เศรษฐกิจเกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว การบริโภคภายในประเทศ จะกลับมาอีกครั้งจริงหรือ ส่งผลดีต่อตลาดอสังหาริมทรัพย์อย่างไร ที่มองว่าดีมานด์พิเศษอีกก้อนจากต่างประเทศ เช่น จีน รัสเซีย ยังมีอยู่จริงหรือ อีกทั้งคาดการณ์ว่าปี 2566 ตลาดอสังหาฯ
เติบโตได้แน่ 5-10% รวมถึงสภาพตลาดคอนโดมิเนียม หลังหดตัวในช่วงโควิด ฟื้นแค่ไหน อะไรคือเครื่องยนต์ขับเคลื่อนตลาดอสังหาฯเมืองไทยไปต่อได้ อสังหาฯแนวราบชะลอตัวนานแค่ไหน และอะไรคือสิ่งที่จะดึงดูดต่างชาติ มาตรการ LTV และต่อวีซ่าต่างชาติ จำเป็นแค่ไหน รวมถึงมุมมองต่อการจัดตั้งรัฐบาลใหม่

อีกคน นายไพบูลย์ นลินทรางกูร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท หลักทรัพย์ ทิสโก้ จํากัด ในฐานะกรรมการสภาธุรกิจตลาดทุนไทย (เฟทโก้) และนายกสมาคมนักวิเคราะห์การลงทุน (ไอเอเอ) บรรยายพิเศษในหัวข้อ ตลาดทุนไทยปรับโหมด หุ้นกระทิง

เกริ่นเป็นน้ำจิ้มไว้ก่อนหน้านี้ ถึงมุมมองที่จะบรรยายในครั้งนี้ว่า ปี 2566 ตลาดหุ้นไทยถือว่าไม่ค่อยดีมากนัก เนื่องจากดัชนีปรับตัวขึ้นได้ช้ากว่า (อันเดอร์เพอร์ฟอร์ม) ตลาดหุ้นอื่นทั่วโลก สาเหตุจาก 1.ความคาดหวังของนักลงทุนที่มีค่อนข้างสูง 2.นักท่องเที่ยวต่างชาติฟื้นตัวกลับเข้ามาเที่ยวไทย แต่ไม่ได้ฟื้นตัวมากเท่าที่คาดหวังไว้

3.การเลือกตั้งครั้งใหม่ ซึ่งการจัดตั้งรัฐบาลที่มีความไม่แน่นอนและคาดเดาได้ยาก ถือเป็นปัจจัยหลักที่ส่งผลกระทบต่อตลาดหุ้นไทยอย่างชัดเจน โดยโจทย์ใหญ่ที่จะทำให้ตลาดหุ้นไทยบูมขึ้นมาอีกครั้ง คือ จะต้องสร้างความหวังให้ได้ ว่าเศรษฐกิจไทยจะกลับไปโตที่ 4-5% ได้วาดฝันไว้ และต้องเป็นฝันที่ทำได้จริงด้วย ไม่ใช่วาดไว้แต่ไปไม่ได้จริง โดยในระยะสั้นมีโอกาสเห็นดัชนีปรับขึ้นผ่าน 1,600 จุดได้อยู่แล้ว เพราะเคยไปถึง 1,700 จุด เมื่อปี 2565 แต่โจทย์คือ จะทำอย่างไรให้ขึ้นไปแล้วยืนได้เหนือ 1,700 จุดได้ ไม่ใช่ขึ้นไปแตะแล้วก็ร่วงลงมาใหม่ แต่เป็นการปรับฐานขึ้นอย่างต่อเนื่องในระยะยาว

ส่งท้ายกับ นายสันติธาร เสถียรไทย Group Chief Economist และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท Sea Group วิทยากรพิเศษพูดในหัวข้อ Turn around เศรษฐกิจไทย ออเดิร์ฟไว้ว่า “จะเปรียบเทียบว่าประเทศไทย มีอาการเสมือนนักกีฬาสูงอายุพ้นช่วงไพรม์ แต่ยังไม่สาย หากโค้ชใหม่ช่วยปรับวิธีการเทรน การเล่นของเรา ก็ยังเป็นนักกีฬาที่หวนคืนสู่ความยิ่งใหญ่ได้”

เพื่อไม่ให้พลาดข้อมูลที่หลากหลาย สามารถติดตามฟังในวันและเวลาดังกล่าว โดยเข้าชมผ่านการถ่ายทอดสด ทาง Facebook ประกอบด้วย Matichon Online / Khaosod / Khaosod English / Prachachot / Matichon Event และทาง Youtube ประกอบด้วย matichon tv / Matichon Online / Khaosod Tv / Prachachat

ย้ำอีกครั้ง วันพุธที่ 21 มิถุนายน 2566 เวลา 08.30-12.00 น. ที่ห้องอินฟินิตี้ 1-2 โรงแรมพูลแมน คิง เพาเวอร์ รางน้ำ กรุงเทพฯ…พลาดไม่ได้