หน้าแรก เศรษฐกิจ PSP รอ ก.ล.ต....

PSP รอ ก.ล.ต.นับหนึ่งไฟลิ่ง เตรียมเสนอขายหุ้น IPO ไม่เกิน 350 ล้านหุ้น เดินเกมพัฒนานวัตกรรมรับเมกะเทรนด์

19.06.23 | 16:49 น.

บมจ.พี.เอส.พี. สเปเชียลตี้ส์ เตรียมเสนอขายหุ้น IPO ไม่เกิน 350 ล้านหุ้น รุกพัฒนาผลิตภัณฑ์มูลค่าสูงรับเมกะเทรนด์ ตอบสนองความต้องการใช้ผลิตภัณฑ์หล่อลื่นในภูมิภาคอาเซียน พร้อมบริหารจัดการด้านประสิทธิภาพการผลิต สร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน

นางสาววีรยา ศรีวัฒนะ หัวหน้าฝ่ายวาณิชธนกิจ บริษัท หลักทรัพย์ ซีจีเอส-ซีไอเอ็มบี (ประเทศไทย) จำกัด ในฐานะแกนนำการจัดจำหน่ายหุ้น IPO ของบริษัท พี.เอส.พี. สเปเชียลตี้ส์ จำกัด (มหาชน) หรือ PSP กล่าวว่า PSP จะเสนอขายหุ้นให้แก่ประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) จำนวน 350 ล้านหุ้น คิดเป็น 25% ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและชำระแล้วทั้งหมดของบริษัท ภายหลังการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนครั้งนี้ ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างการพิจารณาและรออนุมัติแบบไฟลิ่งจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) โดยหากได้รับการอนุมัติแล้วจะดำเนินการกำหนดราคาเสนอขายและวันจองซื้อหุ้น IPO ต่อไป โดยบริษัทมีแผนนำเงินที่ได้จากการระดมทุนครั้งนี้ไปลงทุนในโรงงานเพื่อพัฒนากระบวนการผลิตให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น รวมถึงการนำระบบควบคุมอัตโนมัติ (Automation) มาใช้ นอกจากนี้ ยังนำไปชำระคืนเงินกู้ยืมจากสถาบันการเงิน และส่วนที่เหลือจะใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนต่อไป

นายสินธุ์ ครองพาณิชย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พี.เอส.พี. สเปเชียลตี้ส์ จำกัด (มหาชน) (PSP) เปิดเผยว่า บริษัทเป็นหนึ่งในผู้นำด้านผลิตภัณฑ์หล่อลื่นแบบครบวงจรในประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียนและเป็นหนึ่งในผู้ผลิตผลิตภัณฑ์หล่อลื่นอิสระรายใหญ่ของประเทศไทย ที่มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญมายาวนานกว่า 30 ปี ภายใต้วิสัยทัศน์ ‘ผู้นำด้านผลิตภัณฑ์หล่อลื่นแบบครบวงจร ที่พร้อมไขว่คว้าทุกโอกาสเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืนและไร้ขีดจำกัด’ มุ่งนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าแต่ละรายภายใต้แบรนด์ของลูกค้า โดยมีกลุ่มลูกค้าทั้งภาคอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ อุตสาหกรรมปิโตรเลียม อุตสาหกรรมยานยนต์ และอุตสาหกรรมผู้ผลิตพลังงานไฟฟ้าในอาเซียน เป็นต้น

Advertisement

ทั้งนี้ บริษัทจะใช้ศักยภาพจากการมีฐานการผลิตขนาดใหญ่ และการให้บริการแบบครบวงจร ตั้งแต่จัดหาวัตถุดิบ, ออกแบบผลิตภัณฑ์, ผลิตและบรรจุผลิตภัณฑ์, จัดเก็บและศูนย์กระจายสินค้า รวมถึงการให้บริการจัดการด้านโลจิสติกส์ และธุรกิจอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องมาตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของลูกค้าและส่งเสริมการบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งจะช่วยส่งเสริมความสามารถในการแข่งขันให้ทันต่อแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรม ขณะเดียวกัน บริษัทยึดมั่นในการดำเนินธุรกิจด้วยความรับผิดชอบต่อสังคมและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมภายใต้นโยบาย ESG ช่วยสร้างการเติบโตได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน

นายเสกสรร ครองพาณิชย์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร PSP กล่าวว่า บริษัทมีแผนสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนผ่านการลงทุนเชิงกลยุทธ์เพื่อสนับสนุนการดำเนินธุรกิจที่มุ่งคำนึงถึง ESG เช่น แผนเข้าลงทุนในบริษัท รีไซเคิล เอ็นจิเนียริง จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทที่ให้บริการกำจัดและรีไซเคิลสารเคมีใช้แล้ว ให้นำกลับมาใช้ใหม่ได้เป็นรายแรกของประเทศไทย รวมถึงในอดีต บริษัทได้เข้าลงทุนใน WhatEGG ซึ่งประกอบธุรกิจให้บริการด้านแพลตฟอร์ม E-commerce ซื้อขายอะไหล่รถยนต์ แบตเตอรี่และน้ำมันหล่อลื่นสำหรับผู้ประกอบการ (B2B) ภายใต้ชื่อ EGG Mall ตามแผนขยายธุรกิจที่ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรม (New S-curve) ที่สร้างประโยชน์ของการผนึกกำลังผลักดันการเติบโตอย่างเต็มที่ รวมถึงขยายธุรกิจให้บริการขนส่งสู่การบริหารจัดการด้านโลจิสติกส์แบบครบวงจร โดยมีแผนการพัฒนาไลน์บรรจุแพคเกจจิ้งขนาดเล็ก เพื่อลงทุนในระบบควบคุมอัตโนมัติ (Automation) สำหรับการพัฒนาระบบการบรรจุสินค้าให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นในอนาคต

นายกีรติ เต็มศิริพงศ์ ผู้จัดการส่วนกลยุทธ์องค์กร PSP กล่าวว่า บริษัทจะมุ่งนำข้อได้เปรียบเชิงการแข่งขันด้านการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์มาต่อยอดในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ เพื่อตอบสนองเทรนด์ของอุตสาหกรรมแห่งอนาคต เช่น การพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในรถยนต์ที่ใช้พลังงานไฟฟ้า (EV) เช่น น้ำยาหล่อเย็นแบตเตอรี่ น้ำมันเกียร์และจาระบีสำหรับยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และน้ำมันหม้อแปลงชีวภาพ (Bio Transformer Oil) สำหรับหม้อแปลงไฟฟ้า รวมถึงการพัฒนาจาระบีและน้ำมันหล่อลื่นสำหรับอุตสาหกรรมอาหาร เป็นต้น ทั้งนี้ เพื่อเพิ่มความหลากหลายของพอร์ตโฟลิโอ จากปัจจุบันที่มีมากกว่า 1,000 สูตร รวมถึงจะมุ่งขยายตลาดไปยังประเทศต่างๆ ในภูมิภาคอาเซียนที่มีศักยภาพเติบโตสูง โดยคาดการณ์ความต้องการใช้ผลิตภัณฑ์น้ำมันหล่อลื่นของประเทศกลุ่มเป้าหมายในภูมิภาคอาเซียนจะเพิ่มเป็น 4,000 ล้านลิตรภายในปี 2569 โดยบริษัทมีเป้าหมายขยายสัดส่วนยอดขายต่างประเทศเพิ่มเป็น 25% ของรายได้รวม ภายในปี 2569 จากปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 16.5%

นายปิยะ เตชะพิเชฐวนิช ผู้อำนวยการฝ่ายการเงิน บัญชีและบริหารความเสี่ยง PSP กล่าวว่า ผลการดำเนินงาน 3 ปีที่ผ่านมา (2563-2565) มีรายได้รวม (รวมข้อมูลทางการเงินของ U.C. Marketing) 7,566.7 ล้านบาท 10,783.7 ล้านบาท และ 13,204.4 ล้านบาท ตามลำดับ เติบโตเฉลี่ยปีละ 32.1% ซึ่งมาจากศักยภาพกำลังการผลิตรวมสำหรับผลิตภัณฑ์น้ำมันหล่อลื่น (Lubricant) น้ำมันผสมยาง (Rubber Process Oil) และน้ำมันหม้อแปลงไฟฟ้า (Transformer Oil) ที่มากที่สุดในประเทศไทยและการให้บริการแบบครบวงจร ทำให้ PSP สามารถนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการได้อย่างมีคุณภาพและครบถ้วน ตอบสนองต่อความต้องการใช้ผลิตภัณฑ์หล่อลื่นที่เพิ่มขึ้นทั้งในและต่างประเทศ ขณะเดียวกันยังสามารถบริหารจัดการต้นทุนในทุกมิติได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้มีกำไรสุทธิ 387.3 ล้านบาท 547.6 ล้านบาท และ 546.4 ล้านบาท ตามลำดับ