หน้าแรก เศรษฐกิจ ครบ 1 ปี &#82...

ครบ 1 ปี ‘สลากดิจิทัล’ ขายในเป๋าตัง ได้ประโยชน์ทั้งผู้ซื้อ-ขาย พบถูกรางวัลแล้ว 1.7 หมื่นล้าน

19.06.23 | 18:13 น.
แฟ้มภาพ

‘สลากดิจิทัล’ บนแอพพ์เป๋าตังครบ 1 ปี หนุนคนไทยเข้าถึงสลาก 80 บาท เพิ่มช่องทางขายให้ผู้ค้ารายย่อย

นายลวรณ แสงสนิท ประธานกรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาล เปิดเผยว่า ตลอดระยะเวลา 1 ปีที่ผ่านมา สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลได้ร่วมกับธนาคารกรุงไทยพัฒนาช่องทางการซื้อ-ขาย “สลากดิจิทัล” ผ่านแอพพลิเคชั่น “เป๋าตัง” นับเป็นความสำเร็จในการนำเทคโนโลยีมาช่วยยกระดับบริการของหน่วยงานรัฐ เพื่อให้คนไทยเข้าถึงสลากราคา 80 บาท โดยเปิดจำหน่ายสลากดิจิทัลผ่านแอพพ์เป๋าตังครั้งแรกเมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2565 (สลากงวดวันที่ 16 มิถุนายน 2565) จำนวน 5 ล้านใบ ราคาใบละ 80 บาท เพื่อแก้ปัญหาการขายสลากเกินราคา

และสามารถตรวจสอบอายุของผู้ซื้อเพื่อป้องกันการขายสลากให้ผู้ที่อายุต่ำกว่า 20 ปี มีการยืนยันสิทธิความเป็นเจ้าของสลาก และมีบริการเลือกรับเงินรางวัลที่สะดวก ปลอดภัย โดยสามารถโอนเงินรางวัลภายใน 2 ชั่วโมงหลังประกาศผลรางวัล สามารถอำนวยความสะดวกให้ประชาชนเข้าถึงบริการของหน่วยงานรัฐ สร้างความพึงพอใจและผลตอบรับที่ดีจากประชาชนผู้ซื้อสลากเป็นอย่างมาก

ทั้งนี้ ตั้งแต่งวดวันที่ 16 มิถุนายน 2565 จนถึงงวดวันที่ 16 มิถุนายน 2566 มีผู้ถูกรางวัลสลากดิจิทัลรวมทั้งสิ้น 1,135,099 ราย และมีสลากที่ถูกรางวัลแล้วรวม 5,045,409 ใบ คิดเป็นเงินรางวัลกว่า 17,000 ล้านบาท และมีผู้ถูกรางวัลที่ 1 รวมทั้งสิ้น 165 ราย โดยในงวดวันที่ 16 เมษายน 2566 มีผู้ซื้อสลากดิจิทัลผ่านแอพพ์เป๋าตัง ถูกรางวัลที่ 1 รายเดียว สูงสุดจำนวน 19 ใบ ได้รับเงินรางวัล 114,000,000 บาท

ตลอดระยะเวลา 1 ปีของการซื้อ-ขาย “สลากดิจิทัล” ผ่านแอพพ์ “เป๋าตัง” มีผู้ซื้อสลากดิจิทัลรวมกว่า 5.8 ล้านราย มีสลากดิจิทัลที่จำหน่ายไปแล้วรวมทั้งสิ้น 356 ล้านใบ คิดเป็นมูลค่ากว่า 28,000 ล้านบาท เป็นของผู้ค้าสลากรายย่อยจากทั่วประเทศกว่า 38,000 ราย สามารถเข้าถึงกลุ่มผู้ใช้งานแอพพ์เป๋าตังที่ปัจจุบันมีจำนวนกว่า 40 ล้านราย และจำหน่ายสลากหมดก่อนถึงวันออกรางวัลทุกงวด

Advertisement

คาดว่าปีนี้จะมีสลากดิจิทัลจำหน่ายบนแอพพ์เป๋าตังไม่น้อยกว่า 25 ล้านใบต่องวด จากปัจจุบัน 18.6 ล้านใบต่องวด โดยจะพิจารณาให้สอดคล้องกับความต้องการที่แท้จริงของประชาชน

นอกจากนี้ ในเดือนกรกฎาคม 2566 จะมีการเปิดให้บริการฟีเจอร์ใหม่ “QR ขายสลากดิจิทัล” เพื่อเพิ่มช่องทางการซื้อ-ขายรูปแบบใหม่ให้แก่ผู้ซื้อและผู้ค้าสลากดิจิทัลให้สามารถซื้อสลากดิจิทัลในรูปแบบ Face-to-Face ผ่านแอพพ์ “ถุงเงิน” จากผู้ค้าสลากดิจิทัลโดยตรง โดยผู้ซื้อสามารถเลือกสลากที่ต้องการจากร้านค้า และสามารถใช้แอพพ์เป๋าตังสแกนเพื่อซื้อสลากและชำระเงินได้ทันที

ประธานกรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาลกล่าวต่อไปอีกว่า การจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาลขณะนี้อยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่าน แม้ว่าจะมีช่องทางสลากดิจิทัลที่ทำให้ประชาชนสามารถซื้อสลากในราคา 80 บาทได้ แต่ขณะเดียวกันก็ยังมีลูกค้าบางส่วนที่ต้องการสลากแบบใบอยู่ ทำให้การควบคุมราคายังเป็นไปได้ยาก ดังนั้น โครงการร้านค้าสลาก 80 ซึ่งดำเนินการมาเป็นเวลา 2 ปีแล้ว ก็จะเป็นตัวเชื่อมให้ผู้ที่ต้องการซื้อสลากแบบใบ สามารถซื้อสลากได้ในราคา 80 บาทได้

แต่เนื่องจากเป็นการซื้อสลากที่ใด้ใบสลากไปครอบครอง ทำให้เกิดการเปลี่ยนมือเพื่อขายต่อเกินราคาได้ จึงมีการควบคุมการจ่ายเงินซื้อสลากผ่านแอพพลิเคชั่นเป๋าตังเท่านั้น ปัจจุบันมีจุดจำหน่ายสลาก 80 กระจายอยู่ทุกจังหวัดทั่วประเทศ 1,236 จุด และจะขยายจำนวนจุดจำหน่ายเพิ่มขึ้นในอนาคต

สำหรับสลากกินแบ่งรัฐบาลแบบตัวเลข 6 หลัก (L6) และสลากกินแบ่งรัฐบาลแบบตัวเลข 3 หลัก (N3) นั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างพิจารณาแนวทางการกำหนดประเภทและรูปแบบสลาก เพื่อนำเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรีพิจารณาเห็นชอบอีกครั้ง

ด้าน นายผยง ศรีวณิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย กล่าวว่า ตลอดระยะเวลา 1 ปีที่ผ่านมา “สลากดิจิทัล” บนแอพพ์เป๋าตังได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง สะท้อนถึงความสำเร็จของสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลและธนาคารกรุงไทยในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง และนำมาต่อยอดแก้ปัญหาของประเทศ ช่วยให้ประชาชนเข้าถึงสลาก 80 บาท ได้สะดวก ทั่วถึง และเท่าเทียม

ด้วยจุดเด่นของแอพพ์เป๋าตังที่ได้รับการพัฒนาโดย Infinitas by Krungthai ให้เป็น Thailand Open Digital Platform เปิดกว้างให้ประชาชนทุกคนใช้งานได้ง่าย โดยไม่จำเป็นต้องมีบัญชีธนาคารกรุงไทย สอดคล้องกับวิถีชีวิตประจำวันในยุคดิจิทัล สะดวก รวดเร็ว และประชาชนคุ้นเคยเป็นอย่างดี จึงเป็นช่องทางการซื้อ-ขายสลากที่ตอบโจทย์ทั้งผู้ซื้อและผู้จำหน่ายสลาก

สำหรับ ประโยชน์ต่อผู้จำหน่ายสลาก คือลดค่าใช้จ่ายจากเดิมที่ขายบนแผง หรือเดินเร่ขาย เปลี่ยนมาขายบนแพลตฟอร์ม โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่ม แต่มีช่องทางและโอกาสในการขายเพิ่มขึ้น เพราะแอพพ์เป๋าตังเป็นศูนย์รวมผู้ซื้อจำนวนมาก จากผู้ใช้งานที่มีจำนวนรวมกว่า 40 ล้านราย ทำให้สลากมีโอกาสถูกเลือกซื้อมากกว่าการวางขายตามปกติ นอกจากนี้ ยังมีเวลาขายมากขึ้น ตั้งแต่เวลา 06.00-23.00 น.

ส่วน ประโยชน์ของผู้ซื้อสลากดิจิทัล คือซื้อสลากได้ในราคา 80 บาท สามารถเลือกซื้อเลขสลากที่ต้องการได้สะดวก รวดเร็ว ไม่ต้องไปหาซื้อตามแผง กรณีถูกรางวัล ผู้ซื้อสลากสามารถขึ้นเงินรางวัลได้ง่าย ด้วยการเลือกโอนเงินรางวัลเข้าบัญชีธนาคารกรุงไทยได้

จากความสำเร็จในครั้งนี้เชื่อว่าจะนำไปสู่ความร่วมมือด้านอื่นๆ ต่อไป โดยธนาคารกรุงไทยจะเดินหน้าพัฒนาประสิทธิภาพของแอพพ์เป๋าตังอย่างต่อเนื่อง เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานของสำนักงานสลากทั้งด้านศักยภาพการทำธุรกรรม พัฒนาระบบการขึ้นเงินรางวัลอัตโนมัติ เพิ่มความสะดวกให้ผู้ถูกรางวัล รวมถึงระบบการชำระเงินของผู้จำหน่ายสลากที่สามารถทำผ่านแอพพ์เป๋าตังได้ ช่วยลดปริมาณการทำรายการผ่านช่องทางสาขา หรือ ตู้ ATM

นอกจากนี้ ยังร่วมกับ สมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทย พัฒนาฟีเจอร์ “ตัวอ่านหน้าจอ” หรือ Voice Assistant ช่วยให้ผู้พิการทางสายตาเข้าถึงการซื้อ-ขายสลากดิจิทัลผ่านแอพพ์เป๋าตังและถุงเงินได้สะดวก รวดเร็ว

“นวัตกรรมทางการเงินได้ถูกพัฒนามาเป็นลำดับ ตามบริบทของโลกที่เปลี่ยนไป เช่นกันกับธนาคารกรุงไทย ที่ยังคงมุ่งมั่นขับเคลื่อนองค์กรด้วยนวัตกรรมและพัฒนาบริการทางการเงินเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของคนไทยทุกกลุ่มอย่างไม่หยุดยั้ง โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง สนับสนุนการดำเนินงานของภาครัฐ ตอบโจทย์ การแก้ปัญหาและพัฒนาเศรษฐกิจประเทศอย่างยั่งยืน ตามวิสัยทัศน์ ‘กรุงไทย เคียงข้างไทย สู่ความยั่งยืน'” นายผยงระบุ

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง