หน้าแรก เศรษฐกิจ 6 ปีคนไทยเข้า...

6 ปีคนไทยเข้าคลินิกแก้หนี้ 1.2 แสนบัญชี ’เจนเอ็กซ์-เจนวาย’ พุ่ง ‘กทม.-ปริมณฑล’มากสุด

19.06.23 | 23:17 น.

6 ปีคนไทยเข้าคลินิกแก้หนี้ 1.2 แสนบัญชี ’เจนเอ็กซ์-เจนวาย’ พุ่ง ‘กทม.-ปริมณฑล’มากสุด

วันที่ 19 มิถุนายน นายธรัฐพร เตชะกิจขจร กรรมการผู้จัดการ บริษัท บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด (บสส.) หรือ SAM เปิดเผยว่า ตั้งแต่ปี 2560 ถึงปัจจุบันมีลูกค้าเข้าร่วมโครงการคลินิกแก้หนี้ by SAM แล้วทั้งสิ้น 40,030 ราย หรือ 116,947 บัญชี คิดเป็นภาระหนี้เงินต้นตามสัญญา 7,928 ล้านบาท โดยเป็นลูกค้าที่ชำระหนี้เสร็จสิ้นแล้ว สามารถกลับไปดำเนินชีวิตหรือธุรกิจได้ตามปกติ จำนวน 1,312 ราย หรือ 3,351 บัญชี คิดเป็นภาระหนี้เงินต้นตามสัญญาประมาณ 179 ล้านบาท

นายธรัฐพรกล่าวว่า หลังธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.)ปรับเกณฑ์คุณสมบัติใหม่ให้กับลูกค้าที่มีสถานะเป็นหนี้เสีย (NPL) บัตรเครดิต บัตรกดเงินสดและสินเชื่อส่วนบุคคลที่ไม่มีหลักประกัน ค้างชำระเกินกว่า 120 วัน สามารถเข้าร่วมโครงการคลินิกแก้หนี้ได้

โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2566 จากเดิมต้องมีสถานะเป็นหนี้เสียก่อนวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2566 ทำให้มีจำนวนผู้สนใจสมัครเข้าร่วมโครงการในเดือนพฤษภาคมเพิ่มขึ้นสูงถึง 17,600 ราย หรือเพิ่มขึ้น 288% จากปกติอยู่ที่ 6,000 รายต่อเดือน สะท้อนให้เห็นว่าประชาชนให้ความสนใจเข้าร่วมโครงการเพิ่มขึ้น พร้อมกันนี้ในช่วง 6 เดือนที่เหลือ ตั้งเป้าจะมีลูกค้าเพิ่ม 50,000 บัญชี ถึงสิ้นปี 2566 จะมีจำนวนผู้สมัครเข้าร่วมโครงการเพิ่มขึ้นถึง 155,000 บัญชี

“คลินิกแก้หนี้เป็นโครงการที่ดี เป็นเครื่องมือหนึ่งในการแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือน ลดปริมาณหนี้เสียของระบบสถาบันการเงินในประเทศ รวมทั้งช่วยเหลือ ฟื้นฟูให้คนมีหนี้ได้ไปต่อได้ โดยลูกค้าที่เข้ามากว่า 90% เป็นช่วงวิกฤตโควิดเมื่อปี 2563 และเป็นกลุ่มเจนเอ็กซ์อายุ 44-59 ปี และเจนวายอายุ 27-43 ปี โดยมีมูลหนี้ 2 แสนบาทต่อราย ส่วนพื้นที่อยู่ในกรุงเทพฯและปริมณฑลมากสุด 60%ที่เหลือกระจายในภูมิภาคต่าง ๆ ทั้งนี้เมื่อเข้าโครงการแล้วต้องไม่ก่อหนี้เพิ่มใน 5 ปี”นายธรัฐพรกล่าว

Advertisement

นายธรัฐพรกล่าวว่า ผู้สนใจสมัครเข้าร่วม โครงการคลินิกแก้หนี้ต้องเป็นบุคคลธรรมดาที่มีรายได้ มีอายุไม่เกิน 70 ปี มียอดหนี้รวมกันไม่เกิน 2 ล้านบาท เป็นหนี้เสียค้างชำระมากกว่า 120 วัน โดยลูกค้าที่เป็นหนี้เสียรายใหม่และมีคุณสมบัติผ่านหลักเกณฑ์เข้าร่วมโครงการจะได้รับอัตราดอกเบี้ยต่ำพิเศษเพียง 3-5% และระยะเวลาผ่อนนานสูงสุด 10 ปี โดยเสนอทางเลือกการปรับโครงสร้างหนี้ เป็น 3 ทางเลือก คือ  1. ผ่อนชำระไม่เกิน 4 ปี อัตราดอกเบี้ย 3 %ต่อปี   2. ผ่อนชำระนานกว่า 4 ปี ไม่เกิน 7 ปี อัตราดอกเบี้ย 4 %ต่อปี  3. ผ่อนชำระนานกว่า 7 ปี ไม่เกิน 10 ปี อัตราดอกเบี้ย 5% ต่อปี

นายณัฐสรรค์ ตันตสุรฤกษ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ Credit Operation ธนาคารยูโอบี จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ปัจจุบันลูกค้าของธนาคารที่อยู่ในคลินิกแก้หนี้มีประมาณ 14,000 บัญชี หรือราว 1,100 ล้านบาท โดยมีลูกค้าใหม่เข้ามา 900 บัญชีต่อเดือน หรือประมาณ 90 ล้านบาท และยังมีลูกค้าอีกจำนวนหนึ่งที่ธนาคารไม่สามารถติดต่อได้

น.ส.สิริธิดา พนมวัน ณ อยุธยา ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายกำกับระบบการชำระเงินและคุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่าภาวะหนี้ครัวเรือนของประเทศไทยปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วง 12 ปีที่ผ่านมา จาก 60% เป็นกว่า 90% ของจีดีพี นับเป็นปัญหาสำคัญ เพราะมีผลความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจให้อ่อนแอลง ทำให้เมื่อปี 2560 มีการจัดตั้งคลินิกแก้หนี้ขึ้นมาถึงปัจจุบันผลการดำเนินงานเป็นที่น่าพอใจ แต่หากทำได้สูงกว่านี้จะเป็นประโยชน์มากขึ้น

“ในช่วงที่ผ่านมา พบปัญหาหลักๆ ลูกหนี้ที่มีปัญหายังไม่รู้จักโครงการคลินิกแก้หนี้ และลูกหนี้ที่เข้าโครงการเกิดสะดุดระหว่างทางและไม่กลับเข้ามาปรึกษา ทำให้ไม่สามารถชำระหนี้จนจบโครงการ ส่วนสาเหตุที่เจนเอ็กซ์และเจนวายมีการก่อหนี้ค่อนข้างสูง มาจากหลายสาเหตุผสมผสานกัน เช่น ความจำเป็น การใช้จ่ายเกินตัว หรือแม้กระทั่งจากการโฆษณาเชิญชวนในบางผลิตภัณฑ์ของสถาบันการเงินต่างๆ“น.ส.สิริธิดากล่าว