หน้าแรก เศรษฐกิจ เช็กอิน Thail...

เช็กอิน Thailand : Take off แน่น! เกาะเวทีฟัง 5 กูรูโชว์วิชั่นเศรษฐกิจ ชมไลฟ์ผ่านเฟซบุ๊กเครือมติชน

21.06.23 | 09:02 น.

ส่องบรรยากาศก่อนเปิดเวที Thailand : Take off เชิญ 5 กูรูโชว์วิชั่นเศรษฐกิจ หลากวงการเช็กอินแน่น

เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 21 มิถุนายน ที่ห้องอินฟินิตี้ 1-2 โรงแรมพูลแมน คิง เพาเวอร์ รางน้ำ กรุงเทพฯ หนังสือพิมพ์มติชน จัดงานสัมมนา “Thailand : Take off” เพื่อสะท้อนมุมมอง จากหลากหลายภาคส่วน ทั้งภาครัฐ เอกชน ตลอดจนประชาชน ถึงสภาพปัญหา สถานการณ์โลก ตลอดจนทางออกและเป้าหมาย ในการร่วมมือขับเคลื่อนเศรษฐกิจของชาติให้เติบโต โดยเร่งด่วน

บรรยากาศเวลา 08.20 น. มีประชาชนทั่วไป และผู้เกี่ยวข้องในแวดวงธุรกิจ อสังหาริมทรัพย์ ทยอยเดินทางมาลงทะเบียนร่วมงานเพื่อรอฟังเสวนาอย่างไม่ขาดสาย โดยสำนักพิมพ์มติชน ได้นำหนังสือเนื้อหาหลากหลาย เน้นหนักไปที่ด้านเศรษฐกิจ มาวางจำหน่ายในราคาพิเศษภายในงาน

ขณะที่สถานการณ์ทางการเมืองเคลื่อนไหวไปตามวิถี นายกรัฐมนตรีของไทย คนที่ 30 จะใช่ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หรือไม่ หน้าตาคณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดใหม่จะออกมาในรูปไหน การตั้งรัฐบาลจะสำเร็จหรือไม่ ยังไม่อาจคาดเดาได้ แต่ความแน่นอนในเวลานี้หนีไม่พ้นโจทย์ใหญ่ อย่าง ‘การฟื้นฟูเศรษฐกิจ’

ในห้วงเวลาหลังเลือกตั้ง ประเทศไทยกำลังจะมีรัฐบาลใหม่ ประกอบกับสถานการณ์โลกเริ่มคลี่คลายจากโรคระบาดโควิด-19 ทุกประเทศต่างพยายามขับเคลื่อนเศรษฐกิจของตัวเองให้ก้าวกระโดด ภายใต้ปัจจัยทั้งภายในและนอกประเทศที่ประดาดัง ถาโถมเข้าพร้อมกันๆ ซึ่งล้วนมีผลต่อต้นทุน รายได้ และความเป็นอยู่ของประชาชนในแต่ละวัน ดังนั้น ฟันเฟืองตัวสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยในวันนี้และวันข้างหน้า จึงเป็นท็อปปิกฮิตฮอตที่ถูกหยิบยกมาถกเถียงในวงเสวนา มากสุดในเวลานี้

Advertisement

เริ่มที่ นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือ สภาพัฒน์ จะมาร่วมปาฐกถาพิเศษเรื่อง “อนาคตเศรษฐกิจไทย” เพื่ออัพเดตสถานการณ์เศรษฐกิจไทยในวันนี้ และแนวโน้มปัจจัยลบปัจจัยบวก อะไรคือโจทย์เศรษฐกิจเฉพาะหน้า รวมถึงการพลิกโฉมประเทศ ผ่านแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ

ต่อด้วย นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) และในฐานะประธานร่วมคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ร่วมบรรยายพิเศษ ในหัวข้อ “อุตสาหกรรมไทย ติดปีก โกอินเตอร์” ถ่ายทอดมุมมองจากผู้นำในภาคเอกชน ประเมินภาพรวมเศรษฐกิจไทยในช่วง 6 เดือนหลังจากนี้ยาวไปจนถึงปี 2567

พร้อมอัพเดตปัจจัยภายนอกที่ควบคุมไม่ได้ และปัจจัยภายในที่กำลังเผชิญ ทั้งเรื่องค่าครองชีพ ค่าใช้จ่าย และค่าต้นทุนต่างๆ, มุมมองต่อระยะเวลาจัดตั้งรัฐบาล ถ้าล่าช้าหรือจะมีผลต่อเศรษฐกิจมากน้อยเพียงใด รวมถึงความกังวลปัจจัยแวดล้อมใดที่หากเกิดขึ้นจะกระทบกับเครื่องยนต์เศรษฐกิจ ทั้งภาคท่องเที่ยว การค้า การลงทุน, ปัญหาปรากฎการณ์เอลนีโญ อะไรที่ภาคเอกชนต้องการให้ปลดล็อกหรือเร่งแก้ปัญหา เมื่อรัฐบาลใหม่ตั้งไข่ได้แล้ว

รวมถึงการได้หารือกับ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีคนที่ 30 ที่ได้หยิบ 5 หัวข้อมาหารือ คือ 1.ต้นทุนพลังงาน 2.ค่าแรงขั้นต่ำ 450 บาทต่อคน 3.การกิโยตินกฎหมายที่ล้าสมัย 4.หามาตรการช่วยเหลือเอสเอ็มอี และ 5.แนวทางศรษฐกิจบีซีจีเพื่อให้ทันต่อเทรนด์ของโลก ซึ่งประธานส.อ.ท. ย้ำมาตลอดว่า “นักลงทุนไม่ชอบการเซอร์ไพร์ส”

ต่อด้วย นายพีระพงศ์ จรูญเอก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) และในฐานะนายกสมาคมอาคารชุดไทย จะบรรยายพิเศษหัวข้อ “อสังหาฯทะลุมิติไวร์สกอร์ ” เพื่อฉายภาพให้เห็นถึงธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในปี 2566 ซึ่งถูกมองว่าเป็นปีแห่งการฟื้นตัว และสถานการณ์หลังจากเปิดประเทศ เศรษฐกิจเกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว การบริโภคภายในประเทศ จะกลับมาอีกครั้งจริงหรือไม่ ส่งผลดีต่อตลาดอสังหาฯ อย่างไร

ดีมานด์พิเศษอีกก้อนจากต่างประเทศ เช่น จีน รัสเซีย ยังมีอยู่จริงหรือ, คาดการณ์ว่าปี 2566 ตลาดอสังหาฯ เติบโตได้แน่ 5-10% รวมถึงสภาพตลาดคอนโดมิเนียม หลังหดตัวในช่วงโควิด ฟื้นแค่ไหน, อะไรคือเครื่องยนต์ขับเคลื่อนตลาดอสังหาฯเมืองไทยไปต่อได้, อสังหาฯแนวราบชะลอตัวนานแค่ไหน และอะไรคือสิ่งที่จะดึงดูดต่างชาติ, มาตรการ LTV และต่อวีซ่าต่างชาติ จำเป็นแค่ไหน รวมถึงมุมมองต่อการจัดตั้งรัฐบาลใหม่

ตามด้วย นายไพบูลย์ นลินทรางกูร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท หลักทรัพย์ ทิสโก้ จํากัด ในฐานะกรรมการสภาธุรกิจตลาดทุนไทย (เฟทโก้) และนายกสมาคมนักวิเคราะห์การลงทุน (ไอเอเอ) บรรยายพิเศษในหัวข้อ “ตลาดทุนไทยปรับโหมด หุ้นกระทิง” เกริ่นได้ก่อนหน้านี้ ถึงมุมมองที่จะบรรยายในครั้งนี้ ว่า ” ปี 2566 ตลาดหุ้นไทยถือว่าไม่ค่อยดีมากนัก เนื่องจากดัชนีปรับตัวขึ้นได้ช้ากว่า (อันเดอร์เฟอร์ฟอร์ม) ตลาดหุ้นอื่นทั่วโลก

สาเหตุจาก 1.ความคาดหวังของนักลงทุนที่มีค่อนข้างสูง 2.นักท่องเที่ยวต่างชาติฟื้นตัวกลับเข้ามาเที่ยวไทย แต่ไม่ได้ฟื้นตัวมากเท่าที่คาดหวังไว้ และ 3.การเลือกตั้งครั้งใหม่ ซึ่งการจัดตั้งรัฐบาลที่มีความไม่แน่นอนและคาดเดาได้ยาก ถือเป็นปัจจัยหลักที่ส่งผลกระทบต่อตลาดหุ้นไทยอย่างชัดเจน

โดยโจทย์ใหญ่ที่จะทำให้ตลาดหุ้นไทยบูมขึ้นมาอีกครั้ง คือ จะต้องสร้างความหวังให้ได้ ว่าเศรษฐกิจไทยจะกลับไปโตที่ 4-5% ได้ วาดฝันไว้ และต้องเป็นฝันที่ทำได้จริงด้วย ไม่ใช่วาดไว้แต่ไปไม่ได้จริง โดยในระยะสั้นมีโอกาสเห็นดัชนีปรับขึ้นผ่าน 1,600 จุดได้อยู่แล้ว เพราะเคยไปถึง 1,700 จุดเมื่อปี 2565 แต่โจทย์คือ จะทำอย่างไรให้ขึ้นไปแล้วยืนได้เหนือ 1,700 จุดได้ ไม่ใช่ขึ้นไปแตะแล้วก็ร่วงลงมาใหม่ แต่เป็นการปรับฐานขึ้นอย่างต่อเนื่องในระยะยาว ”

ส่งท้ายกับ นายสันติธาร เสถียรไทย Group Chief Economist และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท Sea Group วิทยากรพิเศษพูดในหัวข้อ” Turn around เศรษฐกิจไทย “เผยไว้สั้นๆ ว่า ” จะเปรียบเทียบว่าประเทศไทย มีอาการเสมือนนักกีฬาสูงอายุพ้นช่วงไพรม์ แต่ยังไม่สาย หากโค้ชใหม่เราช่วยปรับวิธีการเทรน การเล่นของเรา ก็ยังเป็นนักกีฬาที่หวนคืนสู่ความยิ่งใหญ่ได้ ”

สามารถรับชมผ่านการถ่ายทอดสดได้ผ่านทาง Facebook : Matichon Online /Khaosod /Khaosod English /Prachachot /Matichon Event และ ทาง Youtube: matichon TV / Matichon Online /Khaosod TV/Prachachat