หน้าแรก เศรษฐกิจ JSP ทุ่ม 25 ล...

JSP ทุ่ม 25 ล้าน เปิดแล็บใหม่ทันสมัยสุดในประเทศ หนุนงานวิจัย ลดนำเข้า ยกระดับยาไทยแข่งขันเวทีโลก

21.06.23 | 15:16 น.

JSP เตรียมเปิดใช้งานห้องปฏิบัติการใหม่ มูลค่า 25 ล้านบาท ชูแล็บทันสมัยสุดในประเทศไทย รองรับงานวิจัยขั้นสูง หวังลดการนำเข้าวัตถุดิบยาจากต่างประเทศ ยกระดับยาไทยแข่งขันในเวทีโลก

ดร.สิทธิชัย แดงประเสริฐ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โรงงานเภสัชอุตสาหกรรม เจเอสพี (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ JSP ผู้ดำเนินธุรกิจพัฒนา ผลิตและจำหน่าย ยาแผนปัจจุบัน ยาแผนโบราณ ผลิตภัณฑ์สมุนไพรและผลิตภัณฑ์เสริมอาหารแบบครบวงจร เปิดเผยว่าบริษัทจะเปิดใช้งานห้องปฏิบัติการ (แล็บ) แห่งใหม่อย่างเป็นทางการในช่วงปลายเดือนมิถุนายน โดยห้องแล็บใหม่นี้ได้การรับรองมาตรฐาน GMP PIC/S ที่ได้รับมาตรฐานถูกพัฒนาให้มีเครื่องมือวิเคราะห์คุณภาพด้วยความทันสมัยและมีความแม่นยำมากขึ้นในการวิเคราะห์และประกันคุณภาพของผลิตภัณฑ์ในทุกรุ่น เนื่องจากการผลิตเป็นการพัฒนาเพื่อควบคุมคุณภาพของการวิจัยและการทดลองซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญในการบ่งชี้ถึงคุณภาพผลิตภัณฑ์ ที่ครอบคลุมประสิทธิภาพ 3 ด้านคือแคุณภาพ (Quality) ความปลอดภัย (Safety) และประสิทธิผล (Efficacy) เพื่อให้ผลิตภัณฑ์ทุกชนิดได้รับการตรวจสอบและรับรองคุณภาพก่อนส่งออกไปถึงผู้บริโภค ซึ่งห้องแล็บและเครื่องมือที่มีคุณภาพรวมถึงบุคคลากรที่มีความเชี่ยวชาญถือเป็นหัวใจสำคัญของการตรวจสอบคุณภาพที่ได้มาตรฐาน

ปัจจุบัน แล็บของ JSP มีเครื่องมือหลักสำคัญของห้องปฏิบัติการ ดังนี้ 1.HPLC รุ่นพิเศษที่ออกแบบมาเพื่อวิเคราะห์หาสาระสำคัญในกัญชา กัญชง โดยเฉพาะ Potency Testing (Determination of 11+ Cannabinoids) Model Nexera i Series for Cannabis Analyzer System HPLC with PDA 1 LC-2050C 3D Integrated High-Performance Liquid Chromatograph โดยมีคุณสมบัติในการแยกสาระสำคัญได้ดังนี้ Cannabidiol (CBD), Cannabinol (CBN), Delta9 THCA-A ,THCV
Cannabidivarin (CBDV), Cannabigerol (CBG) ,Cannabigerolic (CBGA), Cannabichromene (CBC)
Cannabidiolic (CBDA)

2.HPLC (High Performance Liquid Chromatography, GC gas chromatography, Auto Titrator, spectral chromatography) เครื่องตรวจวิเคราะห์หาปริมาณสาระสำคัญ (Assay) และตรวจวัดสิ่งปนเปื้อน (Impurities) โดยเทคโนโลยีสมัยใหม่นี้ทำให้เราสามารถตรวจสอบหาปริมาณสารสำคัญได้อย่างแม่นยำมากขึ้นรวมถึงสามารถตรวจสอบสารปนเปื้อนในวัตถุดิบหรือผลิตภัณฑ์ได้อย่างถูกต้องและแม่นยำ

3. เครื่อง FT-IR (Fourier transform infrared spectrometer) เป็นเครื่องตรวจหาเอกลักษณ์ Identification ของสารที่ตรวจสอบออกมาในรูปแบบของ Finger Print ที่จะทำให้เราพิสูจน์และมั่นใจได้ว่าวัตถุดิบที่นำมาใช้เป็นวัตถุดิบที่ถูกชนิดตามที่มาตรฐานกำหนด

Advertisement

4.ห้อง Clean room class 100,000 พร้อม Laminar Air Flow ที่ใช้สำหรับตรวจสอบเชื้อปนเปื้อนของเชื้อจุลินทรีย์ในผลิตภัณฑ์ทั้งเชื้อทั่วไปและเชื้อที่ก่อโรคสำหรับมนุษย์

สำหรับแล็บใหม่นี้ JSP ใช้งบประมาณในการลงทุนรวมทั้งสิ้น 25 ล้านบาท ทั้งนี้ การเปิดใช้ห้องแล็บใหม่จะทำให้กระบวนการทำงานด้านวิจัยพัฒนาผลิตภัณฑ์ของ JSP ทำได้รวดเร็วขึ้น 2 เท่า เพิ่มความสามารถในการรับงานวิจัยได้มากขึ้นเป็นปีละ 6 โครงการ โดยแล็บของ JSP ไม่ได้รองรับงานวิจัยภายในบริษัทแต่เพียงอย่างเดียว แต่ยังเปิดกว้างให้บุคคลภายนอกที่มีงานวิจัยด้านการพัฒนายาแผนปัจจุบัน ยาแผนโบราณ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารทั้งคนและสัตว์ รวมถึงเครื่องสำอางให้เข้ามาใช้บริการได้

“ปัจจุบันอุตสาหกรรมยาไทยในปี 2565 ที่ผ่านมามูลค่ารวมตลาดในประเทศอยู่ที่ประมาณเกือบ 2 แสนล้านบาท ยาที่ผลิตได้ 90% ใช้บริโภคในประเทศ ประเด็นท้าทายที่สำคัญของอุตสาหกรรมยาไทยคือ ต้องพัฒนาให้สามารถแข่งขันและส่งออกได้มากขึ้น แม้ปัจจุบันยามีโรงงานยาอยู่หลายแห่ง แต่มีโรงงานอยู่ไม่มากที่ได้รับมาตรฐาน GMP-Pic/S อีกทั้งไทยยังนำเข้าวัตถุดิบตัวยาจากต่างประเทศสูงถึง 90% ดังนั้นการมีห้องปฏิบัติการที่ดีและเปิดให้คนภายนอกเข้ามาใช้งานจะเป็นการส่งเสริมให้ไทยสามารถคิดค้นสูตรยาและเข้าตำรับยาได้เอง เพื่อลดการนำเข้าวัตถุดิบตัวยาจากต่างประเทศ” ดร.สิทธิชัยกล่าว