‘ต่างชาติ’ ฮิตซื้อคอนโดมือ 2 ราคา 3 ล้าน ‘ชลบุรี’ ฮอตยอดโอนพุ่งแซง ‘กทม.’

21.06.23 | 17:37 น.

‘ต่างชาติ’ ฮิตซื้อคอนโดมือ 2 ราคา 3 ล้าน ‘ชลบุรี’ ฮอตยอดโอนพุ่งแซง ‘กทม.’

เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน วิชัย วิรัตกพันธ์ ผู้ตรวจการธนาคารอาคารสงเคราะห์ และรักษาการผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (REIC) เปิดเผยถึงภาพรวมสถานการณ์การโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยของชาวต่างชาติไตรมาส 1 ปี 2566 ว่าจากการประมวลภาพของการโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดให้คนต่างชาติทั้งหมด พบว่าปริมาณทั้งในมิติของจำนวนหน่วย มูลค่า และพื้นที่ มีการฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องจากปีก่อน แต่ยังคงต่ำกว่าช่วงที่ก่อนเกิดโควิด มีข้อสังเกตตัวเลขการโอนกรรมสิทธิ์ที่สูงขึ้นในไตรมาสนี้ เกิดจากประเทศต่างๆ มีการเปิดให้ประชาชนของตนมีการเดินทางระหว่างกันได้ โดยเฉพาะประเทศจีน

“การเปิดประเทศและเริ่มดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจในด้านต่างๆ ระหว่างประเทศทั่วโลกเริ่มเข้าสู่ภาวะปกติและอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในประเทศไทยฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นปัจจัยบวกที่สำคัญที่ช่วยทำให้จำนวนหน่วย มูลค่า และพื้นที่ที่มีการขายและโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดให้คนต่างชาติมีการปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่องในทุกกลุ่ม เช่น ยุโรป สหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย รัสเซีย และชาวเอเชีย แต่กลุ่มหลักยังคงเป็นชาวจีน ซึ่งส่งผลให้ผู้ซื้อที่อยู่อาศัยชาวต่างชาติที่มีการทำสัญญาซื้อขายก่อนหน้า กลับมารับโอนกรรมสิทธิ์ได้เพิ่มขึ้น และยังมีชาวต่างชาติอีกส่วนหนึ่งที่ซื้อห้องชุดที่สร้างเสร็จเหลือขายและห้องชุดมือสองเพิ่มขึ้น ส่งผลให้สัดส่วนหน่วยโอนห้องชุดต่างชาติปรับเพิ่มขึ้นเป็น 15.9% จาก 10.6% ในปี 2565 และสัดส่วนมูลค่าโอนเพิ่มขึ้นเป็น 24.3% จาก 19.5% ในปี 2565” นายวิชัยกล่าว

นายวิชัยกล่าวว่า ภาพรวมสถานการณ์การโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดของคนต่างชาติทั่วประเทศในไตรมาส 1 ปี 2566 พบว่าทั้งจำนวนหน่วยและมูลค่าเพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก โดยหน่วยโอนห้องชุดของคนต่างชาติทั่วประเทศมีจำนวน 3,775 หน่วย ขยายตัว 79.2% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เพิ่มขึ้นต่อเนื่องนับตั้งแต่ไตรมาส 2 ปี 2565 ส่วนมูลค่าการโอนมีจำนวน 17,128 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 67.6% เป็นมูลค่าที่สูงต่อเนื่องจากไตรมาส 3 ปี 2565 ขณะที่พื้นที่โอนมีจำนวน 168,664 ตารางเมตร เพิ่มขึ้น 73.8%

Advertisement

นายวิชัยกล่าวว่า ในการโอนนั้นมีสัดส่วนของห้องชุดใหม่ต่อห้องชุดมือสอง ในด้านจำนวนหน่วยเป็นร้อยละ 59 : 41 ในด้านมูลค่าเป็นร้อยละ 70 : 30 และในด้านพื้นที่เป็นร้อยละ 53 : 47 โดยภาพรวมการโอนห้องชุดมือสองมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นทั้งจำนวนหน่วย มูลค่า และขนาดพื้นที่ โดยมีข้อสังเกตว่าคนต่างชาติ อาจมีความต้องการห้องชุดมือสองในบางทำเล เช่น พื้นที่ชั้นใน หรือพื้นที่ใกล้ศูนย์กลางธุรกิจของเมืองซึ่งปัจจุบันมีอุปทานให้เลือกน้อยลง ประกอบกับราคาห้องชุดมือสองในทำเลเหล่านี้มีราคาที่ต่ำกว่าโครงการเปิดใหม่ คนต่างชาติจึงให้ความสนใจและเป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการซื้อห้องชุดของคนต่างชาติ โดยเฉพาะกลุ่มผู้ซื้อชาวจีน รัสเซีย สหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร และเยอรมนี ตามลำดับ

นายวิชัยกล่าวว่า ในด้านระดับราคาพบว่าการโอนของคนต่างชาติในไตรมาส 1 ปี 2566 มีจำนวนหน่วยมากที่สุดในช่วงราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท มีการโอน 1,900 หน่วย มีมูลค่า 3,431 ล้านบาท มีสัดส่วนของหน่วยโอนสูงสุดถึง 50.3% แต่มีสัดส่วนมูลค่าโอนเพียง 20% ทั้งนี้ พบว่าห้องชุดราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท เป็นระดับราคาที่ชาวต่างชาติส่วนใหญ่นิยมซื้อตั้งแต่ปี 2561 ถึงปัจจุบัน

สำหรับห้องชุดที่ได้รับความนิยมจากชาวต่างชาติน้อยสุดคือ ช่วงราคา 7.51-10 ล้านบาท มีจำนวนน้อยที่สุดทั้งจำนวนหน่วยเพียง 203 หน่วย และมีมูลค่า 1,729 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 5.4% และ 10.1% ตามลำดับ แม้ว่าห้องชุดที่ราคามากกว่า 10 ล้านบาทขึ้นไป จะมีจำนวน 303 หน่วย คิดเป็นสัดส่วน 8% แต่มีมูลค่าการโอนสูงสุดถึง 5,475 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 32%

นายวิชัยกล่าวว่า สัญชาติที่โอนมากสุด ยังคงเป็นชาวจีน มีการโอนทั้งหมด 1,747 หน่วย คิดเป็นสัดส่วน 46.3% ของหน่วยทั้งหมด โดยมี 4 สัญชาติที่มีการโอนรองลงมา ได้แก่ รัสเซีย 387 หน่วย คิดเป็น 10.3% สหรัฐอเมริกา 156 หน่วย คิดเป็น 4.1% สหราชอาณาจักร 146 หน่วย คิดเป็น 3.9% เยอรมนี 131 หน่วย คิดเป็น 3.5% ตามลำดับ

ในส่วนของมูลค่าการโอนให้คนต่างชาติทั่วประเทศในช่วง 3 เดือนแรกของปี 2566 (มกราคม-มีนาคม) พบว่ามีการโอนให้ชาวจีน มูลค่า 8,191 ล้านบาท คิดเป็น 47.8% ของมูลค่าทั้งหมด ส่วน 4 สัญชาติที่มีมูลค่าการโอนรองลงมาคือ รัสเซีย 1,364 ล้านบาท คิดเป็น 8% ถัดมา สหราชอาณาจักร 703 ล้านบาท คิดเป็น 4.1% สหรัฐอเมริกา 653 ล้านบาท คิดเป็น 3.8% และเยอรมนี 611 ล้านบาท คิดเป็น 3.6% ตามลำดับ

“หากดูยอดหน่วยการโอนห้องชุดสะสมในระหว่างปี 2561-2565 สูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ จีน รัสเซีย สหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร และฝรั่งเศส แต่ในช่วง 3 เดือนแรกของปี 2566 อันดับ 5 มีการเปลี่ยนแปลงจากสัญชาติฝรั่งเศส เป็นเยอรมนี และช่วงไตรมาส 1 ปี 2566 ห้องชุดที่ชาวต่างชาติโอนมีพื้นที่เฉลี่ยหน่วยละ 44.7 ตารางเมตร มูลค่าเฉลี่ย 4.5 ล้านบาท หรือตารางเมตรละ 101,553 บาท สัญชาติที่โอนสูงสุด 10 ลำดับแรกคือพม่า เฉลี่ย 6.5 ล้านบาท และอินเดียโอนขนาดใหญ่ที่สุด เฉลี่ย 77.7 ตารางเมตร โดยจีนโอนมากสุด มูลค่าเฉลี่ย 4.7 ล้านบาท และพื้นที่เฉลี่ย 38.8 ตารางเมตร” นายวิชัยกล่าว

นายวิชัยกล่าวว่า จังหวัดที่มีหน่วยโอนมากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ ชลบุรี กรุงเทพฯ เชียงใหม่ ภูเก็ต และประจวบคีรีขันธ์ ส่วนใหญ่อยู่ใน 2 จังหวัดแรก คือ ชลบุรี 1,601 หน่วย คิดเป็น 42.4% และกรุงเทพฯ 1,423 หน่วย คิดเป็น 37.7% โดยทั้ง 2 จังหวัดมีสัดส่วนจำนวนหน่วยรวมกันสูงถึง 80.1% ของทั่วประเทศ แต่เมื่อพิจารณาย้อนหลังไปถึงปี 2561 พบว่าชลบุรีมีหน่วยโอนมากกว่ากรุงเทพฯ เป็นครั้งแรกในไตรมาส 1 ปี 2566

ส่วนจังหวัดที่มีมูลค่ามากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ กรุงเทพฯ ชลบุรี ภูเก็ต เชียงใหม่ และประจวบคีรีขันธ์ ส่วนใหญ่อยู่ใน 2 จังหวัดแรก คือ กรุงเทพฯ มีมูลค่า 9,976 ล้านบาท คิดเป็น 58.2 % และชลบุรี มีมูลค่า 4,557 ล้านบาท คิดเป็น 26.6% โดยทั้ง 2 จังหวัดมีสัดส่วนมูลค่ารวมกันสูงถึง 84.8% ของทั่วประเทศ เมื่อพิจารณาย้อนหลังไปถึงปี 2561 พบว่ากรุงเทพฯและชลบุรี ยังคงเป็นจังหวัดที่มีจำนวนมูลค่าโอนในสัดส่วนที่มากที่สุดเช่นเดียวกัน ส่วนอันดับรองลงมาเป็นจังหวัดที่เป็นเมืองท่องเที่ยวสำคัญ ได้แก่ ภูเก็ตและเชียงใหม่ เป็นต้น